Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

ภัยยุค AI: เมื่อภาพถ่ายธรรมดาของเด็ก ถูกนำมาทำเป็นภาพเปลือย

A metaphoric portrait of a human interacting with an AI, illuminated by the facial authentication glow to explore the virtual Universe
ผลสำรวจเยาวชนอายุ 16–18 ปี จำนวนกว่า 1,800 คน พบว่า มากกว่าหนึ่งในสี่ของกรณีเผยแพร่ภาพทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอม มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง Source: Moment RF / Yana Iskayeva/Getty Images

ผลงานวิจัยระดับชาติฉบับใหม่พบว่า ในทุกห้องเรียนชั้นเยียร์ 12 มีเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งคนที่เคยตกเป็นเป้า หรือรู้จักผู้ที่ตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยระบุว่า AI กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการล่วงละเมิดและวิธีที่เยาวชนขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามให้ทันเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว


Published

By Wing Kuang

Presented by Yumi Oba, Chollada Kromyindee

Source: SBS




Share this with family and friends


ผลงานวิจัยระดับชาติฉบับใหม่พบว่า ในทุกห้องเรียนชั้นเยียร์ 12 มีเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งคนที่เคยตกเป็นเป้า หรือรู้จักผู้ที่ตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยระบุว่า AI กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการล่วงละเมิดและวิธีที่เยาวชนขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามให้ทันเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว


ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่

ในปี 2007 คาร์ลี ลูกสาวของซอนยา ไรอัน ถูกฆาตกรรม หลังตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ต่อเนื่องนานหลายเดือน

นับตั้งแต่นั้นมา ไรอันได้รณรงค์เรียกร้องให้มีกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรับมือกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์

“เทคโนโลยีได้ลดอุปสรรคในการก่อเหตุลง ผู้ที่ก่อนหน้านี้จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิค ตอนนี้สามารถสร้างสื่อที่ใช้ล่วงละเมิดผู้อื่นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที โดยใช้เครื่องมือ AI ที่หาใช้ได้ทั่วไป ดังนั้น พูดได้ว่า AI ทำให้การล่วงละเมิดรูปแบบนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและในวงกว้าง”

ไรอันกล่าวว่า ผู้กระทำผิดกำลังนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาใช้ในการก่อเหตุ โดยเปลี่ยนจากห้องสนทนาออนไลน์ ไปสู่สื่อสังคมออนไลน์ และขณะนี้ก้าวเข้าสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์

ขณะนี้ งานวิจัยฉบับใหม่ได้ให้ค่าประมาณระดับประเทศเป็นครั้งแรกว่า AI เข้ามาเกี่ยวข้องกับการที่เด็กออสเตรเลียตกเป็นเหยื่อทางเพศออนไลน์บ่อยเพียงใด

โดยผลสำรวจชาวออสเตรเลียอายุระหว่าง 16 ถึง 18 ปี จำนวนทั้งหมด 1,894 คนพบว่า กว่าหนึ่งในสี่ของกรณีการเผยแพร่ภาพทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอม มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง

ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับว่า ในทุกห้องเรียนชั้นเยียร์ 12 ของออสเตรเลีย มีเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งคนได้รับผลกระทบ

รองศาสตราจารย์ทิม คิวบิตต์ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นหนึ่งในคณะนักวิจัย เขากล่าวว่า ในบางกรณี ผู้กระทำผิดใช้สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่าแอป “นูดิฟาย (Nudify)” เพื่อเปลี่ยนภาพถ่ายให้กลายเป็นภาพเปลือย และเผยแพร่ภาพดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลในภาพ

AI เข้าถึงได้ง่ายกว่า และสามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้เปิดช่องทางใหม่ให้ผู้คนนำภาพถ่ายหรือภาพทั่วไปมาใช้ ในอดีต พวกเขาอาจต้องขโมยภาพเหล่านั้นมา หรือต้องขอภาพจากใครบางคน
รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าว

งานวิจัยยังพบว่า เด็กผู้ชายมีแนวโน้มตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือมากกว่า แม้ว่าโดยรวมแล้ว เด็กผู้หญิงจะเผชิญการล่วงละเมิดในอัตราที่สูงกว่า

รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่เรียกว่า “เซ็กซ์ทอร์ชัน (sextortion)” หรือการข่มขู่รีดไถทางเพศ

“เป็นไปได้ว่า ในอดีต ภาพทางเพศของเด็กผู้ชายมีอยู่น้อยกว่า จึงไม่สามารถขโมยภาพเหล่านั้นมาใช้ข่มขู่รีดไถทางเพศ หรือขอภาพจากชายหนุ่มแล้วนำมาใช้รีดไถเงินหรือเรียกร้องภาพเพิ่มเติมได้ง่ายนัก แต่ขณะนี้ เนื่องจากมี AI เราเชื่อว่าเด็กผู้ชายกำลังตกเป็นเป้ามากขึ้น เพราะการสร้างภาพเหล่านั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น”

An  upset young girl in front of a personal computer  in Brisbane
แอปประเภท “Nudify” สามารถเปลี่ยนภาพถ่ายทั่วไปให้เป็นภาพเปลือยปลอม และถูกนำไปเผยแพร่โดยเจ้าของภาพไม่ยินยอม Source: AAP

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยกังวลเป็นพิเศษคือเด็ก ๆ กำลังหันไปขอความช่วยเหลือจาก AI เมื่อประสบกับการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์

รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า เรื่องนี้หมายความว่า ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องเริ่มนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาในการรับมือกับการล่วงละเมิด

“หากเยาวชนเปิดเผยกับแพลตฟอร์ม AI ว่าตนตกเป็นเหยื่อทางเพศ เราจำเป็นต้องให้แพลตฟอร์มนั้นส่งต่อข้อมูลไปยังบุคคลที่สามารถช่วยเหลือเยาวชนคนนั้นได้ แต่ในออสเตรเลีย เรายังไม่มีระบบครอบคลุมเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เรายังควรมั่นใจด้วยว่า คำแนะนำที่เยาวชนได้รับจากแพลตฟอร์ม AI นั้นเป็นคำแนะนำที่ดี และขณะนี้เรายังไม่แน่ใจว่าแพลตฟอร์ม AI เหล่านั้นกำลังตอบกลับเยาวชนว่าอย่างไร”

งานวิจัยนี้จัดทำโดยศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อเด็กสูญหายและถูกแสวงหาประโยชน์ ออสเตรเลีย (International Centre for Missing and Exploited Children Australia) หรือ ICMEC ออสเตรเลีย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็กของตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal police’s Centre to Counter Child Exploitation)

คอล์ม แกนนอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ICMEC ออสเตรเลีย เรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีนำหลักความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบมาใช้ ขณะที่รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า จำเป็นต้องติดตามผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กให้บ่อยยิ่งขึ้น

แกนนอนกล่าวว่า ประชาชนต้องการให้มีการแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในรายงานฉบับนี้

"สถาบันนโยบายการออกแบบเทคโนโลยีในออสเตรเลียพบว่า ชาวออสเตรเลียร้อยละ 85 ต้องการให้มีการกำกับดูแล แต่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ออกกฎหมายด้าน AI ซึ่งหมายความว่า มาตรการกำกับดูแลหรือมาตรฐานที่เราคาดหวังให้ใช้กับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ยังคงกระจัดกระจายและไม่เป็นระบบ"

Photo-A boy coding on a computer-pexels-cottonbro studio.jpg
นักวิจัยพบว่า เด็กผู้ชายมีแนวโน้มตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศที่ใช้ AI มากขึ้น โดยเฉพาะการข่มขู่รีดไถทางเพศ Credit: Pexels/Cottonbro Studio Dimensh Teyn

ล่าสุด ออสเตรเลียได้ผ่านกฎหมายที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “กฎหมายคาร์ลี (Carly’s Law)” ซึ่งกำหนดให้ผู้ใหญ่ที่ใช้บริการออนไลน์เพื่อวางแผน เตรียมการ หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีความผิดทางอาญา

อย่างไรก็ตาม ไรอันระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคิดล่วงหน้าและดำเนินการให้มากกว่านี้

“ไม่ว่าภาพนั้นจะเป็นภาพจริงหรือภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI ก็ไม่ได้ทำให้บาดแผลทางใจของเด็กที่ใบหน้าถูกนำไปใช้แตกต่างกัน เด็กยังคงรู้สึกอับอาย หวาดกลัว ถูกทำให้อับอายขายหน้า และสูญเสียการควบคุมอัตลักษณ์ของตนเอง เด็กจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาพเหล่านี้มีอยู่ จนกระทั่งภาพเริ่มแพร่กระจายในโรงเรียนหรือในกลุ่มเพื่อน และความเสียหาย ความสับสนทางอารมณ์ รวมถึงความเครียดที่เราเห็นในเด็กและเยาวชนซึ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือจากองค์กรของเราเพียงแห่งเดียว ก็น่าวิตกอย่างมาก”

หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อบริการช่วยเหลือในภาวะวิกฤตของ Lifeline ที่หมายเลข 13 11 14

บริการ Suicide Call Back Service หมายเลข 1300 659 467

สายด่วน Kids Helpline สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 5 – 15 ปี หมายเลข 1800 55 1800

หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ beyondblue.org.au และ lifeline.org.au

ผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือความช่วยเหลือเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ สามารถติดต่อ Bravehearts หมายเลข 1800 272 831 หรือ Blue Knot หมายเลข 1300 657 380

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now