Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE starting June 12 2026

Thai Voice: ชีวิตในครัวกองทัพอากาศออสเตรเลีย ของเชฟไทยที่ต้องดูแลอาหารหลายพันมื้อต่อวัน

Orange BG.jpg

จักรกฤช จิตรกรปัญญา เชฟไทยในกองทัพอากาศออสเตรเลีย Credit: Supplied/ Jakkrit Jidtrakornpanya

จากเชฟร้านอาหาร โรงแรม และสนามกีฬาขนาดใหญ่ เปลี่ยนเป็นการตื่นตีห้าเพื่อเตรียมอาหารหลายพันจานในฐานทัพอากาศออสเตรเลีย ชวนฟังประสบการณ์ของ จักรกฤช (เอ) จิตรกรปัญญา เชฟไทยที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพหลังทำงานในวงการอาหารมานานกว่า 20 ปี


Published

By Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


จากเชฟร้านอาหาร โรงแรม และสนามกีฬาขนาดใหญ่ เปลี่ยนเป็นการตื่นตีห้าเพื่อเตรียมอาหารหลายพันจานในฐานทัพอากาศออสเตรเลีย ชวนฟังประสบการณ์ของ จักรกฤช (เอ) จิตรกรปัญญา เชฟไทยที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพหลังทำงานในวงการอาหารมานานกว่า 20 ปี


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

ตีห้าของทุกวัน ที่ฐานทัพอากาศแอมเบอร์ลีย์ ใกล้เมืองบริสเบน ครัวขนาดใหญ่เริ่มทำงานก่อนพระอาทิตย์ขึ้น เชฟในเครื่องแบบทยอยเข้าประจำจุด เตรียมอาหารสำหรับทหารหลายพันนาย ทั้งในฐานทัพและภารกิจทางอากาศ

หนึ่งในนั้นคือ “เอ” จักรกฤช จิตรกรปัญญา อดีตเชฟไทยที่ใช้เวลากว่า 20 ปีอยู่ในวงการร้านอาหาร โรงแรม และสนามกีฬาขนาดใหญ่ ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางชีวิตเข้าสู่กองทัพอากาศออสเตรเลีย หรือ RAAF

“เราทำงานสาย hospitality มาเยอะมาก จนรู้สึกว่าเราไปถึงจุดที่เราสุดแล้ว ก็เลยลองมองหาอะไรที่มันท้าทายตัวเอง แล้วก็พัฒนาศักยภาพของตัวเราเองได้เพิ่มขึ้น” เขากล่าวกับเอสบีเอส ไทย

เขาสมัครผ่าน ADF Careers และใช้เวลาประมาณ 3 เดือนก่อนจะได้รับคัดเลือกเข้าร่วมกองทัพอากาศ โดยเลือกประจำการที่ฐานทัพแอมเบอร์ลีย์ (Amberly) ซึ่งเป็นศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์สำคัญของกองทัพ และอยู่ใกล้บ้านของเขาในรัฐควีนส์แลนด์

แม้จะมีประสบการณ์ในครัวมายาวนาน แต่สิ่งแรกที่เขาต้องปรับตัว กลับไม่ใช่เรื่องอาหารเพียงอย่างเดียว แต่รวมทถึงทัศนคติด้วย

“เราไม่ใช่เชฟในเครื่องแบบ แต่เราคือทหารที่มีทักษะในการทำอาหาร” เขากล่าว

สำหรับเขา การทำอาหารเป็นเพียงส่วนหนึ่งของหน้าที่ ขณะที่วินัย ความพร้อมทางร่างกาย และการทำงานเป็นทีม คือสิ่งที่มาพร้อมกับชีวิตในกองทัพที่เขาต้องเรียนรู้

ในหนึ่งสัปดาห์ เขาต้องออกกำลังกายอย่างน้อยสามวัน และเข้าร่วมการฝึกภาคสนามที่จำลองสถานการณ์ต่าง ๆ ตั้งแต่การตั้งครัวสนาม การขนส่งเสบียง ไปจนถึงการฝึกเอาตัวรอดในพื้นที่ปฏิบัติการ

Jakrit airforce.jpeg
จักรกฤช (เอ) จิตรกรปัญญา เชฟไทยที่ตัดสินใจเปลี่ยนเส้นทางอาชีพจากร้านอาหารเป็นทำงานในกองทัพอากาศออสเตรเลีย Credit: SSupplied/ Jakkrit Jidtrakornpanya

ครัวที่ต้องทำอาหารประมาณ 5,000 จานต่อวัน

ฐานทัพแอมเบอร์ลีย์ถือเป็นหนึ่งในศูนย์กลางด้านโลจิสติกส์สำคัญของกองทัพอากาศออสเตรเลีย ทำให้ครัวของที่นี่ต้องรองรับอาหารสำหรับทหารจำนวนมากในแต่ละวัน

เอ จักรกฤช เล่าว่า ในหนึ่งมื้อ ทีมครัวต้องดูแลอาหารสำหรับทหารมากกว่า 1,500 นาย และยังรวมถึงการเตรียมอาหารสำหรับภารกิจบนเครื่องบินต่าง ๆ ทั้งเที่ยวบินลำเลียงและภารกิจช่วยเหลือภัยพิบัติ รวมแล้ว แต่ละวันมีอาหารที่ต้องเตรียมประมาณ 5,000 มื้อ

โดยที่มีระบบการทำงานแบ่งออกเป็น 3 กะ ตั้งแต่กะเช้าที่เริ่มตั้งแต่ตีห้า ไปจนถึงทีมอาหารเย็น โดยแต่ละกะมีเชฟประมาณ 20 คน แม้บางช่วงจำนวนคนจะลดลง เพราะบางส่วนถูกส่งไปฝึกภาคสนามหรือปฏิบัติภารกิจอื่น

“หลัก ๆ คือเรื่องวินัย แล้วก็การบริหารเวลา ทุกอย่างต้องเสร็จตามเวลาที่กำหนด แต่ถ้าใครทำไม่ทัน คนอื่นก็จะเข้ามาช่วย ไม่มีใครถูกปล่อยให้ทำงานหนักอยู่คนเดียว” เขากล่าว

ความสัมพันธ์เรื่องอาหารที่เปลี่ยนไป

หลังทำงานในครัวเชิงพาณิชย์มานาน สิ่งที่เขารู้สึกแตกต่างอย่างชัดเจนระหว่างการทำงานด้านการทำอาหารในภาคธุรกิจกับอาหารในกองทัพ

“เมื่อก่อนเราต้องเน้นทำอาหารให้รสชาติอร่อย เน้นหน้าตา ความสวยงามของอาหาร” เขาอธิบาย

“แต่พอเป็นอาหารสำหรับทหาร เราจะเน้นเรื่องโภชนาการ และผลลัพธ์ที่มีต่อร่างกายมากกว่า”

เขาเล่าว่า เมนูในแต่ละมื้อของทหาร ถูกออกแบบโดยนักโภชนาการ เพื่อให้มีสารอาหารเพียงพอสำหรับการฝึกและการใช้พลังงานของทหาร

“ทุกอย่างต้องครบ ทั้งโปรตีน คาร์โบไฮเดรต ผัก ผลไม้ เพื่อให้เพียงพอต่อการทำ exercise” เขากล่าว

อาหารไทยในครัวทหารออสเตรเลีย

แม้อยู่ในครัวของกองทัพอากาศ แต่เขายังพยายามนำเสนออาหารไทย จักรกฤชเล่าว่า เขาพยายามนำอาหารไทยเข้าไปประยุกต์ในเมนูของฐานทัพอยู่เสมอ

ด้วยประสบการณ์การทำงานในครัวมาก่อน ทำให้เขาสามารถดัดแปลงวัตถุดิบที่มีอยู่ ให้กลายเป็นอาหารไทยได้หลากหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นแกงมัสมั่น แกงแดง แกงเขียวหวาน ไก่ย่าง หมูกรอบ หรือผัดไทยมังสวิรัติ

“ทหารหลายคนชอบอาหารไทยมาก” เขากล่าวพร้อมหัวเราะ

แม้จะเข้าร่วมกองทัพในวัยที่มากกว่าทหารออสเตรเลียหลายคน แต่จักรกฤทธิ์บอกว่าสิ่งที่เขาได้รับกลับมาในอาชีพนี้มีมากกว่าทักษะอาชีพ

 “เรื่องสุขภาพ เรื่องวินัย เรื่องความรับผิดชอบ มันเปลี่ยนเราเยอะ” เขากล่าว

ในวัน Anzac Day ที่ผ่านมา เขาได้ร่วมเดินสวนสนามกับกองทัพอากาศในเมืองบริสเบนเป็นครั้งแรก เขาเปิดเผยว่า

 “ปกติเราเป็นคนดูพาเหรด แล้วก็ตบมือให้คนอื่น แต่วันนั้นเราอยู่ในขบวน ได้ยินคนข้างทางขอบคุณเรา มันรู้สึกภูมิใจมาก”

 “เรารู้สึกว่า เราภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้ และมีคำว่า Australia อยู่บนไหล่เรา”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now