Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

ข่าวไทย 9 ก.ค. 2569: ขยายผลยาเสพติดข้ามชาติ คืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น รบ.ผุดไอเดีย early retire ลดงบราชการ

สายตรงจากเมืองไทย เอสบีเอส ไทย
สายตรงจากเมืองไทย เอสบีเอส ไทย Credit: Unsplash/Mos Sukjaroenkraisri

ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ | ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น | รัฐบาลผุดโครงการเออรี่รีไทร์ลดงบข้าราชการ


Published

By Yossawat Pongpraphat

Presented by Yossawat Pongprapas, Chayada Powell

Source: SBS


Share this with family and friends


ป.ป.ส. ขยายผลเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ | ความคืบหน้าคดีทุจริตสอบท้องถิ่น | รัฐบาลผุดโครงการเออรี่รีไทร์ลดงบข้าราชการ


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

คดีแอร์โฮสเตส สายการบินของไทย ลับลอบนำเฮโรอีนเข้าออสเตรเลีย ตำรวจขยายผล พบเป็นเครือข่ายยาเสพติดข้ามชาติ จับกุมผู้ร่วมขบวนการเพิ่ม มีความคืบหน้าอย่างไร

หลายหน่วยงาน ของไทย กำลังเร่งขยายผล ทางคดีในเรื่องนี้ โดย เฉพาะ หน่วยงานหลักทั้ง สำนักงานคณะกรรมการป้องกัน และ ปราบปรามยาเสพติด หรือ ป.ป.ส. และตำรวจปราบปรามยาเสพติด พ.ต.ต.สุริยา สิงหกมล เลขาธิการ ป.ป.ส.กล่าวว่า ขณะนี้เจ้าหน้าที่สามารถพิสูจน์ทราบตัวบุคคลในขบวนการได้ตั้งแต่ต้นทางฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน

จนเข้ามาถึงประเทศไทย ซึ่งเป็นกลางทางคือผู้รับหิ้ว และปลายทางในต่างประเทศ โดยคดีนี้มีความเกี่ยวเนื่องกับ 2 คดีใหญ่ คือ คดีจับกุมตรวจยึดเฮโรอีน 4 จุดในกรุงเทพมหานครก่อนหน้านนี้ ที่เตรียมส่งออกไปยังประเทศออสเตรเลียและไต้หวัน และคดี แอร์โฮสเตสสาว น.ส.มีนา ที่ไปถูกจับกุมได้ที่ประเทศออสเตรเลีย

ซึ่งพบว่าทั้ง 2 คดีมีความเชื่อมโยงกันอย่างชัดเจน ในลักษณะเป็นเครือข่าย ใช้กลุ่มบุคคลเดียวกันในการขนส่ง และคดีนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ รับเป็นคดีพิเศษแล้ว พรุ่งนี้จะมีการประชุม ระหว่างกรมสอบสวนคดีพิเศษ และ ป.ป.ส. หารือวางแนวทางร่วมกัน คาดว่าไม่เกินสัปดาห์หน้า จะออกหมายจับบุคคลฝั่งประเทศเพื่อนบ้าน จำนวน 2 รายที่เป็นตัวการหลัก ซึ่งมีทั้งคนโอนเงิน เจ้าของยาเสพติดระดับพื้นที่ นอกจากนี้ ยังพบว่าขบวนการดังกล่าวใช้ทั้งลูกเรือสายการบินและประชาชนทั่วไปที่รับจ้างหิ้วยาเสพติดเป็นอาชีพ

นอกจากนี้ ยังมีคดี เมื่อต้นปี ที่ร้อยตำรวจเอกหญิงรายหนึ่ง รับจ้างหิ้วกระป๋องลูกเดือยจำนวน 30 กระป๋อง เดินทางจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิไปยังประเทศจีน ก่อนถูกเจ้าหน้าที่ศุลกากรจีนจับกุม พบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในกระป๋อง และควบคุมตัวเพื่อดำเนินการสอบสวนเป็นเวลาประมาณ 2 เดือน ก่อนที่อัยการจีนจะมีคำสั่งไม่ฟ้อง เนื่องจากมีหลักฐานยืนยันว่าตำรวจหญิงรายดังกล่าวตกเป็นเหยื่อของขบวนการรับจ้างหิ้วสินค้า และไม่ทราบว่ามีกัญชาซุกซ่อนอยู่ในสิ่งของที่รับฝาก ก่อนถูกส่งตัวกลับประเทศไทยเมื่อเดือนมีนาคมที่ผ่านมา

ขณะนี้ ตำรวจปราบปรามยาเสพติด และหน่วยงานต้นสังกัดของตำรวจหญิง อยู่ระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงและดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้อง โดยพบข้อมูลเบื้องต้นว่า ผู้เสียหายรับจ้างขนสิ่งของผ่านเพจรับหิ้วสินค้า ระหว่างเดินทางท่องเที่ยวประเทศจีน ก่อนถูกจับกุมเมื่อเจ้าหน้าที่จีนตรวจพบกัญชาซุกซ่อนอยู่ภายในสัมภาระ

สะท้อนให้เห็นว่าขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติได้ปรับเปลี่ยนรูปแบบการก่อเหตุ โดยใช้โซเชียลมีเดียเป็นช่องทางติดต่อว่าจ้างผ่านเพจรับหิ้วสินค้าหรือบุคคลที่ไม่รู้จัก เพื่อหลอกให้ประชาชนรับขนสิ่งของผิดกฎหมาย จึงขอเตือนประชาชนไม่ควรรับฝากหรือรับจ้างขนสิ่งของของผู้อื่นไปต่างประเทศ แม้จะได้รับค่าตอบแทนเพียงเล็กน้อย เพราะอาจตกเป็นเครื่องมือของเครือข่ายอาชญากรรม และต้องรับโทษตามกฎหมายของประเทศปลายทาง

ส่วน มาตรการควบคุมและสกัดกั้นการลักลอบขนยาเสพติดออกนอกประเทศ สำหรับท่าอากาศยาน เพิ่มความเข้มข้นในการตรวจสอบสัมภาระของผู้โดยสารและสัมภาระขนส่งขาออกผ่านการใช้เครื่องเอกซเรย์ (X-ray)

ควบคู่กับการใช้สุนัขตรวจค้น (K-9) เพิ่มความเข้มงวดในการตรวจสอบสัมภาระของลูกเรือ สำหรับท่าอากาศยานสุวรรณภูมิซึ่งเป็นท่าอากาศยานหลักของประเทศ ยกระดับมาตรการรักษาความปลอดภัยไม่ให้ประเทศไทยถูกใช้เป็นเส้นทางลำเลียงยาเสพติดไปยังประเทศที่สามเพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้กับผู้โดยสารและสายการบินต่อมาตรฐานด้านการรักษาความปลอดภัย

คดีทุจริตสอบท้องถิ่น มีความคืบหน้า พบการแกไขกระดาษคำตอบ ถึง 5,000 กว่า คน จาก 15,000 คน และมีหลักฐานเชื่อมโยงไปถึงข้าราชการระดับสูง รายละเอียดเป็นอย่างไร

หลังจาก ป.ป.ช. ร่วมกับ ตำรวจ บุกจับกุม ขบวนการทุจริตการสอบบรรจุเข้าเป็นข้าราชการ และ พนักงานท้องถิ่น ของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น ประจำปี 2568 แล้ว ขยายผลการสอบสวน ต่อเนื่อง กระทั่ง ล่าสุด พบการแก้ไขกระดาษคำตอบ ไปถึงกว่า 5,000 คน จาก กว่า 15,000 คน เรื่องนี้ นายวรศิษฎ์ เลียงประสิทธิ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกว่าที่พบข้อเท็จจริงในเรื่องนี้ เนื่องจากไปตรวจสอบ

และพบผลคะแนนที่ประกาศไม่ตรงกับไฟล์ภาพกระดาษคำตอบ จากนี้ จะส่งผลการตรวจสอบทั้งหมดให้คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. รวมทั้งส่งให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีนายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี เป็นประธาน และแจ้งให้คณะกรรมการกลางการสอบแข่งขันพนักงานส่วนท้องถิ่น เป็นหน่วยงานกำกับการจัดสอบและประกาศผล รับทราบข้อเท็จจริง

อย่างไรก็ดี ผู้ที่ตรวจพบความผิดปกติทั้ง 5,000 ราย ยังไม่สามารถเพิกถอนจากการเป็นข้าราชการท้องถิ่นได้ในขณะนี้ โดยจะต้องรอให้ ป.ป.ช.ตรวจสอบและสรุปผลให้แล้วเสร็จก่อน หากพบว่ามีการกระทำผิดจริง จึงจะดำเนินการเพิกถอนสถานะข้าราชการตามกฎหมาย

ล่าสุด นายสุรพงษ์ อินทรถาวร เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ หรือ ป.ป.ช. ในฐานะ โฆษกสำนักงาน ป.ป.ช. แถลง พบหลักฐานอันควรเชื่อได้ว่า อธิบดีกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่นกับพวก ดำเนินการแก้ไขคะแนนสอบและเรียกรับเงินจากผู้สมัครสอบเพื่อช่วยเหลือให้สอบผ่าน

โดยมีพยานหลักฐานเพียงพอที่จะดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. ตั้งคณะกรรมการ ไต่สวน เพื่อไต่สวนเป็นคดีพิเศษ กลุ่มบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง ตั้งแต่ ผู้บริหารระดับสูงของกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น / กลุ่มบุคคลที่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐที่มีหน้าที่เกี่ยวกับการจัดสอบ และประกาศผลสอบ / กลุ่มบุคคลที่ไม่เป็นเจ้าหน้าที่ของรัฐ ได้แก่ กลุ่มบุคคลที่แก้ไขคะแนนของผู้เข้าสอบ กลุ่มนายหน้าเรียกรับเงินจากผู้เข้าสอบ และกลุ่มบุคคลที่ได้รับการแก้ไขคะแนนในกระดาษคำตอบ / และ บุคคลอื่นที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิด

รัฐบาลผุดแนวคิด ให้ ข้าราชการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด หรือ เออรี่รีไทร์ เหตุใด จึงเกิดแนวคิดนี้ขึ้น

แนวคิดนี้ มากจา นายปกรณ์ นิลประพันธ์ รองนายกรัฐมนตรี ที่ให้สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือน ศึกษาเรื่องการเกษียณอายุราชการก่อนกำหนด โดยให้มีผลภายในปี 2570 เนื่องจากขณะนี้มีตัวเลขรายจ่ายประจำที่สูงเพิ่มขึ้นมาก

ส่งผลต่องบประมาณใช้จ่ายในการลงทุนและช่วยเหลือประชาชนน้อยลง จึงมีแนวคิดลดจำนวนข้าราชการลงผ่านระบบสมัครใจ จะทำโดยเร็วที่สุด โดยโครงการดังกล่าวจะทำควบคู่กับการปรับลดอัตราตำแหน่งในระบบราชการให้เหลือเท่าที่จำเป็น และนอกจากเหตุผลเรื่องงบประมาณแล้ว ขณะนี้มีเทคโนโลยีเข้ามาเพื่อทดแทนงานปกติประจำวัน จึงสามารถยกเลิกในบางตำแหน่งได้ แต่ยืนยันว่าจะค่อยเป็นค่อยไป

ส่วนหลักเกณฑ์อายุเออร์ลีรีไทร์ เดิมกำหนดหลักเกณฑ์ อายุ 55 ปีขึ้นไป แต่เมื่อพิจารณาเรื่องที่จะต้องเปลี่ยนทักษะงาน หากให้คนอายุ 50 ปีขึ้นไปเออร์ลี่รีไทร์ เขาก็ไม่รู้จะออกไปทำอะไร เพราะการเปลี่ยนทักษะการทำงานเป็นเรื่องที่ยาก

โดยเฉพาะทักษะในปัจจุบัน ที่อยู่ในยุคของ AI หลายคนตกงาน ในอายุขนาดนี้ ก็คงจะยาก จึงจะอยู่ที่ประมาณ 40-45 ปี เพราะเกี่ยวข้องกับเรื่องเงินบำเหน็จบำนาญด้วย ฉะนั้นการที่จะให้คนอายุเยอะ มาเปลี่ยนอาชีพจะสร้างความลำบากเป็นอย่างมาก

เนื่องจากมีครอบครัวที่ต้องดูแล ยืนยึนยึดมาตรการการเออร์ลี่รีไทร์แบบสมัครใจ โดยประมาณการจำนวนคนที่จะเออร์ลี่รีไทร์ 40 ปีขึ้นไป เบื้องต้นเป็นตัวเลขหลักหมื่นคนขึ้น ขณะนี้ตัวเลขยังไม่นิ่ง อย่างไรก็ตามหากไม่ทำวันนี้ และรอไปอีก 10 ปี ปัญหาก็จะเกิด

นางสาว ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน แสดงความเห็นว่า ค่าใช้จ่ายของบุคลากรภาครัฐที่เพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบันแตะ 40% ของงบประมาณเรียบร้อย เบียดบังงบประมาณที่ใช้พัฒนาประเทศ รัฐบาล จึงเริ่ม โครงการเออร์ลี่รีไทร์ แต่อาจทำให้สูญเสียข้าราชการน้ำดีที่ยังมีศักยภาพ

และแม้คนอาจจะรู้สึกว่าจำนวนข้าราชการไทยมีเยอะเกินไป แต่ในความเป็นจริง ยังเจอภาวะขาดแคลนบุคลากรในหลายด้าน เช่น แพทย์ พยาบาล บุคลากรสาธารณสุข ผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านในทักษะใหม่ๆ อาทิ AI, Digital Government, Cybersecurity แถมต้องสู้กับภาวะสมองไหลไปภาคเอกชนที่ให้ค่าตอบแทนสูงกว่า

ดังนั้น ภารกิจแรกจึงไม่ใช่การตั้งเป้าว่าจะลดจำนวนลงเท่าไหร่ แต่ทบทวนภารกิจ ทุกกระทรวง ทุกกรม ทุกหน่วยงานใหม่ทั้งหมด ขั้นต่อไปคือสำรวจว่าบุคลากรของรัฐมีทักษะรองรับภารกิจใหม่หรือไม่ รวมทั้ง ต้องเปิดโอกาสให้ข้าราชการได้เรียนรู้และย้ายไปทำงานที่สร้างคุณค่าได้มากกว่า

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now