สแกมเมอร์หลอกชาวออสเตรเลียสูญเงินถึง 330 ล้านเหรียญต่อปีได้อย่างไร

สแกมเมอร์คืออาชญากรรมที่เป็นภัยต่อชาวออสเตรเลียมากที่สุด

Silhouette of a young man sitting at a laptop with his head in one of his hands

Tactics such as investment scams and phishing are being used to target Australians. Source: AAP / Dean Lewins

ปีที่แล้วชาวออสเตรเลียสูญเสียเงินไปเกือบ 335 ล้านดอลลาร์ หรือประมาณ 7,300 ล้านบาท จากกลโกงต่างๆ โดยการหลอกลวงด้านการลงทุนเป็นสาเหตุของการสูญเสียที่มากที่สุด

หน่วยงาน Scamwatch ของคณะกรรมการการแข่งขันและคุ้มครองผู้บริโภคแห่งออสเตรเลีย (The Australian Competition and Consumer Commission: ACCC) ได้เผยแพร่ตัวเลขประจำเดือนธันวาคม ที่รายงานผลกระทบอย่างเต็มรูปแบบของการหลอกลวงในปี 2025

แม้ว่าจำนวนข้อร้องเรียนจะลดลงจาก 249,448 รายการในปี 2024 เหลือ 200,700 รายการในปี 2025 แต่ความเสียหายที่รายงานกลับเพิ่มขึ้นจาก 318.7 ล้านดอลลาร์เป็น 334.8 ล้านดอลลาร์ ซึ่งเพิ่มขึ้น 16.1 ล้านดอลลาร์

แล้วพวกมิจฉาชีพเข้าหาเหยื่ออย่างไร และพวกเขามีกลุ่มเป้าหมายที่เฉพาะเจาะจงหรือไม่

ACCC's Scamwatch website provides up-to-date information about current scams in Australia
เว็บไซต์ Scamwatch ให้ข้อมูลล่าสุดเกี่ยวกับการหลอกลวงที่เกิดขึ้นในออสเตรเลียในปัจจุบัน Credit: www.scamwatch.gov.au

มิจฉาชีพเข้าหาเหยื่ออย่างไร

มีรายงานว่าอีเมลเป็นรูปแบบการติดต่อที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในหมู่มิจฉาชีพ โดยมีรายงานการหลอกลวงทางอีเมลมากกว่า 84,800 ครั้ง

มีการหลอกลวงประมาณ 43,000 ครั้งที่มาจากช่องทางออนไลน์อื่นๆ รวมถึงโซเชียลมีเดีย โทรศัพท์มือถือ หรือพื้นที่ออนไลน์ โดยรายงานความเสียหายรวมทั้งสิ้น 158.5 ล้านดอลลาร์

มีการรายงานกรณีการหลอกลวงทางโทรศัพท์เกือบ 38,000 ครั้ง

การฉ้อโกงประเภทใดที่ก่อให้เกิดความเสียหายทางการเงินมากที่สุด

การหลอกให้ลงทุนสร้างความเสียหายมากที่สุด โดยคิดเป็นมูลค่า 172 ล้านดอลลาร์และมีรายงานการฉ้อโกงจำนวน 6,785 กรณี

การหลอกลวงแบบฟิชชิง ซึ่งเป็นการหลอกลวงให้ผู้คนเปิดเผยข้อมูลสำคัญทางออนไลน์ เช่น รหัสผ่านและหมายเลขบัตรเครดิต ตามมาเป็นอันดับสอง โดยมีมูลค่าความเสียหาย 31 ล้านดอลลาร์ จากการหลอกลวง 65,000 ครั้ง

มีการรายงานกรณีถูกหลอกให้รักประมาณ 3,400 กรณี โดยผู้เสียหายสูญเสียเงินรวมกันกว่า 28.6 ล้านดอลลาร์

จำนวนเงินเฉลี่ยที่สูญเสียไปจากการโดนหลอกให้ลงทุนอยู่ที่ 7,661.42 ดอลลาร์ จากการหลอกลวงทางอีเมล (ฟิชชิ่ง) อยู่ที่ 2,000 ดอลลาร์และจากการถูกหลอกให้รัก อยู่ที่ 1,400 ดอลลาร์

กลโกงอื่นๆ ที่ต้องระวัง

การหลอกลวงประเภทอื่นๆ ที่แพร่หลายยังรวมถึง การหลอกลวงเรื่องการจ้างงาน การเรียกเก็บเงินปลอม การข่มขู่ การหลอกลวงเกี่ยวกับการซื้อสินค้า การขโมยข้อมูลส่วนบุคคล การหลอกลวงเกี่ยวกับการสนับสนุนด้านไอที และการหลอกลวงเรื่องส่วนลด ที่มิจฉาชีพจะหลอกเหยื่อว่าพวกเขามีสิทธิ์ได้รับส่วนลดจากองค์กร เช่น รัฐบาลหรือธนาคาร

กลโกงเหล่านี้ทำผู้คนสูญเงินไปกว่า 90 ล้านดอลลาร์ในปี 2025

ใครตกเป็นเหยื่อบ้าง

โดยรวมแล้ว ผู้ชายตกเป็นเหยื่อของการหลอกลวงและสูญเสียเงินมากกว่าผู้หญิง ตามรายงานของ Scamwatch

ผู้ชายสูญเสียเงิน 113.9 ล้านดอลลาร์จากการถูกหลอกให้ลงทุน ในขณะที่ผู้หญิงสูญเสียเงิน 57.9 ล้านดอลลาร์จากสแกมประเภทเดียวกัน

ผู้ที่มีอายุมากกว่า 65 ปี ตกเป็นเหยื่อของการฉ้อโกงมากที่สุด โดยรายงานความเสียหายรวมทั้งสิ้น 88.8 ล้านดอลลาร์

กลุ่มคนอายุ 55 ถึง 64 ปี สูญเสียโดยเฉลี่ยที่ 445.71 ดอลลาร์ต่อราย

ASIC JOE LONGO PORTRAIT
โจ ลองโก ประธานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย Source: AAP / RICHARD WAINWRIGHT/AAPIMAGE

หากจะหลีกเลี่ยงสแกมเมอร์ต้องรู้อะไรบ้าง

Scamwatch เตือนให้ทุกคนหยุดและตรวจสอบให้แน่ใจก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป เพราะมิจฉาชีพมักใช้ความเร่งด่วนเป็นกลอุบายหลอกลวงเหยื่อ กดดันให้พวกเขารีบตัดสินใจ

หน่วยงานตรวจสอบยังระบุด้วยว่า อาชญากรใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ ๆ ซึ่งรวมถึงปัญญาประดิษฐ์ (AI)

คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และการลงทุนแห่งออสเตรเลีย (The Australian Securities and Investments Commission: ASIC) เพิ่งออกมาเตือนในบทวิเคราะห์แนวโน้มหลักทรัพย์ว่า การใช้งาน AI แบบตัวแทน (agentic AI) ที่เพิ่มมากขึ้น เป็นการทำงานเพื่อให้ธุรกิจต่างๆ ผลิตงานตามเป้าหมาย แต่ไร้การควบคุมอย่างใกล้ชิด อาจก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้บริโภคมากขึ้น

การใช้ AI อาจเป็นประโยชน์ต่อธุรกิจและนำไปสู่การเพิ่มผลผลิตอย่างมาก แต่สำหรับผู้บริโภค AI อาจใช้ประโยชน์จากพฤติกรรมการบริโภคและเพิ่มภัยคุกคามจากการหลอกลวงได้

โจ ลองโก ประธาน ASIC ที่กำลังจะพ้นจากตำแหน่ง กล่าวกับสำนักข่าวเอพีของออสเตรเลียว่า "ประเด็นเรื่องความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับเทคโนโลยีนั้นเกี่ยวข้องกับความรู้ความเข้าใจด้านการเงิน เพราะเรากำลังเห็นว่าทั้งสองเรื่องนั้นเกี่ยวข้องกันโดยตรง"

เขากล่าวว่า "ธุรกิจต่างๆ โฆษณาผลิตภัณฑ์ทางการเงินผ่านเทคโนโลยีหรือแพลตฟอร์มต่างๆ มากมาย ดังนั้นผมจึงกังวลว่าในฐานะหน่วยงานเฝ้าระวัง เราไม่ได้ลงทุนมากพอเพื่อเพิ่มพูนความเข้าใจภัยที่ตามมาจากความปลอดภัยด้านการเงิน"

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

2 min read

Published

By Olivia Di Iorio

Presented by Atitaya Teepawat

Source: SBS




Share this with family and friends


Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now