พอลลีน แฮนสัน ต้องออกมาชี้แจงนโยบาย หลัง สส. คนหนึ่งของพรรควัน เนชัน เปิดเผยตัวเลขผู้ย้ายถิ่นฉบับปรับปรุงใหม่ จนเกิดการตั้งคำถามเกี่ยวกับเป้าหมายที่แท้จริงของพรรค
สรุปประเด็น
- พอลลีน แฮนสัน ผู้นำพรรควัน เนชัน ออกมาปฏิเสธคำกล่าวเกี่ยวกับนโยบายการย้ายถิ่นของ สส. จากพรรคของเธอเอง
- เดวิด ฟาร์ลีย์ ยอมรับว่า หากพิจารณาจำนวนผู้ย้ายถิ่นโดยรวมตามแนวทางของพรรค วัน เนชัน แล้ว ตัวเลขไม่ได้แตกต่างจากที่รัฐบาลพรรคแรงงานคาดการณ์ไว้มากนัก
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
นโยบายการย้ายถิ่นของพรรควัน เนชัน (One Nation) กำลังถูกตั้งคำถาม หลัง สส. ของพรรคระบุว่า แผนดังกล่าวจะเปิดรับคนเพิ่มเติมอีกปีละ 100,000 คน ซึ่งหากรวมกับเป้าหมายเดิม จะทำให้ตัวเลขสูงกว่าที่รัฐบาลพรรคแรงงานคาดการณ์ไว้เสียอีก
เดวิด ฟาร์ลีย์ สส. เขต Farrer ซึ่งชนะที่นั่งเดิมของซูซาน ลี จากพรรคร่วมฝ่ายค้านในการเลือกตั้งซ่อม ให้สัมภาษณ์กับรายการ Insiders ของสำนักข่าว เอบีซี (ABC) เมื่อวันอาทิตย์ว่าพรรค วัน เนชัน แยกตัวเลข “NOM หรือผู้ย้ายถิ่นสุทธิจากต่างประเทศ (net overseas migration) ออกจากผู้เดินทางเข้าประเทศบางกลุ่ม
อย่างไรก็ตาม เพียงไม่กี่ชั่วโมงต่อมา พอลลีน แฮนสัน ผู้นำพรรควัน เนชัน ออกมาปฏิเสธคำกล่าวดังกล่าวผ่านโซเชียลมีเดีย โดยยืนยันว่านโยบายของพรรคคือ ลดผู้ย้ายถิ่นสุทธิจากต่างประเทศเหลือ 130,000 คน
“เป้าหมายของ วัน เนชัน ต่ำกว่าระดับปัจจุบันของพรรค แรงงาน มากกว่าครึ่ง” แฮนสันระบุ
ตัวเลข 230,000 คนมาจากไหน
คำชี้แจงของแฮนสันขัดแย้งกับฟาร์ลีย์ ซึ่งระบุว่า เป้าหมาย NOM ที่ 130,000 คนของพรรค วัน เนชัน จะไม่รวม ผู้ที่เข้ามาภายใต้โครงการแรงงานจากประเทศแปซิฟิก พยาบาลในภาคดูแลผู้สูงอายุ และแรงงานทักษะที่เป็นที่ต้องการในออสเตรเลีย
หากรวมคนกลุ่มเหล่านี้อีกประมาณ 100,000 คนต่อปี ตัวเลขทั้งหมดจะอยู่ที่ประมาณ 230,000 คน ซึ่งสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ในงบประมาณของรัฐบาลพรรคแรงงานที่ 225,000 คน ในอีก 4 ปีข้างหน้าอยู่ประมาณ 5,000 คน
ฟาร์ลีย์ยอมรับว่า เมื่อรวมคนเหล่านี้แล้ว ตัวเลขโดยรวมของพรรค วัน เนชัน “ไม่ได้แตกต่างกันมากนัก” แต่สิ่งสำคัญคือแรงงานเหล่านี้ควรไปอยู่ในพื้นที่ที่มีความต้องการ
เขาระบุว่า ออสเตรเลียไม่ได้ต้องการแรงงานเหล่านี้เพิ่มในเมืองใหญ่ แต่ต้องการให้ไปทำงานในภาคเกษตร วิศวกรรม และเหมืองแร่
รัฐบาลชี้ตัวเลขของพรรควัน เนชัน แทบไม่ต่างจากพรรคแรงงาน
ข้อถกเถียงดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางการถกเถียงเกี่ยวกับระดับการย้ายถิ่นที่เหมาะสมสำหรับออสเตรเลีย
ตัวเลขผู้ย้ายถิ่นสุทธิจากต่างประเทศลดลงมาอยู่ที่ 306,000 คนในปี 2024-25 จากระดับสูงสุดหลังการระบาดของโควิดที่ 538,000 คน
คริส โบเวน รัฐมนตรีในรัฐบาลกลาง ระบุว่า ไม่สามารถเปลี่ยนนิยามของ Net Overseas Migration ได้ตามต้องการ และมองว่าคำอธิบายของฟาร์ลีย์สะท้อนว่านฌยบายของพรรค วัน เนชัน ไม่ได้แตกต่างจากแนวทางของรัฐบาลมากนัก
โบเวนตั้งคำถามว่า หาก วัน เนชัน สนับสนุนระดับการย้ายถิ่นที่ใกล้เคียงกับรัฐบาลอัลบานีซี พรรคจะหาเสียงเรื่องการย้ายถิ่นอย่างไรต่อไป
จอนโน ดูเนียม โฆษกฝ่ายค้านด้านการย้ายถิ่น ระบุว่า พรรค วัน เนชัน จำเป็นต้องชี้แจงให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งทราบอย่างชัดเจนว่า นโยบายการย้ายถิ่นของพรรคจะทำให้มีผู้ย้ายถิ่นเข้าออสเตรเลียจำนวนเท่าใดกันแน่
เขากล่าวว่า ความแตกต่างของตัวเลขดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องของการใช้คำหรือนิยาม เพราะสามารถส่งผลโดยตรงต่อ ที่อยู่อาศัย โครงสร้างพื้นฐาน บริการที่จำเป็น ค่าจ้าง การจ้างงาน และเศรษฐกิจ
ดูเนียมกล่าวว่า วัน เนชัน มีการนำเสนอมาเป็นเวลาหลายปีว่ามีคำตอบเรื่องการย้ายถิ่น กลับยังไม่สามารถตอบคำถามพื้นฐานได้ว่าภายใต้นโยบายของพรรคจะมีผู้ย้ายถิ่นเข้ามาในออสเตรเลียจริงจำนวนเท่าใด
ทั้งนี้ ผลสำรวจความคิดเห็นหลายแห่งพบว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้ง ไว้วางใจพรรค วัน เนชัน ในการบริหารจัดการการย้ายถิ่นมากกว่าสองพรรคการเมืองใหญ่
ด้านพอลลีน แฮนสัน ระบุว่าพรรค วัน เนชัน จะลดจำนวนผู้ย้ายถิ่นผ่านการ ลดนักศึกษาต่างชาติและผู้ติดตาม ลดวีซ่าบัณฑิตชั่วคราวและผู้ติดตามลงอย่างมาก รวมถึงปรับโครงการย้ายถิ่นสำหรับแรงงานทักษะให้มุ่งเน้นเฉพาะทักษะที่ออสเตรเลียต้องการจริง ๆ

แฮนสันระบุว่า แรงงานเกษตรตามฤดูกาลระยะสั้นที่ไม่เข้าเกณฑ์การพำนักของสำนักงานสถิติออสเตรเลีย (ABS) จะไม่ถูกนับรวมในตัวเลขผู้ย้ายถิ่นสุทธิจากต่างประเทศ หรือ NOM
ตามหลักเกณฑ์ ผู้ที่พำนักอยู่ในออสเตรเลียรวมอย่างน้อย 12 เดือนภายในระยะเวลา 16 เดือน จึงจะถูกนับรวมใน NOM ดังนั้น แรงงานตามฤดูกาลระยะสั้นภายใต้โครงการ Pacific Australia Labour Mobility (PALM) โดยทั่วไปจะไม่ถูกนับรวม
อย่างไรก็ตาม แรงงานระยะยาวภายใต้โครงการเดียวกันจะถูกนับ รวมถึงแบ็กแพ็กเกอร์และผู้ถือวีซ่า Working Holiday ที่พำนักอยู่ในออสเตรเลียนานเกินเกณฑ์ดังกล่าว
แฮนสันเตรียมนำคดีเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติขึ้นศาลสูง
ท่ามกลางความสับสนเกี่ยวกับนโยบายการย้ายถิ่น แฮนสันยังประกาศว่าจะนำข้อพิพาทเรื่องกฎหมายการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติกับ เมห์รีน ฟารูกี วุฒิสมาชิกพรรคกรีนส์ ขึ้นสู่ศาลสูงออสเตรเลีย
เมื่อเดือนที่ผ่านมา แฮนสันแพ้การอุทธรณ์ต่อศาลรัฐบาลกลาง จากคดีที่ศาลวินิจฉัยว่าเธอละเมิดกฎหมายเกี่ยวกับการเหยียดเชื้อชาติ หลังโพสต์ข้อความบอกฟารูกีให้ “กลับไปปากีสถาน”
ด้านฟาร์ลีย์ เมื่อถูกถามว่าควรแก้ไขกฎหมายว่าด้วยการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติหรือไม่ ระบุว่า เขายังไม่เห็นว่าจำเป็นต้องมีการเปลี่ยนแปลงกฎหมายดังกล่าว
ฟาร์ลีย์กล่าวว่า ความเห็นของแฮนสันอาจถูกมองว่าเป็นการดูหมิ่น แต่เขาไม่เห็นว่าเป็นการยุยงให้เกิดการเลือกปฏิบัติทางเชื้อชาติ
เขาระบุว่า แฮนสันมีสิทธิที่จะท้าทายคำตัดสิน และหากพิจารณาตามสามัญสำนึกของคนทั่วไป เขาเชื่อว่าคนส่วนใหญ่จะเห็นด้วยกับแฮนสัน
นี่เป็นครั้งที่สองที่แฮนสันต้องออกมาแก้ไขหรือชี้แจงคำกล่าวของฟาร์ลีย์ หลังจากก่อนหน้านี้เขาระบุว่า จะนำ ธงอะบอริจินและธงชาวเกาะช่องแคบทอร์เรส ขึ้นแสดงร่วมกับธงชาติออสเตรเลียที่สำนักงานเขตเลือกตั้งของตน
ท่าทีดังกล่าวขัดกับนโยบายของพรรค วัน เนชัน ที่ต้องการให้ อาคารสาธารณะแสดงเฉพาะธงชาติออสเตรเลีย โดยแฮนสันเคยกล่าวว่า การมีธงทางการหลายผืนเป็นสิ่งที่สร้าง “ความแตกแยกอย่างมาก”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ





