ผลงานวิจัยระดับชาติฉบับใหม่พบว่า ในทุกห้องเรียนชั้นเยียร์ 12 มีเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งคนที่เคยตกเป็นเป้า หรือรู้จักผู้ที่ตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศโดยใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI โดยระบุว่า AI กำลังเปลี่ยนทั้งรูปแบบการล่วงละเมิดและวิธีที่เยาวชนขอความช่วยเหลือ ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกร้องให้รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเร่งตามให้ทันเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างรวดเร็ว
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
ในปี 2007 คาร์ลี ลูกสาวของซอนยา ไรอัน ถูกฆาตกรรม หลังตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์ต่อเนื่องนานหลายเดือน
นับตั้งแต่นั้นมา ไรอันได้รณรงค์เรียกร้องให้มีกฎหมายที่เข้มงวดขึ้น เพื่อรับมือกับการล่วงละเมิดทางเพศเด็กทางออนไลน์
“เทคโนโลยีได้ลดอุปสรรคในการก่อเหตุลง ผู้ที่ก่อนหน้านี้จำเป็นต้องมีทักษะทางเทคนิค ตอนนี้สามารถสร้างสื่อที่ใช้ล่วงละเมิดผู้อื่นได้ภายในเวลาไม่กี่นาที โดยใช้เครื่องมือ AI ที่หาใช้ได้ทั่วไป ดังนั้น พูดได้ว่า AI ทำให้การล่วงละเมิดรูปแบบนี้เกิดขึ้นอย่างเป็นระบบและในวงกว้าง”
ไรอันกล่าวว่า ผู้กระทำผิดกำลังนำเทคโนโลยีที่ล้ำหน้ามาใช้ในการก่อเหตุ โดยเปลี่ยนจากห้องสนทนาออนไลน์ ไปสู่สื่อสังคมออนไลน์ และขณะนี้ก้าวเข้าสู่การใช้ปัญญาประดิษฐ์
ขณะนี้ งานวิจัยฉบับใหม่ได้ให้ค่าประมาณระดับประเทศเป็นครั้งแรกว่า AI เข้ามาเกี่ยวข้องกับการที่เด็กออสเตรเลียตกเป็นเหยื่อทางเพศออนไลน์บ่อยเพียงใด
โดยผลสำรวจชาวออสเตรเลียอายุระหว่าง 16 ถึง 18 ปี จำนวนทั้งหมด 1,894 คนพบว่า กว่าหนึ่งในสี่ของกรณีการเผยแพร่ภาพทางเพศโดยไม่ได้รับความยินยอม มี AI เข้ามาเกี่ยวข้อง
ตัวเลขดังกล่าวเท่ากับว่า ในทุกห้องเรียนชั้นเยียร์ 12 ของออสเตรเลีย มีเยาวชนอย่างน้อยหนึ่งคนได้รับผลกระทบ
รองศาสตราจารย์ทิม คิวบิตต์ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด เป็นหนึ่งในคณะนักวิจัย เขากล่าวว่า ในบางกรณี ผู้กระทำผิดใช้สิ่งที่ผู้เชี่ยวชาญเรียกว่าแอป “นูดิฟาย (Nudify)” เพื่อเปลี่ยนภาพถ่ายให้กลายเป็นภาพเปลือย และเผยแพร่ภาพดังกล่าวโดยไม่ได้รับความยินยอมจากบุคคลในภาพ
AI เข้าถึงได้ง่ายกว่า และสามารถสร้างหรือดัดแปลงภาพได้โดยอัตโนมัติ สิ่งนี้เปิดช่องทางใหม่ให้ผู้คนนำภาพถ่ายหรือภาพทั่วไปมาใช้ ในอดีต พวกเขาอาจต้องขโมยภาพเหล่านั้นมา หรือต้องขอภาพจากใครบางคนรองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าว
งานวิจัยยังพบว่า เด็กผู้ชายมีแนวโน้มตกเป็นเป้าของการล่วงละเมิดทางเพศเด็กที่ใช้ AI เป็นเครื่องมือมากกว่า แม้ว่าโดยรวมแล้ว เด็กผู้หญิงจะเผชิญการล่วงละเมิดในอัตราที่สูงกว่า
รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า เรื่องนี้อาจเกี่ยวข้องกับพฤติกรรมที่เรียกว่า “เซ็กซ์ทอร์ชัน (sextortion)” หรือการข่มขู่รีดไถทางเพศ
“เป็นไปได้ว่า ในอดีต ภาพทางเพศของเด็กผู้ชายมีอยู่น้อยกว่า จึงไม่สามารถขโมยภาพเหล่านั้นมาใช้ข่มขู่รีดไถทางเพศ หรือขอภาพจากชายหนุ่มแล้วนำมาใช้รีดไถเงินหรือเรียกร้องภาพเพิ่มเติมได้ง่ายนัก แต่ขณะนี้ เนื่องจากมี AI เราเชื่อว่าเด็กผู้ชายกำลังตกเป็นเป้ามากขึ้น เพราะการสร้างภาพเหล่านั้นสามารถทำได้ง่ายขึ้น”

สิ่งที่ทำให้นักวิจัยกังวลเป็นพิเศษคือเด็ก ๆ กำลังหันไปขอความช่วยเหลือจาก AI เมื่อประสบกับการล่วงละเมิดทางเพศออนไลน์
รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า เรื่องนี้หมายความว่า ผู้กำหนดนโยบายจำเป็นต้องเริ่มนำประเด็นดังกล่าวมาพิจารณาในการรับมือกับการล่วงละเมิด
“หากเยาวชนเปิดเผยกับแพลตฟอร์ม AI ว่าตนตกเป็นเหยื่อทางเพศ เราจำเป็นต้องให้แพลตฟอร์มนั้นส่งต่อข้อมูลไปยังบุคคลที่สามารถช่วยเหลือเยาวชนคนนั้นได้ แต่ในออสเตรเลีย เรายังไม่มีระบบครอบคลุมเช่นนั้น ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างยิ่ง นอกจากนี้ เรายังควรมั่นใจด้วยว่า คำแนะนำที่เยาวชนได้รับจากแพลตฟอร์ม AI นั้นเป็นคำแนะนำที่ดี และขณะนี้เรายังไม่แน่ใจว่าแพลตฟอร์ม AI เหล่านั้นกำลังตอบกลับเยาวชนว่าอย่างไร”
งานวิจัยนี้จัดทำโดยศูนย์ระหว่างประเทศเพื่อเด็กสูญหายและถูกแสวงหาประโยชน์ ออสเตรเลีย (International Centre for Missing and Exploited Children Australia) หรือ ICMEC ออสเตรเลีย ร่วมกับศูนย์ต่อต้านการแสวงหาประโยชน์จากเด็กของตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal police’s Centre to Counter Child Exploitation)
คอล์ม แกนนอน ประธานเจ้าหน้าที่บริหารของ ICMEC ออสเตรเลีย เรียกร้องให้บริษัทเทคโนโลยีนำหลักความปลอดภัยตั้งแต่ขั้นตอนการออกแบบมาใช้ ขณะที่รองศาสตราจารย์คิวบิตต์กล่าวว่า จำเป็นต้องติดตามผลกระทบของเทคโนโลยีต่อการแสวงหาประโยชน์ทางเพศจากเด็กให้บ่อยยิ่งขึ้น
แกนนอนกล่าวว่า ประชาชนต้องการให้มีการแก้ไขประเด็นต่าง ๆ ที่ถูกหยิบยกขึ้นมาในรายงานฉบับนี้
"สถาบันนโยบายการออกแบบเทคโนโลยีในออสเตรเลียพบว่า ชาวออสเตรเลียร้อยละ 85 ต้องการให้มีการกำกับดูแล แต่รัฐบาลเลือกที่จะไม่ออกกฎหมายด้าน AI ซึ่งหมายความว่า มาตรการกำกับดูแลหรือมาตรฐานที่เราคาดหวังให้ใช้กับการพัฒนาเทคโนโลยี AI ยังคงกระจัดกระจายและไม่เป็นระบบ"

ล่าสุด ออสเตรเลียได้ผ่านกฎหมายที่ปัจจุบันรู้จักกันในชื่อ “กฎหมายคาร์ลี (Carly’s Law)” ซึ่งกำหนดให้ผู้ใหญ่ที่ใช้บริการออนไลน์เพื่อวางแผน เตรียมการ หรือเข้าไปมีส่วนร่วมในกิจกรรมทางเพศกับเด็กอายุต่ำกว่า 16 ปี มีความผิดทางอาญา
อย่างไรก็ตาม ไรอันระบุว่า รัฐบาลจำเป็นต้องคิดล่วงหน้าและดำเนินการให้มากกว่านี้
“ไม่ว่าภาพนั้นจะเป็นภาพจริงหรือภาพที่สร้างขึ้นด้วย AI ก็ไม่ได้ทำให้บาดแผลทางใจของเด็กที่ใบหน้าถูกนำไปใช้แตกต่างกัน เด็กยังคงรู้สึกอับอาย หวาดกลัว ถูกทำให้อับอายขายหน้า และสูญเสียการควบคุมอัตลักษณ์ของตนเอง เด็กจำนวนมากไม่รู้ด้วยซ้ำว่าภาพเหล่านี้มีอยู่ จนกระทั่งภาพเริ่มแพร่กระจายในโรงเรียนหรือในกลุ่มเพื่อน และความเสียหาย ความสับสนทางอารมณ์ รวมถึงความเครียดที่เราเห็นในเด็กและเยาวชนซึ่งเข้ามาขอความช่วยเหลือจากองค์กรของเราเพียงแห่งเดียว ก็น่าวิตกอย่างมาก”
หากคุณหรือคนที่คุณรู้จักต้องการความช่วยเหลือ สามารถติดต่อบริการช่วยเหลือในภาวะวิกฤตของ Lifeline ที่หมายเลข 13 11 14
บริการ Suicide Call Back Service หมายเลข 1300 659 467
สายด่วน Kids Helpline สำหรับผู้ที่มีอายุระหว่าง 5 – 15 ปี หมายเลข 1800 55 1800
หาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ beyondblue.org.au และ lifeline.org.au
ผู้ที่ต้องการข้อมูลหรือความช่วยเหลือเกี่ยวกับการล่วงละเมิดทางเพศ สามารถติดต่อ Bravehearts หมายเลข 1800 272 831 หรือ Blue Knot หมายเลข 1300 657 380
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ




