เมื่อเย็นวันพฤหัสบดีที่ 12 กุมภาพันธ์ สื่อไทยรายงานว่าประชาชนพบความผิดปกติบนบัตรเลือกตั้งที่ลงคะแนนไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา
นายประสิทธิ์ ปัทมผดุงศักดิ์ ผู้สมัคร สส.ปทุมธานี เขตแปด พรรคประชาชน และอดีตสส.ปทุมธานี ได้ออกมาโพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X หรือทวิตเตอร์ ว่าเขาพบลักษณะต้องสงสัยบนบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบบัญชีรายชื่อ (บัตรสีชมพู) ว่ามีสัญลักษณ์บาร์โค้ด (Barcode) ด้านล่างบัตร
ที่เมื่อสแกนผ่านโทรศัพท์แล้ว จะปรากฏชุดตัวเลขจำนวน 8 หลัก (unique running number) ที่ตรงกับหมายเลขของต้นขั้ว ที่ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งต้องลงชื่อก่อนรับบัตรเข้าคูหา
นอกจากนี้นายประสิทธิ์ยังอธิบายว่าบัตรเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรแบบแบ่งเขต (บัตรสีเขียว) แม้จะไม่มีสัญลักษณ์บาร์โค้ด แต่มีสัญลักษณ์คิวอาร์โค้ด (QR Code) ปรากฏอยู่ที่มุมล่างซ้ายของบัตร ถ้าหากสแกนแล้วจะปรากฏชุดตัวอักษรและตัวเลข 5 หลัก ซึ่งเป็นการเข้ารหัสไว้ในตัวบัตรเลือกตั้ง
อย่างไรก็ตาม บนต้นขั้วของบัตรเลือกตั้งแบบแบ่งเขตระบุหมายเลขบัตรในแต่ละเล่ม ในหนึ่งเล่มมีบัตรจำนวน 20 ใบ และแต่ละใบก็มีเลขที่เฉพาะ (unique running number) ที่ย้อนกลับไปจับคู่กับชื่อของผู้ลงคะแนนได้เช่นกัน
ผู้ใช้งานเฟซบุ๊กบัญชี Thanarat Kuawattanaphan หรือนายธนารัตน์ กัววัฒนาพันธ์ ผู้เชี่ยวชาญด้านบล็อกเชนและซอฟต์แวร์ ได้จัดทำเว็บไซต์ที่เปิดให้ประชาชนลองใส่หมายเลขบนบัตรเลือกตั้ง (unique running number) เพื่อตรวจสอบหมายเลขเล่มต้นขั้ว
คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) อธิบายว่าหมายเลขต้นขั้วแต่ละฉบับจะใช้ติดตามจำนวนต้นขั้วของแต่ละเขตเลือกตั้ง แต่ละหน่วย
ด้าน กกต.ยังไม่ชี้แจงว่าตัวเลขเฉพาะ (unique runnning number) ที่ไม่ซ้ำกันบนบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ และสามารถตรวจสอบย้อนไปถึงชื่อและนามสกุลของผู้ลงคะแนนของบัตรนั้นๆ มีไว้เพื่อจุดประสงค์ใด

อย่างไรก็ตาม บนบัตรออกเสียงประชามติ (สีเหลือง) ไม่ปรากฏสัญลักษณ์บาร์โค้ดหรือคิวอาร์โค้ดแต่อย่างใด
พระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญ ว่าด้วยการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร พ.ศ. 2561 หมวด 5 มาตรา 96 ระบุว่า ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทําเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง
อ่านเพิ่มเติม

ระบบรัฐบาลทำงานอย่างไรในออสเตรเลีย
แล้วบัตรเลือกตั้งของออสเตรเลียหน้าตาแบบไหน
ในระบบเลือกตั้งสหพันธรัฐแห่งออสเตรเลีย การเลือกตั้งนับเป็นหน้าที่ที่พลเมืองทุกคนต้องปฏิบัติ และพลเมืองที่ไม่ใช้สิทธิเลือกตั้ง โดยไม่สามารถชี้แจงเหตุผลได้ จะได้รับค่าปรับคนละ 20 ดอลลาร์
ข้อมูลจาก คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งออสเตรเลีย (Australian Electoral Commission: AEC) ระบุว่า เนื่องจากการเลือกตั้งเป็นข้อบังคับ ผู้มีสิทธิเลือกตั้งจึงมีวิธีการลงคะแนนเสียงได้หลายวิธี ได้แก่
- การลงคะแนนทางไปรษณีย์
- การลงคะแนนล่วงหน้า
- การลงคะแนนโดยไม่อยู่ในพื้นที่
- การลงคะแนนที่สถานทูตหรือสถานกงสุลออสเตรเลียในต่างประเทศ
- การลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้งเคลื่อนที่ในโรงพยาบาลและบ้านพักคนชรา รวมถึงในพื้นที่ห่างไกล
- การลงคะแนนตามปกติที่หน่วยเลือกตั้งในเขตเลือกตั้งของตน
คณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งออสเตรเลียมีชุดข้อมูลเกี่ยวกับการเลือกตั้งสหพันธรัฐเป็นภาษาไทย สามารถอ่านต่อได้ที่ลิงก์นี้
บัตรเลือกตั้งสองใบ
การเลือกตั้งระดับสหพันธรัฐนั้นผู้มีสิทธิจะลงคะแนนเลือกผู้แทนสองประเภท คือผู้ลงสมัครตำแหน่งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (Member of Parliament) และสมาชิกวุฒิสภา (Senate) ดังนั้นผู้มีสิทธิจะได้รับบัตรเลือกตั้งสองใบ
- บัตรเลือกตั้งสีเขียวสำหรับลงคะแนนเลือกผู้แทนในเขตเลือกตั้งของท่านเข้าสู่สภาผู้แทนรษฎร
- บัตรเลือกตั้งสีขาวสำหรับลงคะแนนเลือกผู้แทนรัฐหรือเขตปกครองตนเองเข้าสู่วุฒิสภา
ถ้าหากผู้มีสิทธิเลือกตั้งเขียนผิดสามารถขอบัตรใบใหม่และขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ประจำหน่วยเลือกตั้งได้

การเลือกตั้งระดับสหพันธรัฐของออสเตรเลียนั้นใช้ระบบเรียงลำดับคะแนนความนิยม (Preferential Voting) กล่าวคือเป็นระบบที่ให้ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งระบุหมายเลขและจำลำดับผู้สมัครลงบนบัตรเลือกตั้ง ตามลำดับความชอบของตนเอง โดยจะต้องเรียงลำดับเริ่มจากหมายเลขหนึ่ง เป็นต้นไป
การนับคะแนนผู้ชนะเลือกตั้งในเขตนั้นๆ จะยึดจากผู้สมัครที่ประชาชนลงคะแนนให้เป็นอันดับหนึ่งมากที่สุด แต่ถ้าหากไม่มีผู้สมัครคนใดได้คะแนนเสียงมากกว่าร้อยละ 50 ในการนับคะแนนครั้งแรก ผู้สมัครที่ได้คะแนนลำดับน้อยที่สุดในหน่วยเลือกตั้งนั้นจะถูกตัดออกโดยทันที
คะแนนเสียงของผู้สมัครที่ถูกตัดออกจะถูกโอนไปยังผู้สมัครหมายเลขสองในบัตรเลือกตั้งแต่ละใบ ซึ่งเป็นผู้สมัครที่ผู้มีสิทธิเลือกตั้งเลือกเป็นอันดับสอง
กระบวนการนับคะแนนนี้จะดำเนินต่อไปจนกว่าผู้สมัครคนใดคนหนึ่งจะได้รับคะแนนเสียงมากกว่าครึ่งหนึ่งของคะแนนเสียงทั้งหมดที่ลงคะแนน หรือได้รับคะแนนเสียงข้างมากเด็ดขาด และได้รับการประกาศให้เป็นผู้ได้รับเลือกตั้ง
ระบบเลือกตั้งที่เรียงลำดับคะแนนความนิยมมีจุดประสงค์เพื่อรวบรวมเสียงของผู้ใช้สิทธิเลือกตั้ง แม้ว่าผู้สมัครที่พวกเขาเลือกเป็นอันดับแรกจะถูกตัดออกเนื่องจากได้รับคะแนนเสียงไม่เพียงพอ

บัตรดีหรือบัตรเสีย
ตามพระราชบัญญัติการเลือกตั้ง Commonwealth Electoral Act 1918 นั้นมีความยืดหยุ่นกรณีข้อกำหนดลักษณะบัตรเลือกตั้งดี (formal ballot) และบัตรเลือกตั้งเสีย (informal ballot)
คณะกรรมการการเลือกตั้งออสเตรเลียนั้นถือว่าตราบใดที่ตัวเลขบนบัตรเลือกตั้งสีขาวและสีเขียวเรียงลำดับเริ่มจากหมายเลข 1 เรื่อยไปจนถึงลำดับของผู้สมัครลำดับสุดท้าย เขียนด้วยลายมือที่อ่านออก ก็นับว่าเป็นบัตรดี
ผู้ลงคะแนนสามารถเขียนตัวเลขด้วยตัวเลขอารบิก (1-10) ตัวเลขโรมัน (I-X) หรือข้อความ (one-ten) หรือผสมก็ได้ ตราบใดที่เรียงลำดับจากลำดับผู้สมัครลำดับแรกถึงลำดับสุดท้ายอย่างถูกต้อง
ผู้ลงคะแนนสามารถเขียนลำดับของผู้ลงสมัครนอกกากบาทได้ ตราบใดที่ตัวเลขนั้นอยู่ติดกับชื่อของผู้ลงสมัครและแสดงลำดับที่ต้องการได้ถูกต้อง

ที่น่าสนใจคือ บัตรเลือกตั้งของออสเตรเลีย ระบุว่าไม่อนุญาตให้ผู้ลงคะแนนเขียนข้อมูลที่สามารถตรวจสอบกลับไปถึงตนเองได้ว่าได้เลือกผู้สมัครคนไหน
กล่าวคือ ผู้ใช้สิทธิเลือกตั้งไม่สามารถระบุตัวตนด้วยชื่อหรือข้อมูลส่วนบุคคลอื่นๆ ลงไปในบัตรเลือกตั้ง ไม่เช่นนั้นบัตรจะกลายเป็นบัตรเสียทันที
บัตรเลือกตั้งของออสเตรเลียไม่ปรากฏการเรียงตัวเลขหรือสัญลักษณ์ที่ตรวจสอบย้อนกลับไปได้ว่าผู้ลงคะแนนคือใครหรือตรวจสอบได้ว่ามาจากต้นขั้วฉบับไหน

ความโปร่งใสหลังการนับคะแนน
หลังเวลา 18.00 น. ในวันเลือกตั้ง หน่วยเลือกตั้งทุกแห่งในออสเตรเลียจะนับคะแนนเสียงเลือกตั้งวุฒิสภาตามลำดับคะแนนนิยมอันดับแรก จากนั้นบัตรลงคะแนนจะบรรจุลงในกล่องขนส่งบัตรลงคะแนน (Ballot Paper Transport Containers: BPTC) ปิดผนึก และนำไปยังศูนย์ประจำเขตเลือกตั้ง
เจ้าหน้าที่จะนับคะแนนอันดับแรกอีกครั้ง จากนั้นบัตรลงคะแนนจะถูกส่งไปยังหน่วยตรวจสอบกลางของวุฒิสภา (Central Senate Scrutiny: CSS)
กล่อง BPTC ทุกกล่องจะมีป้ายกำกับชัดเจนและปิดผนึกด้วยตราประทับสองอันที่ไม่ซ้ำกัน ซึ่งใช้ในการตรวจสอบว่ามีการดัดแปลงแก้ไขหรือไม่ ทุกครั้งที่มีการเปิดหรือปิดผนึกกล่อง BPTC (รวมถึงที่หน่วยตรวจสอบกลางของวุฒิสภา) จะมีการบันทึก/ลงบันทึกข้อมูล
การส่งมอบกล่อง BPTC ในแต่ละครั้งจะมีบันทึกการเดินทางและส่งมอบทุกครั้ง
ที่หน่วยตรวจสอบกลางของวุฒิสภา กล่อง BPTC จะถูกติดตามด้วยระบบอิเล็กทรอนิกส์
เจ้าหน้าที่ของคณะกรรมการการเลือกตั้งแห่งออสเตรเลียหรือผู้ให้บริการขนส่งที่ได้รับอนุญาตให้ดำเนินการขนส่งจะเป็นผู้มีอำนาจขนส่งกล่อง BPTC และต้องปฏิบัติตามมาตรการควบคุมความปลอดภัยที่เหมาะสม
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram








