Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

Thai Voice: สร้างเครือข่ายสังคมผ่าน Thai Playgroup แม่ไทยในออสเตรเลียเล่าความท้าทายในการเลี้ยงลูกไกลบ้าน

Thai Playgroup 2 of ALC Header Cutout.jpg
กิจกรรม Thai Playgroup ในนครเมลเบิร์น Credit: SBS Thai/ Chayada Powell

กลุ่มแม่ชาวไทยในนครเมลเบิร์นแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกในต่างแดน โดยระบุว่า แม้ออสเตรเลียจะมีระบบสาธารณสุขและบริการสำหรับครอบครัวที่ช่วยดูแลแม่และเด็กได้เป็นอย่างดี แต่การมีเครือข่ายทางสังคมของผู้คนที่มีภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันยังมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสนับสนุนกันในชีวิตประจำวัน


Published

By Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


กลุ่มแม่ชาวไทยในนครเมลเบิร์นแบ่งปันประสบการณ์การเลี้ยงลูกในต่างแดน โดยระบุว่า แม้ออสเตรเลียจะมีระบบสาธารณสุขและบริการสำหรับครอบครัวที่ช่วยดูแลแม่และเด็กได้เป็นอย่างดี แต่การมีเครือข่ายทางสังคมของผู้คนที่มีภาษาและวัฒนธรรมเดียวกันยังมีบทบาทสำคัญในการแลกเปลี่ยนประสบการณ์และสนับสนุนกันในชีวิตประจำวัน


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

การมีลูกในต่างประเทศนอกจากจะเป็นจุดเริ่มต้นชีวิตครอบครัว แต่สำหรับแม่ชาวไทยบางคนในออสเตรเลีย ช่วงเวลาดังกล่าวเป็นประสบการณ์ที่เต็มไปด้วยความเหนื่อยล้า ความกังวล ความเหงาและโดดเดี่ยว เมื่อต้องเรียนรู้บทบาทความเป็นแม่โดยไม่มีพ่อแม่ ญาติพี่น้อง หรือเพื่อนสนิทคอยช่วยเหลืออยู่ใกล้ ๆ

กลุ่มแม่ชาวไทยที่เข้าร่วมกิจกรรมไทย เพลย์กรุ๊ป (Thai Playgroup) ในนครเมลเบิร์นบอกกับเอสบีเอสไทยว่า แม้ออสเตรเลียจะมีระบบสาธารณะสุขที่ดูแลแม่และเด็ก ตลอดจนพื้นที่สาธารณะที่เอื้อต่อครอบครัวเป็นอย่างดี แต่สิ่งที่พวกเขารู้สึกว่าขาดหายไปคือเครือข่ายทางสังคม ของคนที่สามารถพูดคุย ปรึกษา และแบ่งปันประสบการณ์การเป็นแม่และการเลี้ยงลูกในต่างแดนได้อย่างเข้าใจกัน

ความท้าทายของการเลี้ยงลูกตามลำพัง

ตาล ซึ่งเดินทางกลับไปคลอดลูกที่ประเทศไทย ก่อนพาลูกกลับมาออสเตรเลียเมื่ออายุได้ประมาณสามเดือน เล่าว่า เธอตัดสินใจคลอดที่ไทยเพราะต้องการอยู่ใกล้ครอบครัว และรู้สึกมั่นใจมากกว่าที่จะได้รับการดูแลจากบุคลากรทางการแพทย์ที่สื่อสารภาษาเดียวกัน

แม้พ่อแม่ของทั้งสองฝ่ายจะมีอายุมากและไม่สามารถช่วยดูแลเด็กได้เต็มที่ แต่การอยู่ในประเทศไทยทำให้เธอสามารถจ้างพยาบาลหรือผู้ช่วยมาช่วยในช่วงแรกหลังคลอดได้

อย่างไรก็ตามสถานการณ์เปลี่ยนไปเมื่อเธอกลับมายังออสเตรเลีย และต้องอยู่กับลูกตลอดทั้งวัน ขณะที่สามีกลับไปทำงาน

ตอนแรกค่อนข้างเครียดเลยค่ะ เพราะอยู่กันสองคน แล้วสามีก็ต้องกลับไปทำงาน เราไม่เคยเลี้ยงเด็กคนหนึ่งทั้งวันมาก่อน และพอไม่ได้ไปทำงานก็เหมือนเราไม่มีสังคม
ตาล กล่าว

เธอบอกว่า การได้มาร่วมกิจกรรมอย่าง Thai Playgroup ทำให้ได้พบแม่ชาวไทยคนอื่นเป็นครั้งแรก และได้เห็นลูกทำกิจกรรมกับเด็กวัยใกล้เคียงกัน

“ดีมากเลยค่ะ ก่อนหน้านี้เวลาอยู่บ้าน เราอาจไม่ได้ร้องเพลงหรือทำกิจกรรมกับเขามากขนาดนั้น พอมา เขาก็ได้มีเพื่อน และเหมือนพัฒนาการเขาดีขึ้น”

ประสบการณ์ของตาลคล้ายกับแม่คนอื่น ๆ ในกลุ่ม ที่เป็นผู้ที่ย้ายถิ่นฐานและต้องเริ่มสร้างเครือข่ายทางสังคมใหม่ เช่น ทิพย์ ที่ย้ายจากซิดนีย์มายังรัฐวิกตอเรียเมื่อลูกอายุประมาณสามเดือน หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในซิดนีย์มานานเก้าปีและมีเพื่อนอยู่เป็นกลุ่ม

“รู้สึกโดดเดี่ยวมาก เหงามากค่ะ ที่ซิดนีย์เรามีกลุ่มเพื่อนใหญ่ แต่พอย้ายมาอยู่ที่นี่ เราอยู่กันแค่สองคน ไม่รู้จักใครเลย ไม่มีญาติพี่น้อง”

Thai playgroup 1 edited.jpg
อ่านหนังสือและร้องเพลงภาษาไทยเป็นหนึ่งในกิจกรรมของกลุ่มThai Playgroup Credit: SBS Thai/ Chayada Powell

ระบบสาธารณสุขและบริการสังคมที่ช่วยเหลือแม่และเด็กในออสเตรเลีย

แม่ๆ หลายคนยอมรับว่า ระบบสาธารณสุขและบริการสังคมของออสเตรเลียเป็นหนึ่งในปัจจัยที่ช่วยให้การเลี้ยงลูกง่ายขึ้น

ใบเฟิร์น ซึ่งย้ายมาออสเตรเลียได้ราวสองปี บอกว่า แม้การเลี้ยงลูกโดยไม่มีคนช่วยจะเป็นเรื่องยาก แต่บริการสาธารณะ เช่น ห้องสมุด สวนสาธารณะ และเส้นทางที่รถเข็นเด็กเข้าถึงได้ ช่วยให้แม่สามารถพาลูกออกไปทำกิจกรรมนอกบ้านได้สะดวก

เธอยังเล่าว่าได้รับการดูแลอย่างใกล้ชิดจากระบบสุขภาพ หลังมีภาวะแทรกซ้อนระหว่างตั้งครรภ์และลูกมีน้ำหนักตัวน้อย

“โรงพยาบาลดูแลดีมากค่ะ หลังคลอดพยาบาลก็มาที่บ้าน ช่วงแรกมาชั่งน้ำหนักน้องทุกวัน แม้แต่วันเสาร์อาทิตย์ก็จะโทรมาถามว่าน้องเป็นอย่างไรบ้าง”

เช่นเดียวกับ ภัทร ก็มีประสบการณ์เชิงบวกกับระบบสุขภาพ หลังเกิดภาวะแทรกซ้อนระหว่างการคลอด โดยระบุว่าทีมแพทย์ช่วยให้แม่และลูกผ่านเหตุการณ์มาได้อย่างปลอดภัย

อย่างไรก็ตาม เมื่อกลับมาใช้ชีวิตที่บ้าน ปัญหาหลายอย่าง โดยเฉพาะการให้นมและการดูแลทารกในช่วงหกเดือนแรก ทำให้เธอรู้สึกเครียด และต้องหาคำตอบด้วยตัวเองเป็นส่วนใหญ่

“เวลามีปัญหาเกิดขึ้น เพื่อนคู่คิดของเราก็คืออินเทอร์เน็ต แต่เราไม่มีความคิดเห็นที่สองว่า สิ่งที่เราไปค้นมาถูกหรือผิด เพราะเด็กแต่ละคนต่างกัน เทคนิคที่ใช้ได้กับเด็กคนหนึ่งอาจใช้ไม่ได้กับลูกของเรา เราเลยขาดคนที่มาแบ่งปันประสบการณ์ และต้องลองผิดลองถูกเองมาตลอด” ภัทรกล่าว

เครือข่ายทางสังคมสำคัญอย่างไร

จากข้อมูลของ Australian Institute of Family Studies ระบุว่า ครอบครัวที่มีเด็กเล็กจำเป็นต้องได้รับการสนับสนุนและมีความเชื่อมโยงกับสังคม ขณะที่โครงการซึ่งช่วยให้ผู้ปกครองสร้างเครือข่ายและเข้าถึงความช่วยเหลือในชุมชน มีบทบาทสำคัญต่อทั้งครอบครัวและเด็ก

แม้แม่หลายคนที่พูดคุยกับเอสบีเอส ไทย จะเคยเข้าร่วมเพลย์กรุ๊ปหรือกลุ่มแม่และเด็กของชุมชนท้องถิ่นมาก่อน แต่พวกเธอบอกว่า การได้พบคนที่ใช้ภาษาเดียวกันและมีพื้นฐานทางวัฒนธรรมใกล้เคียงกัน ทำให้การพูดคุยเป็นธรรมชาติและเข้าใจกันได้มากกว่า

อย่างเช่น ใบเฟิร์นที่บอกว่า ภาษาเป็นอุปสรรคสำคัญในการทำความรู้จักกับแม่คนอื่นในกลุ่มที่ใช้ภาษาอังกฤษเป็นหลัก

“คุยภาษาบ้านเกิดมันง่ายกว่าค่ะ แล้วลูกก็ได้ซึมซับด้วย เวลาเราร้องเพลงไทยหรือพูดภาษาไทยกัน”

ส่วนทิพย์ก็มีประสบการณ์คล้ายกัน เธอเปิดเผยว่า

“ฟังรู้เรื่องนะคะ แต่เวลาเราจะพูดออกไป เราคิดไม่ทัน แล้วเวลาเขาคุยกันก็จะเร็วมาก เราก็เลยพาน้องไปเพื่อให้มีเพื่อนเล่น แต่ตัวเราเองไม่ค่อยรู้สึกเชื่อมโยงเท่าไร”

เมื่อเห็นประกาศรับสมัครเข้าร่วม Thai Playgroup เธอบอกว่ารู้สึกดีใจ เพราะเป็นโอกาสที่จะได้พบแม่ชาวไทยที่อยู่ในพื้นที่เดียวกัน

ด้านภัทร เห็นว่าความคุ้นเคยทางภาษาและวัฒนธรรมช่วยให้การสนทนาและการแบ่งปันอุปสรรคในการเลี้ยงลูกระหว่างแม่มีความลึกซึ้งมากขึ้น

การพูดภาษาเดียวกันเติบโตมาจากพื้นฐานคล้ายกัน ทำให้การพูดคุยลงลึกได้มากกว่า เวลาไปเพลย์กรุ๊ปที่มีหลายเชื้อชาติก็พูดคุยกันได้แต่บทสนทนาอาจจะตื้นกว่า
ภัทร กล่าว

ดูแลทั้งแม่และลูก

แซนดี หนึ่งในผู้ริเริ่มกลุ่ม Thai Playgroup กล่าวว่า แนวคิดในการจัดกลุ่มเกิดจากประสบการณ์ของตนเองเมื่อครั้งเลี้ยงลูกเล็กในออสเตรเลีย โดยไม่มีพ่อแม่หรือญาติพี่น้องอยู่ใกล้

“ตอนมีลูกสองคนรู้สึกโดดเดี่ยวมาก ไม่มีใครมาเปลี่ยนมือ ไม่มีญาติ มีแค่พ่อแม่ลูกสี่คน เรารู้สึกเศร้าและพยายามหาเพื่อน แต่ตอนนั้นไม่มีกลุ่มคนไทยหรือเพลย์กรุ๊ป เราเลยโพสต์ชวนว่า มีใครอยากพาลูกมาเล่นด้วยกันไหม”

กลุ่มเล็ก ๆ ในเวลานั้นเติบโตขึ้นพร้อมกับเด็ก ๆ ก่อนจะหยุดไปเมื่อลูกของสมาชิกโตขึ้น กระทั่งมีแม่รุ่นใหม่ที่ต้องการสร้างพื้นที่ลักษณะเดียวกัน เธอจึงกลับมาช่วยจัดกิจกรรมอีกครั้ง

แซนดีมองว่า เป้าหมายสำคัญของเพลย์กรุ๊ปไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมสำหรับเด็กเท่านั้น แต่รวมถึงการดูแลผู้ที่ทำหน้าที่เลี้ยงเด็กด้วย

การเอาเด็กมาร้องเพลงหรือทำกิจกรรมอาจเป็นเพียงส่วนหนึ่งแต่สิ่งสำคัญอีกอย่างคือแม่ ถ้าแม่ไม่มีความสุขก็จะดูแลลูกให้ดีได้ยาก
แซนดี กล่าว

“ลูกได้สิ่งแวดล้อม ส่วนแม่ก็ได้ระบายความเครียด ได้เพื่อน และได้พูดคุย พอกลับบ้านก็เหมือนได้รับพลังกลับไป”

Perinatal Anxiety and Depression Australia (PANDA) ระบุว่า ความเหงาและการแยกตัวจากสังคมพบได้ในกลุ่มผู้ที่เพิ่งเป็นพ่อแม่ เนื่องจากตารางชีวิต ความรับผิดชอบ และความสัมพันธ์เดิมอาจเปลี่ยนแปลงไปหลังมีลูก การสร้างมิตรภาพและการเชื่อมต่อกับผู้อื่นจึงมีความสำคัญในช่วงเวลาดังกล่าว

และเมื่อเกิดการแยกตัวออกจากครอบครัว เพื่อน หรือกิจกรรมทางสังคม อาจสัมพันธ์กับภาวะวิตกกังวลและซึมเศร้าในช่วงตั้งครรภ์และหลังคลอด ขณะที่ Raising children Network แนะนำให้ผู้ที่ดูแลทารกให้ความสำคัญกับสุขภาพจิตของตนเอง เพราะสุขภาวะของผู้ปกครองมีส่วนช่วยให้สามารถดูแลลูกในช่วงปีแรกได้ดีขึ้น

Thai playgroup 2 edited.jpg
เป้าหมายสำคัญของเพลย์กรุ๊ปไม่ได้อยู่ที่กิจกรรมสำหรับเด็กเท่านั้น แต่รวมถึงการดูแลแม่ด้วย Credit: SBS Thai/Chayada Powell

ส่งต่อภาษาเชื่อมโยงชุมชน

สำหรับเด็กเล็กภาษายังเป็นเครื่องมือเชื่อมโยงพวกเขากับครอบครัวและอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมของผู้ปกครอง

ทิพย์บอกว่าตั้งใจพูดภาษาไทยกับลูกตลอด เพราะต้องการให้ลูกสื่อสารกับตาและยายในประเทศไทยได้ ขณะที่ภัทรใช้ภาษาไทยกับลูกมาตั้งแต่เล็ก โดยมีสามีพูดภาษาอังกฤษ

ส่วนภัทรบอกว่า นอกจากการใช้ภาษาไทยในชีวิตประจำวันแล้ว การอ่านนิทานภาษาไทยมีส่วนสำคัญต่อการเพิ่มคลังคำศัพท์และรูปประโยคของเด็ก

“คำบางคำหรือรูปประโยคบางอย่าง เราอาจไม่ได้พูดในชีวิตประจำวัน แต่เด็กเรียนรู้ได้จากภาพและเนื้อเรื่องในนิทาน แล้วนำกลับมาใช้พูดกับเราได้” ภัทร กล่าว

ผู้จัดกิจกรรมอย่าง แซนดี เชื่อว่า ช่วงวัยแรกเกิดถึงห้าขวบเป็นช่วงสำคัญต่อพัฒนาการของเด็ก ทั้งด้านภาษา อารมณ์ และการเรียนรู้ โดยการเปิดโอกาสให้เด็กได้ฟังและใช้ภาษาไทยในบรรยากาศที่สนุกและปลอดภัย อาจช่วยให้เด็กมีความมั่นใจในการใช้ภาษามากขึ้น

แซนดีกล่าวว่า เด็กบางคนอาจเข้าใจภาษาไทย แต่ไม่รู้สึกมั่นใจที่จะพูด โดยเฉพาะเมื่อภาษาอังกฤษเป็นภาษาหลักในโรงเรียนและสังคมรอบตัว

ถ้าเด็กได้คุ้นเคยกับภาษาไทย รู้สึกว่าพูดภาษาไทยแล้วมีความสุข มีเพื่อน และรู้สึกอบอุ่น เขาก็จะกล้าพูดมากขึ้น
แซนดี กล่าว

ในระยะยาว เธอต้องการเห็นกิจกรรมสำหรับครอบครัวไทยเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง และพัฒนาไปสู่เครือข่ายที่ให้ความช่วยเหลือผู้หญิงและเด็กในหลายช่วงวัย ทั้งกิจกรรมสำหรับเด็ก การฝึกอาชีพ และการให้ข้อมูลเกี่ยวกับการตั้งถิ่นฐานและการทำงานในออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม การดำเนินกิจกรรมต้องอาศัยเวลา ทรัพยากร และอาสาสมัครจำนวนมาก ซึ่งยังเป็นความท้าทายสำคัญของกลุ่ม

ผู้ที่ต้องการความช่วยเหลือเกี่ยวกับสุขภาพจิตในช่วงตั้งครรภ์หรือหลังคลอด สามารถติดต่อ PANDA National Helpline หรือค้นหาข้อมูลและบริการช่วยเหลือจาก Beyond Blue หากมีเหตุฉุกเฉินหรือมีความเสี่ยงต่อความปลอดภัย โปรดโทร Triple Zero (000)

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now