Thai Voice: ออสเตรเลียขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่า 485 เกือบเท่าตัว นักเรียนไทยตั้งคำถามอนาคตในออสเตรเลีย

Visa 485 ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER.jpg

ไมเกรชันเอเจนท์และนักเรียนไทยเล่าผลกระทบการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงานหลังเรียนจบของออสเตรเลีย (Subclass 485) Credit: Vlad Kutepov/unsplash/Supplied

เอสบีเอสไทยพูดคุยกับนักเรียนไทยที่ได้รับผลกระทบการปรับขึ้นค่าธรรมเนียมวีซ่าทำงานหลังเรียนจบของออสเตรเลีย (Subclass 485) และไมเกรชันเอเจนท์ เพื่อสำรวจว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้สะท้อนอนาคตของนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียอย่างไร


สรุปประเด็น
  • รัฐบาลออสเตรเลียปรับขึ้นค่าธรรมเนียม วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Subclass 485) เกือบเท่าตัว เป็นประมาณ 4,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม โดยไม่มีการประกาศล่วงหน้า
  • นักเรียนต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงนักเรียนไทยที่กำลังเตรียมยื่นวีซ่า ต้องเผชิญค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน
  • ผู้เชี่ยวชาญด้านการย้ายถิ่นและนักเรียนไทยสะท้อนว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายที่รวดเร็วอาจทำให้การวางแผนอนาคตในออสเตรเลียยากขึ้น

รัฐบาลออสเตรเลียประกาศปรับขึ้นค่าธรรมเนียมการสมัคร วีซ่าทำงานหลังเรียนจบ (Temporary Graduate visa – Subclass 485) เกือบเท่าตัว เมื่อวันที่ 1 มีนคม ที่ผ่านมา

โดยไม่มีการแจ้งเตือนล่วงหน้า ทำให้นักเรียนต่างชาติจำนวนมาก รวมถึงนักเรียนไทยที่กำลังวางแผนทำงานต่อหลังเรียนจบ ต้องเผชิญกับค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นอย่างกะทันหัน

เอสบีเอสไทยพูดคุยกับ ศศิพร ไวยสิงห์ ไมเกรชันเอเจนท์ที่ขึ้นทะเบียนในรัฐควีนส์แลนด์ เพื่ออธิบายว่าการเปลี่ยนแปลงนโยบายครั้งนี้หมายถึงอะไร

และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของนักเรียนต่างชาติอย่างไรในอนาคต พร้อมฟังเสียงจากนักเรียนไทยสามคนที่กำลังเผชิญผลกระทบโดยตรง

วีซ่าที่เปิดโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

ศศิพร อธิบายว่าวีซ่า Subclass 485 เป็นวีซ่าที่อนุญาตให้นักศึกษาต่างชาติที่สำเร็จการศึกษาในออสเตรเลียสามารถพำนักและทำงานในประเทศได้หลังเรียนจบ โดยทั่วไปมีระยะเวลาประมาณสองปี ขึ้นอยู่กับระดับวุฒิการศึกษาและสาขาที่เรียน

ในบางกรณี ผู้สำเร็จการศึกษาในสาขาที่อยู่ในรายชื่อทักษะที่ประเทศต้องการ อาจได้รับวีซ่าที่มีระยะเวลานานกว่าสองปี

ศศิพรชี้ว่า วีซ่าประเภทนี้ถือเป็นช่วงสำคัญสำหรับนักเรียนต่างชาติในการสร้างประสบการณ์ทำงานหลังเรียนจบ

“มันมีข้อดีทั้งกับนักเรียนและกับประเทศ เพราะนักเรียนได้ประสบการณ์ทำงาน ส่วนประเทศเองก็ได้แรงงานรุ่นใหม่ที่เพิ่งเรียนจบเข้ามาทำงาน”

เธอกล่าวว่า ระบบลักษณะนี้มีอยู่ในหลายประเทศที่เป็นจุดหมายปลายทางของนักเรียนต่างชาติ เช่น สหรัฐอเมริกา แคนาดา และสหราชอาณาจักร

Si Migration.jpeg
ศศิพร ไวยสิงห์ ไมเกรชันเอเจนท์จาก Siis Migration รัฐควีนส์แลนด์ Credit: Supplied/Sasibhorn Viyasingha

ค่าธรรมเนียมเพิ่มสูงที่สุดตั้งแต่มีวีซ่าประเภทนี้

ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ค่าธรรมเนียมวีซ่า 485 มีการปรับขึ้นเป็นระยะ แต่ส่วนใหญ่เพิ่มขึ้นเพียงหลักร้อยดอลลาร์

ก่อนปี 2024 ค่าธรรมเนียมอยู่ที่ประมาณ 1,700 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ก่อนจะเพิ่มเป็น 1,810 ดอลลาร์ และ 1,945 ดอลลาร์ ในปี 2025 ค่าธรรมเนียมถูกปรับขึ้นหลายครั้งจนถึงประมาณ 2,603 ดอลลาร์

อย่างไรก็ตาม การปรับขึ้นล่าสุดทำให้ค่าธรรมเนียมเพิ่มเป็นประมาณ 4,600 ดอลลาร์ออสเตรเลีย ซึ่งถือเป็นการเพิ่มขึ้นมากที่สุดตั้งแต่มีวีซ่าประเภทนี้

ศศิพรกล่าวว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้สร้างความตกใจให้กับเหล่านักเรียนต่างชาติ เพราะช่วงเดือนมีนาคมเป็นช่วงเวลาที่นักเรียนเลือกยื่นวีซ่า 485 เนื่องจากวีซ่านักเรียนจำนวนมากถูกกำหนดให้หมดอายุในวันที่ 15 มีนาคม

เธออธิบายว่า นักเรียนจำนวนไม่น้อยตั้งใจรอยื่นในช่วงเวลานี้ เพราะหากยื่นเร็วเกินไป ระยะเวลาของวีซ่าใหม่จะเริ่มนับทันที ทำให้เสียเวลาของวีซ่าเดิมไป

ถือว่าค่อนข้างช็อก เพราะไม่มีการประกาศล่วงหน้า นักเรียนหลายคนเตรียมยื่นวีซ่า พอกด submit ถึงเพิ่งเห็นว่าราคาขึ้น
ศศิพร ไวยสิงห์

ศศิพรมองว่าการเพิ่มค่าธรรมเนียมอาจเป็นส่วนหนึ่งของความพยายามของรัฐบาลในการควบคุมจำนวนผู้ยื่นวีซ่าประเภทนี้เพื่อที่จะได้คนที่พร้อมที่สุด

เสียงสะท้อนจากนักเรียนไทย

อะตอม นักเรียนไทยที่สำเร็จการศึกษาด้านพยาบาลศาสตร์ กล่าวว่า แม้ว่าตัวเธอเองจะโชคดีที่ยื่นวีซ่าไปแล้วก่อนหน้านี้ แต่การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมอย่างกะทันหันในครั้งนี้ทำให้เพื่อนหลายคนตกใจ เพราะหลายคนวางแผนเก็บเงินเพื่อยื่นวีซ่าในช่วงเดือนมีนาคม

เธอกล่าวว่า นักเรียนจำนวนมากต้องเก็บเงินด้วยตัวเอง ทำให้ค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นเกือบเท่าตัวเป็นภาระไม่น้อย

พวกเพื่อนๆ ที่เค้ารอยื่นตอนมีนา ตอนนี้คือบางคนแบบร้องไห้เลยมั้ง เพราะว่ามันขึ้นมาเยอะมาก เค้าเก็บเงินกันไม่ทันค่ะ
อะตอม

ด้าน ไจ๋ นักเรียนไทยที่เพิ่งจบปริญญาโทด้าน IT เล่าว่าเขาเพิ่งได้รับใบรับรองการศึกษาก่อนมีการประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมเพียงไม่กี่วัน และการประกาศขึ้นครั้งนี้ทำให้เขาต้องปรับแผนทางการเงินใหม่

“เตรียมเงินไว้แล้ว แต่ไม่คิดว่าจะต้องเตรียมเพิ่มอีก ”

ไจ๋บอกว่าแม้เขาจะยังตัดสินใจยื่นวีซ่าต่อแต่เขายอมรับว่าต้องทำงานเพิ่มเพื่อรับมือกับค่าใช้จ่ายที่สูงขึ้น

“วันที่15 คือวีซ่าจะหมด มันโนช้อยส์แล้วครับ ต้องเอาเงินที่เก็บมาใช้ ตอนนี้คือติดลบ อาจจะต้องทำงานเพิ่มเพื่อ cover ค่าใช้จ่าย”

ขณะที่ ซันนี่ นักเรียนไทยอีกคนหนึ่งกล่าวว่า การเปลี่ยนแปลงนโยบายตรวจคนเข้าเมืองหลายครั้งในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ทำให้เขารู้สึกไม่แน่นอนกับอนาคต

ความรู้สึกแว๊บแรกเลย (เหมือน) ว่าเค้าไม่เต็มใจให้เราต่อ 485 เหมือนเค้าบีบเรา ไม่อยากให้เราทำ
ซันนี่ นักเรียนที่เรียนจบด้านไอที ในนครอดิเลด

“เคยได้รับผลกระทบ ตอนที่เรียนจบปีที่ผ่านมาคือ ก่อจะจบเดือนนึง (กฎวีซ่า 485) เค้าตัดเกณฑ์อายุ 50 ปีลดเหลือ 35 ตอนนั้นกำลังนั่งเครื่องบินอยู่แล้วเปิดข่าวมาคือแล้วจะทำยังไงต่อ”

Atom visa 485.jpeg
ภาษร (อะตอม) ภูผา นักเรียนไทยที่เรียนจบด้านพยาบาลศาสตร์ในออสเตรเลีย Credit: Supplied

ภาคการศึกษาวิจารณ์การขึ้นค่าธรรมเนียม

การปรับขึ้นค่าธรรมเนียมครั้งนี้ได้รับเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากบางส่วนของภาคการศึกษานานาชาติ

ฟิล ฮันนี่วูด ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ International Education Association of Australia

กล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่าภาคส่วนการศึกษานานาชาติรู้สึกไม่พอใจต่อการตัดสินใจที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหัน

“เห็นได้ชัดว่ารัฐบาลกำลังมองการศึกษานานาชาติเป็นอีกช่องทางหนึ่งในการเพิ่มรายได้งบประมาณ”

เขาระบุว่าการประกาศขึ้นค่าธรรมเนียมเกิดขึ้นเพียงสองสัปดาห์ก่อนวันที่ 15 มีนาคม ซึ่งเป็นช่วงที่วีซ่านักเรียนของผู้สำเร็จการศึกษาในเดือนธันวาคมจำนวนมากกำลังจะหมดอายุ

“นักเรียนจำนวนมากได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะสามารถยื่นวีซ่า 485 ได้ตั้งแต่ตอนที่เดินทางมาเรียนในออสเตรเลียเมื่อสามหรือสี่ปีก่อน แต่ตอนนี้ต้องเผชิญกับค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า”

รัฐบาลชี้ยังเปิดโอกาสทำงานหลังเรียนจบ

โฆษกกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลียระบุในแถลงการณ์ว่า ออสเตรเลียยังคงเสนอ สิทธิการทำงานหลังสำเร็จการศึกษา สำหรับผู้ถือวีซ่าบัณฑิตชั่วคราวและครอบครัว

แถลงการณ์ระบุว่า ผู้ถือวีซ่าประเภทนี้สามารถทำงานได้ โดยไม่มีข้อจำกัดด้านชั่วโมงการทำงาน และสามารถใช้วุฒิการศึกษาจากออสเตรเลียเพื่อเข้าถึงโอกาสการทำงานระดับบัณฑิตศึกษา

นอกจากนี้ ผู้ที่มีคุณสมบัติสูงซึ่งไม่ต้องการยื่นวีซ่า 485 ยังสามารถพิจารณา เส้นทางการย้ายถิ่นฐานประเภทอื่น หากมีคุณสมบัติตรงตามข้อกำหนด

นักเรียนไทยมองอนาคตในออสเตรเลียอย่างไร

แม้ต้องเผชิญกับต้นทุนที่เพิ่มขึ้นและนโยบายตรวจคนเข้าเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว

แต่นักเรียนไทยจำนวนไม่น้อยยังคงมองว่าออสเตรเลียเป็นประเทศที่เปิดโอกาสในการเริ่มต้นเส้นทางอาชีพ

อย่างไรก็ตาม หลายคนยอมรับว่าการวางแผนอนาคตในประเทศนี้เริ่มยากขึ้น แม้นักเรียนแต่ละคนจะมีเส้นทางการเรียนแตกต่างกัน

แต่คำตอบของพวกเขาสะท้อนความกังวลคล้ายกัน โดยเฉพาะเรื่องความไม่แน่นอนของนโยบายตรวจคนเข้าเมือง

หลายคนมองว่าการเปลี่ยนแปลงกฎเกณฑ์เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และบางครั้งก็ไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า ทำให้การวางแผนชีวิตในระยะยาวเป็นเรื่องยากขึ้น

อะตอม มองว่า แม้ออสเตรเลียยังเป็นประเทศที่น่าอยู่ แต่กฎเกณฑ์ที่เข้มงวดขึ้นอาจทำให้นักเรียนบางส่วนเริ่มมองหาทางเลือกอื่น

“ประเทศออสเตรเลียน่าอยู่เป็นปกติ แต่กฎเกณฑ์ที่ทำให้นักเรียนมี pathway ไปพีอาร์ได้ยากขึ้น อาจทำให้หลายคนเปลี่ยนใจไปประเทศอื่น เพราะมันยากขึ้นเรื่อย ๆ ค่าธรรมเนียมก็ขึ้นแรง และกฎเปลี่ยนแบบไม่มีเวลาให้เตรียมตัว”

Jai visa 485.jpeg
ชวัล (ไจ๋) พูลอิทธินันท์ นักเรียนไทยที่เพิ่งเรียนจบด้านไอทีในออสเตรเลีย Credit: Supplied

นอกจากค่าธรรมเนียมที่เพิ่มขึ้น นักเรียนยังกล่าวถึงความท้าทายอื่น ๆ เช่นค่าครองชีพที่สูงขึ้น การแข่งขันในตลาดแรงงาน และความเปลี่ยนแปลงของความต้องการแรงงานในบางสายอาชีพ

นักเรียนบางคนยังมองว่าการศึกษาในออสเตรเลียเป็นการลงทุนที่มีคุณค่า เพราะคุณวุฒิจากมหาวิทยาลัยในประเทศนี้ได้รับการยอมรับในหลายประเทศ

แต่ในขณะเดียวกัน ความไม่แน่นอนของนโยบายและตลาดแรงงานก็ทำให้นักเรียนบางคนเริ่มพิจารณาทางเลือกอื่น เช่น นิวซีแลนด์หรือแคนาดา

ไจ๋ กล่าวว่านโยบายที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วทำให้เขาเริ่มตั้งคำถามกับอนาคตของตนเองในออสเตรเลีย

“ถ้าออสเตรเลียเป็นแบบนี้ แล้วหลังจากเราสมัครไป ถ้ารัฐบาลเปลี่ยนกฎอีก เราจะอยู่ยากขึ้นไหม ก็เลยเริ่มคิดว่าควรจะมองประเทศอื่นไว้ด้วยหรือเปล่า”

ไม่ได้คาดหวังกับออสเตรเลียมาก เพราะคิดว่ารัฐบาลอาจจะไม่ได้ไม่ได้ support ตรงนี้แล้ว ไม่ค่อยมั่นใจว่ายังต้องการทักษะ (ด้านไอที) ของเราอยู่มั้ย
ไจ๋

ขณะที่ ซันนี่ บอกว่า แม้จะวางแผนอย่างรอบคอบมาตั้งแต่ก่อนเรียนจนถึงหลังเรียนจบ แต่การเปลี่ยนนโยบายตรวจคนเข้าเมืองทำให้เขารู้สึกว่าอนาคตยังเต็มไปด้วยความไม่แน่นอน

"ตอนนี้แพลนเอของเราไม่ใช่เรียนจบแล้วต่อ 485 แต่เป็นการย้ายประเทศ รู้สึกว่าถึงจะวางแผนมาก็ยังไม่พอ มันเหมือน(เล่น) รูเล็ต"

สำหรับนักเรียนจำนวนไม่น้อย การตัดสินใจยังคงอยู่ระหว่างความหวังและความไม่แน่นอน หลายคนเลือกเดินหน้าต่อในเส้นทางที่วางไว้ พร้อมกับเตรียมแผนสำรองเผื่ออนาคต

ภายใต้ระบบตรวจคนเข้าเมืองที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว การมี “แผนสำรอง” อาจกลายเป็นส่วนหนึ่งของการวางแผนชีวิตของนักเรียนต่างชาติในออสเตรเลียมากขึ้นเรื่อย ๆ

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Recommended for you

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now