Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

คนไทยถูกจับในออสเตรเลีย สถานทูตช่วยอะไรได้บ้าง เอกอัครราชทูตไทยแจงบทบาท สิทธิ และข้อจำกัด

Ambassador of Thailand to Australia
นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา Credit: Supplied/Royal Thai Embassy Canberra

เอสบีเอส ไทย พูดคุยกับ ฯพณฯ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่ออธิบายบทบาทของสถานเอกอัครราชทูตไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมฝากข้อแนะนำถึงคนไทยที่เดินทางมายังออสเตรเลีย


Published

Updated

By Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


เอสบีเอส ไทย พูดคุยกับ ฯพณฯ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่ออธิบายบทบาทของสถานเอกอัครราชทูตไทยภายใต้กฎหมายระหว่างประเทศ พร้อมฝากข้อแนะนำถึงคนไทยที่เดินทางมายังออสเตรเลีย


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

เมื่อคนไทยถูกจับกุมหรือเข้าสู่กระบวนการยุติธรรมในต่างประเทศ หนึ่งในคำถามที่เกิดขึ้นบ่อยคือ สถานเอกอัครราชทูตไทยสามารถให้ความช่วยเหลือได้มากน้อยเพียงใด และขอบเขตการดำเนินการอยู่ที่ไหน เอสบีเอส ไทย ได้สอบถามไปยังสถานเอกอัครราชทูตไทย ประจำกรุงแคนเบอรา

ฯพณฯ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา กล่าวว่า การส่งเสริมและคุ้มครองคนไทยในต่างประเทศเป็นหนึ่งในภารกิจสำคัญของสถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ไทยทั่วโลก ซึ่งรวมถึงการดูแลคนไทยที่ถูกจับกุมหรือถูกคุมขังในออสเตรเลียด้วย

อย่างไรก็ตาม การให้ความช่วยเหลือดังกล่าวต้องดำเนินการภายใต้กฎหมายของออสเตรเลีย หลักกฎหมายระหว่างประเทศ และต้องไม่เป็นการแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของประเทศเจ้าบ้าน

ท่านเอกอัครราชทูตอธิบายว่า ขอบเขตการให้ความช่วยเหลือของสถานเอกอัครราชทูตไทยเป็นไปตาม อนุสัญญากรุงเวียนนาว่าด้วยความสัมพันธ์ทางการกงสุล ค.ศ. 1963 (Vienna Convention on Consular Relations 1963) ซึ่งกำหนดสิทธิและหน้าที่ของหน่วยงานกงสุลในการคุ้มครองพลเมืองของตนในต่างประเทศ

สถานทูตช่วยอะไรได้บ้าง

ภายใต้กรอบกฎหมายดังกล่าว สถานเอกอัครราชทูตสามารถประสานงานกับหน่วยงานของออสเตรเลียเพื่อขอเข้าพบ เข้าเยี่ยม หรือสนทนากับคนไทยที่ถูกจับกุมหรือถูกคุมขังได้

"ทางการออสเตรเลียเองก็มีพันธกรณีตามกฎหมายระหว่างประเทศที่จะต้องอนุญาตให้ทางสถานทูตเข้าถึงคนไทยที่ถูกจับกุมคุมขังอยู่"

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูตยังสามารถแนะนำรายชื่อทนายความหรือสำนักงานกฎหมายที่เหมาะสมกับประเภทของคดี เข้าร่วมรับฟังการพิจารณาคดีของศาล ติดตามสภาพความเป็นอยู่ของผู้ถูกคุมขัง และประสานแจ้งข้อมูลให้ครอบครัวหรือญาติทราบ

ในกรณีที่ผู้ถูกคุมขังต้องการหนังสือ จดหมาย หรือสิ่งของจำเป็นจากครอบครัว สถานเอกอัครราชทูตสามารถช่วยประสานการส่งมอบได้ โดยต้องเป็นไปตามระเบียบของเรือนจำแต่ละแห่ง

สถานทูตมีข้อจำกัดอย่างไร

แม้การคุ้มครองคนไทยจะเป็นภารกิจสำคัญของสถานเอกอัครราชทูต แต่ท่านเอกอัครราชทูตย้ำว่า การดำเนินการทุกอย่างมีขอบเขตที่กำหนดไว้ชัดเจน

การส่งเสริมและคุ้มครองคนไทยต้องเป็นไปโดยเคารพกฎหมายภายในของประเทศนั้น และขณะเดียวกันก็ต้องไม่เป็นการแทรกแซงกิจการภายในของประเทศนั้นด้วย
ฯพณฯ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา

ด้วยเหตุนี้ สถานเอกอัครราชทูตจึงไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงการทำงานของตำรวจ อัยการ หรือศาลของออสเตรเลียได้ เนื่องจากกระบวนการยุติธรรมเป็นอำนาจของประเทศเจ้าบ้านที่ต้องดำเนินไปตามกฎหมายของออสเตรเลีย

บทบาทของสถานเอกอัครราชทูตจึงมุ่งเน้นการคุ้มครองสิทธิของคนไทย การประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และการติดตามความเป็นอยู่ของผู้ถูกควบคุมตัว มากกว่าการเข้าไปมีส่วนในกระบวนการพิจารณาคดี

ผู้ถูกจับกุมมีสิทธิอะไรบ้าง

ท่านเอกอัครราชทูตกล่าวว่า ผู้ถูกจับกุมในออสเตรเลียยังคงมีสิทธิพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมายของออสเตรเลีย

หนึ่งในสิทธิสำคัญคือ สิทธิในการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกจับกุม

"สิทธิในการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตถือเป็นสิทธิขั้นพื้นฐานของผู้ถูกจับกุมคุมขัง"

นอกจากนั้น ยังมีสิทธิในการติดต่อสมาชิกในครอบครัว สิทธิในการเข้าถึงทนายความ และสิทธิในการขอล่าม หากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้

ท่านเอกอัครราชทูตระบุว่า โดยทั่วไป ทางการออสเตรเลียจะแจ้งสิทธิเหล่านี้แก่ผู้ถูกจับกุมตั้งแต่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม

อย่างไรก็ตาม ในบางกรณี สถานเอกอัครราชทูตอาจได้รับข้อมูลจากหน่วยงานของออสเตรเลียก่อนที่ผู้ถูกจับกุมจะติดต่อมา และจะเป็นฝ่ายประสานเข้าไปเพื่อให้ความช่วยเหลือด้านการคุ้มครองทางกงสุลตามขอบเขตที่กฎหมายกำหนด

"ก็มีบางกรณีที่ทางสถานทูตทราบว่ามีคนไทยถูกจับกุมคุมขัง เราก็อาจเป็นฝ่ายติดต่อไป เพื่อให้ความช่วยเหลือและให้การคุ้มครองทางกงสุลตามที่กฎหมายและกฎระเบียบกำหนด"

ศึกษากฎหมาย และอย่ารับฝากสัมภาระของผู้อื่น

ในช่วงท้ายของการสัมภาษณ์ ท่านเอกอัครราชทูตฝากข้อแนะนำถึงคนไทยที่เดินทางมายังออสเตรเลียว่า การป้องกันปัญหาย่อมดีกว่าการแก้ไขภายหลัง

ผู้เดินทางควรศึกษากฎหมายและกฎระเบียบของประเทศปลายทาง โดยเฉพาะกฎหมายด้านคนเข้าเมืองและศุลกากร รวมถึงปฏิบัติตามกฎหมายอย่างเคร่งครัด

"คนไทยเราไม่ว่าจะเดินทางไปประเทศใด ก็ควรเคารพกฎหมายของประเทศนั้น ศึกษากฎหมาย กฎระเบียบเกี่ยวกับการเข้าเมืองและศุลกากร และปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด"อีกหนึ่งข้อที่ท่านเอกอัครราชทูตเน้นย้ำ คือ ไม่ควรรับฝากสัมภาระหรือพัสดุของผู้อื่น แม้จะเป็นคนรู้จักก็ตาม

ไม่ควรนำของที่ไม่ใช่ของตนเองมาเป็นสัมภาระ หรือรับขนส่งพัสดุของผู้อื่น เพราะหากมีสิ่งผิดกฎหมาย ผู้ที่นำเข้าก็ไม่สามารถปฏิเสธความรับผิดชอบได้
ฯพณฯ นางสาวอาจารี ศรีรัตนบัลล์ เอกอัครราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา เ

ท่านกล่าวเพิ่มเติมว่า สถานเอกอัครราชทูตได้เผยแพร่คำเตือนและอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับข้อควรระวังดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต รวมถึงประชาสัมพันธ์ผ่านสมาคมคนไทยในออสเตรเลียมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความตระหนักรู้และลดความเสี่ยงที่คนไทยจะตกเป็นเหยื่อของขบวนการอาชญากรรม หรือเข้าไปเกี่ยวข้องกับการกระทำผิดกฎหมายโดยไม่ตั้งใจ

Info graphic_warning_Thai embassy
สถานเอกอัครราชทูตได้เผยแพร่คำเตือนและอินโฟกราฟิกเกี่ยวกับข้อควรระวังดังกล่าวผ่านเฟซบุ๊กของสถานเอกอัครราชทูต Credit: Royal Thai Embassy Canberra

สิ่งที่คนไทยควรรู้

หากคนไทยถูกจับกุมในออสเตรเลีย ผู้ถูกจับกุมมีสิทธิแจ้งเจ้าหน้าที่ว่าต้องการติดต่อสถานเอกอัครราชทูตไทย ซึ่งเป็นสิทธิพื้นฐานที่ได้รับการคุ้มครองตามกฎหมาย

แม้ว่าสถานเอกอัครราชทูตจะไม่สามารถแทรกแซงกระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลียได้ แต่สามารถให้ความช่วยเหลือด้านการคุ้มครองทางกงสุล ประสานงานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ติดตามความเป็นอยู่ของผู้ถูกคุมขัง และประสานข้อมูลกับครอบครัว ภายใต้กรอบกฎหมายของออสเตรเลียและกฎหมายระหว่างประเทศ

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now