แบนโซเชียล: เด็กออสซีใช้ชีวิตอย่างไรในช่วงปิดเทอม

How are Australian youngsters coping with the social media ban (Getty)

เยาวชนออสเตรเลียใช้ชีวิตอย่างไร เมื่อไม่มีโซเชียลมีเดีย Source: Getty / Dragon Claws

มาตรการห้ามผู้ที่อายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียของรัฐบาลออสเตรเลีย ซึ่งนับเป็นประเทศแรกของโลก มีผลบังคับใช้มาแล้วกว่าหนึ่งเดือน แต่ยังมีข้อถกเถียงระหว่างรัฐบาล ผู้เชี่ยวชาญด้านโซเชียลมีเดีย และเยาวชน ต่อประสิทธิภาพของการบังคับใช้มาตรการดังกล่าวในระยะแรก และเยาวชนใช้เวลาว่างอย่างไร เมื่อถูกจำกัดการเข้าถึงโซเชียลมีเดีย


ออสเตรเลียเริ่มบังคับใช้มาตรการห้ามผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 16 ปีใช้โซเชียลมีเดียเป็นเวลากว่า 1 เดือนแล้ว ซึ่งนับเป็นประเทศแรกในโลกที่บังคับใช้มาตรการนี้

และข้อจำกัดใหม่ดังกล่าวยังเริ่มใช้ในช่วงปิดภาคเรียนด้วย

“ยังใช้ Snapchat อยู่ แต่เข้า Instagram และ TikTok ไม่ได้” ซารากล่าว

“จากมาตรการห้ามใช้โซเชียลมีเดีย ฉันถูกแบนเฉพาะ Snapchat” อลานากล่าว

อนิกา เวลส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการสื่อสารของออสเตรเลียสนับสนุนให้เยาวชนค้นหากิจกรรมใหม่ ๆ นอกโลกโซเชียลมีเดีย

“เยาวชนสามารถใช้ช่วงฤดูร้อนสร้างความสัมพันธ์ในโลกของความเป็นจริง ทั้งกับเพื่อน พี่น้อง และพ่อแม่ ไม่ว่าจะเป็นการเล่นสเกตบอร์ด การเขียน การอ่าน งานศิลปะ หรือดนตรี ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมใดก็ตามที่ห่างจากหน้าจอ”

สถิติระบุว่า ปัจจุบันมีเยาวชนอายุระหว่าง 8 ถึง 15 ปีในออสเตรเลียประมาณ 2.5 ล้านคน

โดยเยาวชนจำนวนมากจะใช้งานหลายแพลตฟอร์มพร้อมกัน และรัฐบาลระบุว่า ขณะนี้มีบัญชีโซเชียลมีเดียกว่า 4.7 ล้านบัญชี ที่ถูกปิด ถูกลบ หรือถูกจำกัดการใช้งานแล้ว

เมื่อการเข้าถึงโซเชียลมีเดียลดลง หรือไม่มีเลย เยาวชนใช้เวลาว่างอย่างไร?

ทีมข่าวเอสบีเอสลงพื้นที่ไปยังศูนย์ลูกเสือแห่งหนึ่งทางตอนเหนือของนครซิดนีย์ เพื่อหาคำตอบ

“ปกติฉันชอบงานศิลปะ และวาดภาพ และสถานการณ์นี้ทำให้มีเวลามุ่งไปที่สิ่งนั้นมากขึ้น” ซารากล่าว

“วันนี้ฉันจะไปทะเลเพื่อพบเพื่อนในช่วงบ่าย จะได้ทำกิจกรรมกับเพื่อนในโลกจริงมากขึ้น” โซอีกล่าว

“ผมเพิ่งเดินทางไปเข้าค่ายที่นิวซีแลนด์เมื่อไม่นานมานี้ ทุกคนออกมาพบปะและเข้าสังคมกันโดยไม่ใช้โทรศัพท์ ผมรู้สึกสนุกและเพลิดเพลินมาก” ทราวิสกล่าว

รวมถึงแมดดี เธออายุ 16 ปี และไม่อยู่ในกลุ่มที่ถูกห้ามใช้โซเชียลมีเดีย ก็สังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น

“รู้สึกว่าทุกคนพูดคุยกันมากขึ้น มีการหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเช็กน้อยลง และมีการนัดพบกันมากขึ้น ทั้งการไปชายหาดและไปช้อปปิ้ง”

teens hanging out at the skatepark-pexels-cottonbro.jpg
เยาวชนนั่งรวมกลุ่มกันที่สเก็ต พาร์ค Credit: Cottonbro/Pexels

ผลสำรวจของคณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ (eSafety Commission) ในปี 2020 ระบุว่า เยาวชนใช้เวลาออนไลน์โดยเฉลี่ยประมาณ 14.4 ชั่วโมงต่อสัปดาห์

โดยแพลตฟอร์มที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่ Snapchat, YouTube, Instagram และ Facebook

รัฐบาลระบุว่า การออกมาตรการห้ามใช้โซเชียลมีเดียมีเป้าหมายเพื่อลดการที่เยาวชนต้องเผชิญกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย และเพื่อส่งเสริมสุขภาพจิตและความเป็นอยู่ที่ดี

เมื่อผ่านไปหนึ่งเดือน ผู้ใหญ่รอบตัวเยาวชนสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงด้านพฤติกรรม นิสัย หรือสุขภาพจิตหรือไม่?

แซลลี แม่ของ ทราวิส ซึ่งอายุ 14 ปี กล่าวถึงสิ่งที่เธอสังเกตเห็น

“การเปลี่ยนแปลงเป็นไปในทางที่ดีมาก ทราวิสเพิ่งกลับมาจากค่ายลูกเสือที่นิวซีแลนด์ ก่อนหน้านี้ฉันเคยได้รับข้อความจากเขาค่อนข้างบ่อย เมื่อเขาไปค่าย แต่ครั้งนี้แทบไม่มี จนต้องถามว่า ‘นี่เธอยังมีชีวิตอยู่ไหม แม่ต้องการหลักฐานยืนยัน’ เพราะเด็ก ๆ ไม่ได้อยู่กับโทรศัพท์ ซึ่งเป็นเรื่องที่ดีมาก และน่ายินดีที่ได้เห็น”

นอกจากนี้ งานวิจัยบางชิ้นชี้ว่า โซเชียลมีเดียส่งผลกระทบเชิงลบต่อสุขภาพจิตของเยาวชนอีกด้วย

รายงานเมื่อเดือนกรกฎาคม ปี 2025 ของคณะกรรมาธิการความปลอดภัยทางอิเล็กทรอนิกส์ เรื่องการใช้ดิจิทัลและความเสี่ยง: การมีส่วนร่วมบนแพลตฟอร์มออนไลน์ของเด็กอายุ 10–15 ปีพบว่า กว่าครึ่งหนึ่งของเยาวชนออสเตรเลียในช่วงอายุดังกล่าวเคยประสบกับการกลั่นแกล้งทางออนไลน์

รายงานยังพบว่า เยาวชนเกือบ 1 ใน 4 คน เคยประสบกับการติดตาม การเฝ้าระวัง หรือการคุกคามโดยไม่ได้รับความยินยอมบนโซเชียลมีเดีย และในสัดส่วนใกล้เคียงกันเคยประสบกับการคุกคามทางเพศออนไลน์

โทนี ฟิตซ์เจอรัลด์ หัวหน้าฝ่ายบริการออนไลน์ของสายด่วนช่วยเหลือเด็ก Kids Helpline อธิบายว่า

ไม่ว่าจะเป็นการกลั่นแกล้ง หรือการเข้าถึงและเผชิญกับเนื้อหาที่เป็นอันตราย ลักษณะและแรงกดดันให้เยาวชนต้องอยู่บนโซเชียลมีเดียตลอดเวลาได้ส่งผลเชิงลบต่อสุขภาพจิต เนื่องจากต้องเผชิญกับเนื้อหาเชิงลบ คำดูถูก การยั่วยุ และพฤติกรรมการกลั่นแกล้งอย่างต่อเนื่อง
ฟิตซ์เจอรัลด์กล่าว
An  upset young girl in front of a personal computer  in Brisbane
เด็กผู้หญิงนั่งกุมขมับหน้าคอมพิวเตอร์ Source: AAP

และเยาวชนบางส่วนเห็นด้วยกับมุมมองดังกล่าว

“ฉันคิดว่ามาตรฐานบนโซเชียลมีเดียสูงมาก และในฐานะที่มีอายุเพียง 16 ปี การเห็นมาตรฐานของผู้ใหญ่ส่งผลต่อมุมมองของฉัน ซึ่งตอนนี้ฉันรู้สึกดีขึ้นมาก”

อย่างไรก็ตาม งานวิจัยล่าสุดชี้ว่า ความสัมพันธ์ระหว่างโซเชียลมีเดียกับสุขภาพจิตของเยาวชนมีความซับซ้อนมากกว่านั้น

งานวิจัยโดยวารสารกุมารเวชศาสตร์ของสมาคมการแพทย์อเมริกัน (Journal of the American Medical Association Pediatrics) วิเคราะห์ข้อมูลจากเด็กและเยาวชนชาวออสเตรเลียกว่า 100,000 คน ตั้งแต่ระดับชั้นปีที่ 4 ถึงปีที่ 12 เป็นระยะเวลา 3 ปี

ผลการวิจัยพบว่า เยาวชนที่รายงานการใช้โซเชียลมีเดียในระดับปานกลางมีระดับความเป็นอยู่ที่ดีที่สุด เมื่อเทียบกับผู้ที่ไม่ใช้เลย และผู้ที่ใช้ในระดับสูงมาก

อย่างไรก็ตาม เยาวชนบางส่วน เช่น อลานา อายุ 14 ปี แสดงความกังวลต่อการสูญเสียชุมชนและมิตรภาพที่เคยเชื่อมโยงกันผ่านโลกออนไลน์

“การสูญเสียความเชื่อมโยงกับเพื่อนที่อยู่ต่างประเทศ การสร้างความสัมพันธ์เหล่านั้นในค่ายลูกเสือ แล้วต้องสูญเสียไป เป็นเรื่องยาก เพราะไม่สามารถติดต่อกันได้อีก และอาจไม่ได้พบกันในค่ายลูกเสืออื่น ๆ อีก”

ONLINE SAFETY SOCIAL MEDIA BAN STOCK
เด็กวัยรุ่นกำลังเล่นโซเชียลบนมือถือ Source: AAP / DEAN LEWINS

ฟิตซ์เจอรัลด์ จาก Kids Helpline ระบุว่า ประเด็นนี้ส่งผลเป็นพิเศษต่อเยาวชนจากกลุ่มเปราะบาง

“เยาวชนเติบโตมาโดยมีโซเชียลมีเดียเป็นส่วนหนึ่งของชีวิต จึงเป็นช่องทางตามธรรมชาติในการรักษาความเชื่อมโยง โดยเฉพาะเยาวชนจากกลุ่มเปราะบางที่มีความยากลำบากในการเชื่อมต่อกับผู้อื่นในรูปแบบดั้งเดิม โซเชียลมีเดียจึงเป็นวิธีที่ทรงพลังในการเชื่อมโยงกับผู้ที่มีประสบการณ์คล้ายกัน”

ประเด็นเหล่านี้นำไปสู่คำถามเกี่ยวกับความสำเร็จของการบังคับใช้มาตรการ และกังขาว่านโยบายดังกล่าวบรรลุเป้าหมายที่ตั้งไว้หรือไม่

นิโคลัส คาราห์ ผู้อำนวยการศูนย์วัฒนธรรมและสังคมดิจิทัล (Center for Digital Cultures and Societies) แห่งมหาวิทยาลัยควีนส์แลนด์กล่าวว่า

ส่วนสำคัญของหน้าที่ในการดูแลของเรา ไม่ได้มีเพียงการป้องกัน แต่รวมถึงคำถามเชิงบวกด้วยว่า เราจะทำให้เยาวชนสามารถเชื่อมโยง พบปะ และอยู่ร่วมกันในโลกดิจิทัลอย่างสร้างสรรค์ได้อย่างไร เพราะนั่นคือโลกของพวกเขาในปัจจุบัน
คาราห์กล่าว

อย่างไรก็ตาม อย่างน้อยในระยะนี้ การใช้เวลาออนไลน์ที่ลดลง ได้เปิดโอกาสให้เยาวชนค้นพบงานอดิเรกและประสบการณ์ใหม่ ๆ

“ฉันเริ่มกลับมาวาดรูปมากขึ้น เมื่อยังเด็กเคยวาดรูปบ่อย เพราะยังไม่มีโซเชียลมีเดีย และเมื่อโซเชียลมีเดียหายไป ฉันก็กลับมาเริ่มวาดรูปอีกครั้ง” อีวีกล่าว

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ | เฟซบุ๊ก | อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now