The Big Brief : วันชาติและความหมายของการเป็นชาวออสเตรเลียผ่านมุมมองจากหลากหลายชุมชน

proud-migrants-header.jfif

นี่เป็นคำถามที่ถูกหยิบยกขึ้นมาทุกปีในวันที่ 26 มกราคม และเป็นคำถามที่มีมุมมองหลากหลาย Credit: SBS

ผู้อพยพย้ายถิ่นทั้งห้าคนจากหลากหลายชุมชน ร่วมแบ่งปันเหตุผลว่าทำไมพวกเขาจึงภาคภูมิใจที่ได้เป็นชาวออสเตรเลีย แม้ในปัจจุบันสังคมจะเผชิญคำถามด้านความสมานสามัคคี


วันที่ 26 มกราคมเป็นวันที่ชาวออสเตรเลียเลือกใช้เวลาแตกต่างกันอย่างมาก และเป็นวันที่ก่อให้เกิดความรู้สึกหลากหลาย และมีความหมายไม่เหมือนกันสำหรับผู้คนในแต่ละชุมชน

สำหรับบางคน นี่คือวันแห่งการเฉลิมฉลอง ขณะที่สำหรับอีกหลายคน วันที่ 26 มกราคมเป็นวันแห่งการไว้อาลัยทางประวัติศาสตร์

จากข้อมูลของสำนักงานสถิติแห่งออสเตรเลีย (Australian Bureau of Statistics) ระบุว่าด้วยจำนวนประชากรของออสเตรเลียเกือบ หนึ่งในสา หรือราว 8.6 ล้านคนเป็นคนที่เกิดในต่างประเทศ ตามข้อมูลของ ทำให้ออสเตรเลียเป็นหนึ่งในประเทศที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

อย่างไรก็ตาม วันชาติออสเตรเลียในปีนี้เกิดขึ้นท่ามกลางความตึงเครียดทางสังคมที่เพิ่มสูงขึ้น โดยข้อมูลล่าสุดชี้ให้เห็นว่าความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของชาติอยู่ในระดับต่ำที่สุดในรอบกว่าทศวรรษ

แม้จะเป็นเช่นนั้น รายงานเรื่อง Mapping Social Cohesion ปี 2024 ของ Australian National University ระบุว่าการสนับสนุนแนวคิดพหุวัฒนธรรมในสังคมออสเตรเลียยังคงอยู่ในระดับสูง

สำหรับชาวออสเตรเลียที่มีเชื้อสายเป็นผู้อพย้ายถิ่นจำนวนมาก วันที่ 26 มกราคม ยังคงเป็นหมุดหมายสำคัญเพราะวันที่พวกเขาได้เป็นชาวออสเตรเลียอย่างเป็นทางการ

ในปีนี้ จะมีผู้คนกว่า 20,600 คน จากมากกว่า 150 ประเทศ เข้าร่วมพิธีปฏิญาณตนเป็นพลเมืองออสเตรเลีย ภายใต้กิจกรรมวันชาติที่จัดขึ้นทั่วประเทศ นับเป็นส่วนหนึ่งของจำนวนพลเมืองใหม่กว่า หกล้านคน นับตั้งแต่เริ่มมีพิธีดังกล่าวครั้งแรกในปี 1949

เพื่อสะท้อนความหมายของวันดังกล่าว เอสบีเอส นิวส์ ได้พูดคุยกับชาวออสเตรเลียเชื้อสายผู้อพย้ายถิ่นจำนวน 5 คน จากอินเดีย ซูดานใต้ อิสราเอล จีน และอิตาลี ถึงความหมายของวันที่ 26 มกราคม และการเป็น “ชาวออสเตรเลีย” ในมุมมองของพวกเขา

จากลองชิม Vegemite ไปจนถึงการใช้เวลาทบทวน

คารัน ไรนา จากอินเดีย เดินทางมาออสเตรเลียในปี 2013 ในฐานะนักศึกษาปริญญาโท เพื่อแสวงหาจุดเริ่มต้นใหม่และโอกาสในการสร้างเส้นทางอาชีพในประเทศที่เขาให้คำจำกัดความกับเอสบีเอส นิวส์ว่า “ออสเตรเลียขึ้นชื่อในเรื่องไลฟ์สไตล์และโอกาส”

ไรนาเล่าว่า ประสบการณ์วันชาติออสเตรเลียครั้งแรกของเขาในปี 2014 ให้ความรู้สึกเหมือนเป็น “การต้อนรับเข้าสู่กลุ่ม”

เขากล่าวว่า “สำหรับคนที่มาจากต่างประเทศ แนวคิดเรื่องบาร์บีคิวและการใช้เวลาทั้งวันที่ชายหาด คือภาพจำแบบออสซีแท้ ๆ ที่ผมได้ยินมากที่สุด”

Karan Raina.jpg
วันชาติออสเตรเลียครั้งแรกของ คาราน ไรนา เขาไปพักผ่อนที่สวนสาธารณะใกล้บ้าน และได้ลองชิมเวจิไมต์เป็นครั้งแรก Credit: Supplied

“ผมเข้าร่วมกิจกรรมแบบออสซีด้วยการไปที่สวนสาธารณะใกล้บ้านกับเพื่อนนักศึกษาบางคน ได้ลองชิมเวจิไมต์เป็นครั้งแรก และใช้เวลาซึมซับแสงแดดกับบรรยากาศสบาย ๆ”

หลังจากใช้ชีวิตในออสเตรเลียมาเป็นเวลา 10 ปี คารัน กล่าวว่า การใช้เวลาในวันที่ 26 มกราคม ของเขาในปัจจุบันเงียบสงบและเน้นการใคร่ครวญมากขึ้น

“ผมมักใช้วันหยุดราชการวันนี้เพื่อพักผ่อน พบปะเพื่อนสนิท และทบทวนว่าผมเดินมาไกลแค่ไหน นับตั้งแต่วันที่มาถึงออสเตรเลียในปี 2013 พร้อมกระเป๋าเดินทางเพียงไม่กี่ใบ”

เขากล่าวว่า วันนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการจัดงานฉลองใหญ่โตอีกต่อไป แต่เป็นการซาบซึ้งกับชีวิตที่สงบสุขที่เขามีอยู่ในประเทศนี้

ในปีนี้ เขายังใช้โอกาสดังกล่าวทบทวนถึง “อัตลักษณ์คู่” (dual identity) ของตนเองในฐานะผู้อพยพย้ายถิ่น

“แม้บางครั้งในข่าวหรือสื่อจะเต็มไปด้วยความตึงเครียด ผมเลือกโฟกัสกับความเป็นจริงในชีวิตประจำวันของตัวเอง สำหรับผม การเป็นชาวออสเตรเลีย คือการมีส่วนร่วมและสร้างคุณค่าในทุก ๆ วัน”

“ประเทศนี้สร้างขึ้นจากผู้อพย้ายถิ่น”

ลูคา ควอดรี เชฟชาวอิตาลี ที่เดินทางมายังออสเตรเลียในปี 2015 และอีกแปดปีต่อมา เขาได้รับสัญชาติออสเตรเลีย

เขาให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า

“ผมเป็นเชฟอยู่แล้ว ดังนั้นสำหรับผมเส้นทางการเป็นพลเมืองออสเตรเลียค่อนข้างง่ายขึ้น เพราะสามารถหาผู้สนับสนุน หรือยื่นขอวีซ่าทักษะจากความสามารถด้านการทำอาหารของตัวเองได้”

หลังจากใช้ชีวิตในออสเตรเลียมานานกว่าทศวรรษ ควอดรีกล่าวว่า ปัจจุบันเขารู้สึกว่าตนเองเป็นส่วนหนึ่งของประเทศนี้แล้ว

“ผมรู้สึกเหมือนมีบ้านสองแห่ง ทั้งในออสเตรเลีย และอิตาลี”

Photo of Luca Quadri
ลูกา ควอดรี กล่าวว่าปัจจุบันเขารู้สึกว่ามีบ้านสองแห่ง คือที่ออสเตรเลียและอิตาลี Credit: Supplied

ท่ามกลางความตึงเครียดทางสังคมในออสเตรเลียช่วงที่ผ่านมา ซึ่งส่วนหนึ่งมีสาเหตุมาจากการชุมนุมต่อต้านผู้อพย้ายถิ่นหลายครั้ง ลูคา ควอดรี กล่าวว่า เขาไม่ได้รู้สึกหวั่นไหว และเลือกที่จะไม่ให้ความสำคัญกับวาทกรรมดังกล่าว

เขากล่าวว่า

“ผมไม่คิดว่าการชุมนุมเหล่านั้นสำคัญ เพราะประเทศนี้ถูกสร้างขึ้นโดยผู้อพย้ายถิ่น ผมจึงมองว่านั่นเป็นเพียงคนที่ไม่เข้าใจว่าประเทศนี้ทำงานอย่างไร และเราเดินทางมาถึงจุดนี้ได้อย่างไร”

ควอดรีเล่าว่า ครั้งแรกที่เขาได้ยินเกี่ยวกับวันที่ 26 มกราคม มาจากเพื่อนร่วมงาน ซึ่งบอกกับเขาว่า

“พรุ่งนี้เป็นวันชาติออสเตรเลีย เราจะฉลองกัน”

เขากล่าวเสริมว่า

“ในฐานะผู้อพย้ายถิ่น ผมไม่ได้มีความรู้สึกแรงกล้าเกี่ยวกับวันที่นี้ ผมเพียงคิดว่าหากเป็นวันที่เรามาเฉลิมฉลองออสเตรเลียในฐานะประเทศ และเป็นวันที่ทุกคนได้มารวมตัวกัน ก็ควรเป็นวันที่ได้รับการเฉลิมฉลอง”

รับฟังเสียงของชนพื้นเมือง

แอนดรู จาย เกิดในประเทศซูดานใต้ ปัจจุบันทำงานด้านการป้องกันความรุนแรงในครอบครัว และเป็นนักเคลื่อนไหวเพื่อชุมชน เขาเดินทางมายังออสเตรเลียในปี 2006 ภายใต้โครงการวีซ่าด้านมนุษยธรรม และได้รับสัญชาติออสเตรเลียในปี 2009

ก่อนหน้านั้น ไกกล่าวว่า เขาไม่เคยเฉลิมฉลองวันชาติของประเทศใดมาก่อน และในช่วงแรก เขาเคยร่วมเฉลิมฉลองวันชาติออสเตรเลียอย่างเต็มที่ ก่อนจะยุติลงเมื่อได้เรียนรู้ถึงความหมายของวันที่ 26 มกราคม สำหรับชนพื้นเมืองออสเตรเลีย

เขากล่าวว่า

“สมาคมชุมชนของผมเคยจัดกิจกรรมวันสนุกสำหรับเยาวชนและครอบครัว แต่เราหยุดจัดกิจกรรมนี้ไปแล้ว”

เขายังบอกอีกว่า

“เมื่อไม่นานมานี้ มีเยาวชนบางคนถามผมว่าเราจะจัดกิจกรรมวันชาติออสเตรเลียอีกหรือไม่ ผมบอกพวกเขาว่า ‘น่าเสียดายที่ไม่ได้จัดแล้ว’ และอธิบายเหตุผลให้ฟัง ซึ่งพวกเขาก็เข้าใจ”

Photo of Andrew Gai
แอนดรูว์ ไก กล่าวว่า เขาไม่เฉลิมฉลองวันที่ 26 มกราคม อีกต่อไป หลังได้เรียนรู้ถึง “ความเจ็บปวดที่ผูกพันอยู่กับวันนี้” ของชนพื้นเมืองออสเตรเลีย Credit: Supplied

เขากล่าวกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า วันที่ 26 มกราคมเป็นวันที่มีความอ่อนไหว และจำเป็นต้องยอมรับความอยุติธรรมทางประวัติศาสตร์ที่เคยเกิดขึ้น

“วันชาติออสเตรเลียไม่ควรถูกปฏิบัติราวกับเป็นเรื่องตามปกติทั่วไป” เขากล่าว

เขาเห็นว่า สังคมสามารถมีส่วนร่วมในกิจกรรมเฉลิมฉลองระดับชาติได้ ควบคู่ไปกับการยอมรับความเจ็บปวดที่ผูกพันอยู่กับวันที่ 26 มกราคม และการรับฟังเสียงของชนพื้นเมืองออสเตรเลีย

จาย กล่าวด้วยว่า เขาภาคภูมิใจในรากเหง้าชาวซูดานใต้ของตนเอง ขณะเดียวกันก็รู้สึกซาบซึ้งที่ได้เป็นชาวออสเตรเลีย เขาระบุว่า การได้เห็นการชุมนุมต่อต้านผู้อพย้ายถิ่นในช่วงที่ผ่านมา รวมถึงกิจกรรมที่มีการวางแผนจัดขึ้นในวันนี้ เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง

อย่างไรก็ตาม เขาเชื่อว่า “ชาวออสเตรเลียมีความเป็นหนึ่งเดียวกันมากกว่าสิ่งที่ปรากฏในสื่อ”

“ผมมองว่าการชุมนุมเหล่านี้ไม่สอดคล้องกับความเป็นออสเตรเลีย เพราะแฝงไปด้วยแนวคิดที่สร้างความแตกแยกและมีแรงจูงใจทางเชื้อชาติ” ไกกล่าว

“ยกเว้นชนพื้นเมืองออสเตรเลียแล้ว พวกเราทุกคนล้วนเดินทางมาจากเส้นทางที่แตกต่างกัน ต่างมีเรื่องราวของตนเอง แต่วันนี้เราทุกคนเรียกออสเตรเลียว่าบ้าน และไม่ควรมีใครถูกทำให้รู้สึกว่าตนเองไม่เป็นส่วนหนึ่งของที่นี่”

ความภาคภูมิใจท่ามกลางความแตกแยก

จิล เจลิน นักกายภาพบำบัด และสามีของเธอ ย้ายถิ่นฐานจากอิสราเอลมายังออสเตรเลียในปี 2017

เธอให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ว่า

“เราทั้งคู่ใฝ่ฝันอยากลองใช้ชีวิตในต่างประเทศมาโดยตลอด และในปีสุดท้ายของการเรียนที่อิสราเอล ฉันได้เดินทางมายังออสเตรเลียเพื่อเรียนรู้จากนักกายภาพบำบัดคนหนึ่ง ซึ่งเป็นประสบการณ์ที่เปิดโลกทัศน์อย่างมาก”

เธอกล่าวเสริมว่า

“ฉันตัดสินใจอยากทำงานร่วมกับเขาต่อไป และนั่นคือแรงผลักดันที่ทำให้เราตัดสินใจอพย้ายถิ่นฐานมายังออสเตรเลีย”

Photoof Giil Jaylin.png
กิล เจลิน เชื่อว่า ออสเตรเลียกำลังเผชิญความแตกแยก “รุนแรงที่สุดเท่าที่เคยเป็นมา” นับตั้งแต่เธออพย้ายจากอิสราเอลมายังประเทศนี้ในปี 2017 Credit: Supplied

อย่างไรก็ตาม ในฐานะผู้อพย้ายถิ่นเชื้อสายยิว เจลินกล่าวว่า ขณะนี้เธอ “ไม่ได้รู้สึกดีนัก” กับการเป็นชาวออสเตรเลีย โดยเฉพาะหลังเหตุโจมตีก่อการร้ายที่บอนไดเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม

เธอกล่าวว่า

“ตอนนี้ฉันรู้สึกว่าสังคมแตกแยกมากที่สุดเท่าที่เคยเห็นมาในรอบแปดปี”

“มีความเกลียดชัง การเมือง และผู้คนที่คิดว่าพวกเขารู้จักคุณหรือรู้ว่าคุณผ่านอะไรมาบ้าง รวมถึงความรู้สึกว่ารัฐบาลยังไม่ให้ความสำคัญกับปัญหาการต่อต้านชาวยิวอย่างจริงจังพอ มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย”

อย่างไรก็ตาม ในวันชาติออสเตรเลียปีนี้ จิล เจลิน วางแผนใช้เวลากับครอบครัวและเพื่อน ๆ

“เราจะพักผ่อน ดื่มเบียร์ข้างสระว่ายน้ำ และเพลิดเพลินกับความสะดวกสบายและสิทธิพิเศษที่เรามีในฐานะชาวออสเตรเลีย”

เธอกล่าวว่า

“เรารักประเทศนี้ และภูมิใจที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของมัน รวมถึงการร่วมเฉลิมฉลองในวันนี้”

ก้าวไปข้างหน้า ไม่หวนกลับหลัง

ฟิลิกซ์ ดอง จากประเทศจีน เดินทางมายังออสเตรเลียในฐานะนักศึกษาเมื่อปี 2011 เพื่อศึกษาต่อในระดับมหาวิทยาลัย ก่อนจะได้รับสถานะผู้พำนักถาวร และต่อมาได้รับสัญชาติออสเตรเลียในปี 2023

เขาให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า

“ประเทศจีนไม่อนุญาตให้ถือสองสัญชาติ ดังนั้นการเลือกสัญชาติออสเตรเลียจึงหมายถึงการต้องสละความผูกพันทางกฎหมายและในทางปฏิบัติหลายประการกับประเทศบ้านเกิดของเรา รวมถึงการที่การเดินทางกลับจีนในอนาคตจะต้องขอวีซ่าและเผชิญอุปสรรคเพิ่มเติม”

เขากล่าวเสริมว่า

“ผมรู้สึกภาคภูมิใจที่ได้เป็นชาวออสเตรเลีย และเชื่อว่าความสำเร็จของออสเตรเลียในฐานะประเทศพหุวัฒนธรรม เกิดจากกฎหมายที่เข้มแข็งและการบังคับใช้อย่างจริงจัง”

“แม้ในช่วงเวลาที่สังคมตึงเครียด ผมก็ยังคงเชื่อมั่นอย่างยิ่งในรูปแบบพหุวัฒนธรรมของออสเตรเลีย”

ตลอดหลายปีที่ผ่านมา ดองมักใช้วันชาติออสเตรเลียเช่นเดียวกับวันหยุดราชการอื่น ๆ บางครั้งเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน หรือใช้เวลาในการพักผ่อน

เขากล่าวว่า

“เช่นเดียวกับนักศึกษาต่างชาติจำนวนมาก ช่วงแรกความเข้าใจของผมเกี่ยวกับวันนี้ค่อนข้างจำกัด บางครั้งผมเข้าร่วมกิจกรรมของชุมชน แต่ในตอนนั้น วันดังกล่าวยังไม่ได้มีความหมายส่วนตัวอย่างลึกซึ้งสำหรับผม”

“ประสบการณ์วันชาติออสเตรเลียที่มีความหมายที่สุดสำหรับผม คือปีที่ผมได้รับสัญชาติ นั่นเป็นครั้งแรกที่วันนี้มีความสำคัญในแง่ส่วนตัวอย่างแท้จริง”

ดอง กล่าวว่า เขารู้สึกประทับใจเมื่อได้เรียนรู้ความหมายที่ซ่อนอยู่เบื้องหลังสัญลักษณ์สำคัญของออสเตรเลียบางอย่าง เช่น จิงโจ้และอีมู ซึ่งเป็นสัตว์ที่ไม่สามารถเคลื่อนที่ถอยหลังได้โดยง่าย อันเป็นสัญลักษณ์ของประเทศที่มุ่งเดินหน้าไปข้างหน้า

เขากล่าวว่า

“ความเชื่อร่วมกันในลักษณะนี้เอง ที่ช่วยเชื่อมโยงผู้คนเข้าด้วยกัน ไม่ว่าจะต่างเชื้อชาติ อายุ หรือภูมิหลังเพียงใด”

รายงานชิ้นนี้จัดทำขึ้นโดยความร่วมมือกับเอสบีเอส ภาษาอิตาเลียน

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share
Follow SBS Thai

Download our apps
SBS Audio
SBS On Demand

Listen to our podcasts
Independent news and stories connecting you to life in Australia and Thai-speaking Australians.
Understand the quirky parts of Aussie life.
Get the latest with our exclusive in-language podcasts on your favourite podcast apps.

Watch on SBS
Thai News

Thai News

Watch in onDemand