เหตุขัดข้องของเครือข่าย Telstra เมื่อเช้าวันพุธนี้ (8 ก.ค.) ไม่ได้กระทบแค่การสื่อสาร แต่ยังส่งผลต่อการเดินทาง การทำงาน และการเข้าถึงบริการสาธารณะของผู้คน เอสบีเอส ไทย พูดคุยกับคนไทยในรัฐวิกตอเรียที่เผชิญเหตุการณ์ดังกล่าว
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
บริการโทรศัพท์มือถือและอินเทอร์เน็ตของ Telstra ผู้ให้บริการโทรคมนาคมรายใหญ่ที่สุดของออสเตรเลีย ประสบเหตุขัดข้องครั้งใหญ่เมื่อเช้าวันพุธนี้ (8 ก.ค.)
ส่งผลให้ผู้ใช้งานจำนวนมากทั่วประเทศไม่สามารถใช้งานบริการได้ตามปกติ ขณะเดียวกัน เครือข่ายรถไฟ V/Line ในรัฐวิกตอเรียก็ได้รับผลกระทบจากเหตุขัดข้องดังกล่าว ทำให้ผู้โดยสารถูกแนะนำให้ใช้เส้นทางการเดินทางอื่น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงบริหารจัดการเหตุฉุกเฉิน คริสตี แม็คเบน ยืนยันว่า เหตุขัดข้องครั้งนี้ส่งผลกระทบต่อการโทรศัพท์และการเชื่อมต่อของผู้ใช้งานเป็นจำนวนมาก ขณะที่ Telstra ระบุว่ากำลังเร่งตรวจสอบและแก้ไขปัญหา
เอสบีเอส ไทย พูดคุยกับคนไทยในรัฐวิกตอเรีย 4 คน ซึ่งได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ดังกล่าว ทั้งจากการเดินทาง การทำงาน และการเข้าถึงบริการสาธารณะ
"คนรอเต็มสถานี"
จูน เป็นคนหนึ่งที่ใช้บริการรถไฟ V/Line เดินทางไปทำงานและโรงเรียนเกือบทุกวัน เธอเล่าว่าเมื่อเดินทางมาถึงสถานีและพบผู้โดยสารจำนวนมากกำลังรออยู่ ก่อนจะทราบว่าปัญหาเกิดจากเหตุขัดข้องของเครือข่าย Telstra ที่ส่งผลกระทบต่อการให้บริการรถไฟ V/Line
แม้เหตุการณ์ครั้งนี้จะสร้างความวุ่นวายให้กับการเดินทาง แต่สำหรับจูนเหตุการณ์ลักษณะเช่นนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เธอเผชิญปัญหารถไฟหยุดให้บริการ
"โดยเฉลี่ยจะเกิดประมาณเดือนละ 2-3 ครั้ง" เธอกล่าว พร้อมเล่าว่า ก่อนหน้านี้เธอเล่าให้เอสบีเอส ไทย ฟังว่าในสายรถไฟของเธอเคยเกิดเหตุลักขโมยสายสัญญาณ การก่อกวนบนรางรถไฟ และเหตุขัดข้องอื่น ๆ ที่ทำให้รถไฟล่าช้าหรือยกเลิกการเดินรถโดยไม่มีการแจ้งล่วงหน้า
เธอบอกว่า หากไม่สามารถเลื่อนเวลาทำงานได้ ก็จำเป็นต้องหาทางเลือกอื่น เช่น เรียกแท็กซี่ หรือขอความช่วยเหลือจากเพื่อน แต่สำหรับวันนี้ เธอตัดสินใจกลับบ้านและคาดว่าอาจจะต้องทำงานเพียงครึ่งวัน พร้อมหวังว่าผู้ให้บริการจะปรับปรุงคุณภาพการเดินรถให้ดียิ่งขึ้น

"รออยู่ครึ่งชั่วโมง สุดท้ายต้องกลับบ้าน"
ด้าน โอ๋ ซึ่งอาศัยอยู่ย่านร็อกแบงก์ และใช้บริการ V/Line เดินทางไปทำงานที่เมืองเวนดูรี (Wendouree) สัปดาห์ละ 3 วัน บอกว่า เธอไม่ทราบล่วงหน้าว่าจะเกิดเหตุขัดข้อง จนกระทั่งเดินทางมาถึงสถานีรถไฟตามปกติ
เธอเล่าว่า รถไฟขบวนที่รออยู่ล่าช้า ก่อนจะมีประกาศแจ้งว่าเกิดเหตุขัดข้อง ขณะที่แอปพลิเคชันของ V/Line ก็ไม่ได้ระบุว่าจะกลับมาให้บริการได้เมื่อใด
โอ๋ตัดสินใจรออยู่ประมาณครึ่งชั่วโมง แต่เมื่อสถานการณ์ยังไม่มีความคืบหน้า จึงต้องเดินทางกลับบ้านและแจ้งนายจ้างว่าไม่สามารถไปทำงานได้ เนื่องจากไม่มีรถโดยสารทดแทนให้บริการในเส้นทางดังกล่าว
เธอเห็นว่า หากเป็นการปิดเส้นทางที่วางแผนไว้ล่วงหน้า ผู้โดยสารมักได้รับการแจ้งเตือนและมีรถบัสทดแทน แต่เหตุการณ์ครั้งนี้เกิดขึ้นกะทันหัน ทำให้ผู้โดยสารจำนวนมากไม่ทันตั้งตัว
ถ้ารู้ล่วงหน้า ก็ยังพอเปลี่ยนแผนหรือเลือกเส้นทางอื่นได้ แต่ครั้งนี้พอไปถึงสถานีแล้วถึงรู้ว่ารถไฟไม่วิ่งโอ๋ กล่าว
"นึกว่าโทรศัพท์เสีย"
ฟาง ซึ่งอาศัยอยู่ย่านจีลอง และใช้บริการรถไฟ V/Line เดินทางไปทำงานเป็นครั้งคราว เล่าว่า เธอไม่ทราบมาก่อนว่า Telstra ประสบเหตุระบบขัดข้อง หลังออกจากบ้านและขับรถไปจอดที่สถานีรถไฟ ก็ไม่มีสัญญาณโทรศัพท์เลย
"ตอนแรกคิดว่าโทรศัพท์ของตัวเองมีปัญหา กระทั่งสามารถเชื่อมต่อ Wi-Fi ได้ จึงทราบว่าเป็นเหตุขัดข้องของเครือข่าย"
เหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอต้องแจ้งนายจ้างว่าไม่สามารถเดินทางไปทำงานได้ และมองว่าหากต้องใช้รถบัสทดแทน การเดินทางจากจีลองเข้าเมลเบิร์นจะใช้เวลานานกว่าปกติอย่างมาก
ฟางกล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยพบปัญหาสัญญาณอินเทอร์เน็ตของ Telstra ช้าลงอยู่บ้าง แต่ครั้งนี้ถือว่ารุนแรงที่สุด เพราะไม่สามารถใช้งานโทรศัพท์ได้เลย
พร้อมเสนอให้ผู้ให้บริการมีระบบแจ้งเตือนลูกค้าเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง เพื่อให้ประชาชนสามารถวางแผนการเดินทางได้ล่วงหน้า
ผลกระทบด้านบริการสาธารณสุข
ขณะที่หลายคนได้รับผลกระทบจากการเดินทาง ตาม คนไทยในนครเมลเบิร์น กลับพบผลกระทบในอีกด้านหนึ่ง เมื่อเธอและสามีเดินทางไปคลินิกเพื่อตรวจเลือดตามนัด
แต่คลินิกไม่สามารถให้บริการได้ตามปกติ เนื่องจากระบบอินเทอร์เน็ตขัดข้อง ทำให้ไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลและเอกสารที่จำเป็นได้
เธอต้องเดินทางกลับบ้านเพื่อพิมพ์เอกสารผ่านเครือข่าย Wi-Fi ก่อนกลับมาที่คลินิกอีกครั้งจึงจะสามารถเข้ารับบริการได้
ระหว่างนั้น คุณตามสังเกตเห็นผู้สูงอายุจำนวนไม่น้อย รวมถึงผู้ใช้รถเข็น ที่เดินทางมารอรับบริการตั้งแต่ช่วงเช้า แต่หลายคนต้องกลับบ้านโดยไม่ได้รับการตรวจ
คนแก่บางคนเดินทางลำบาก บางคนต้องให้คนพามา อย่างผู้ป่วยที่เค้าอยู่ไกลมาหาหมอฉุกเฉิน มันมีผลกระทบจริงๆตาม กล่าว
พร้อมแสดงความกังวลว่า หากเหตุขัดข้องลักษณะนี้เกิดขึ้นกับโรงพยาบาลหรือบริการฉุกเฉิน อาจส่งผลกระทบต่อผู้ป่วยได้มากกว่านี้
ตามยังให้ความเห็นว่า ผู้ให้บริการควรมีระบบแจ้งเตือนเมื่อเกิดเหตุขัดข้อง รวมถึงควรมีแผนสำรองสำหรับหน่วยงานสำคัญ เพื่อให้บริการที่จำเป็นสามารถดำเนินต่อไปได้แม้ระบบหลักจะเกิดปัญหา
ขณะเดียวกัน คนไทยในรัฐอื่น ๆ ก็รายงานว่าได้รับผลกระทบจากเหตุระบบขัดข้องของ Telstra เช่นกัน โดยในกลุ่มชุมชนคนไทยในนครซิดนีย์ มีการโพสต์อัปเดตสถานการณ์ตั้งแต่ช่วงเช้ามืดว่าบริการโทรศัพท์และอินเทอร์เน็ตของ Telstra ใช้งานไม่ได้
บางรายระบุว่าสัญญาณเริ่มขัดข้องตั้งแต่เวลาประมาณ 05.00 น. ขณะที่ผู้ใช้บางคนช่วยกันแจ้งความคืบหน้าว่าระบบเริ่มกลับมาใช้งานได้แล้ว
พร้อมแนะนำให้ลองรีสตาร์ตโทรศัพท์เพื่อเชื่อมต่อเครือข่ายอีกครั้ง นอกจากนี้ ยังมีผู้ใช้หลายคนระบุว่าไม่สามารถโทรศัพท์ติดต่อครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดได้ในช่วงที่ระบบล่ม
ก่อนหน้านี้ Telstra เคยประสบเหตุระบบขัดข้องครั้งใหญ่เมื่อเดือนมีนาคม 2024 ซึ่งส่งผลกระทบต่อการเชื่อมต่อสายด่วนฉุกเฉิน โดยบริษัทระบุในเวลานั้นว่า สาเหตุเกิดจากปัญหาทางเทคนิคที่ทำให้ข้อมูลไม่สามารถส่งต่อไปยังระบบบริการฉุกเฉินได้อย่างถูกต้อง
สำหรับเหตุระบบขัดข้องครั้งใหญ่ในปี 2024 นั้น Telstra สามารถแก้ไขปัญหาได้ภายใน 1 ชั่วโมงครึ่ง อย่างไรก็ตาม มีชายคนหนึ่งในรัฐวิกตอเรียเสียชีวิต หลังครอบครัวไม่สามารถติดต่อบริการฉุกเฉินได้ทันท่วงทีระหว่างที่เขาเกิดภาวะหัวใจหยุดเต้น
หลังการสอบสวนเหตุการณ์ดังกล่าว Telstra ซึ่งให้บริการโทรศัพท์มือถือแก่ลูกค้าราว 24.9 ล้านเลขหมาย ถูกปรับเป็นเงิน 3 ล้านดอลลาร์ออสเตรเลีย และรัฐบาลยังได้ออกกฎหมายใหม่ กำหนดให้ผู้ให้บริการโทรคมนาคมต้องแจ้งข้อมูลความคืบหน้าแก่ลูกค้าเชิงรุกเมื่อเกิดเหตุระบบขัดข้อง
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ




