วิเคราะห์ผลเลือกตั้ง 69 การเมืองไทยภายใต้รัฐบาลภูมิใจไทย

Orange BG (2).jpg

การเลือกตั้งทั่วไปเมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 ก.พ. 2569 ผลการเลือกตั้งชี้พรรคภูมิใจไทยได้คะแนนเสียงมาเป็นอันดับหนึ่ง และจะเป็นผู้นำในการจัดตั้งรัฐบาล Credit: Getty image

ผลการเลือกตั้ง 69 ของประเทศไทยเริ่มชัดเจนขึ้น เมื่อพรรคภูมิใจไทยก้าวขึ้นเป็นพรรคที่ได้คะแนนเสียงมากที่สุดและเตรียมจัดตั้งรัฐบาล ฟังบทวิเคราะห์จาก ผู้ช่วยศาสตราจารย์ เกรก เรย์มอนด์ จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย


ผลการเลือกตั้งทั่วไปของไทยครั้งล่าสุดได้สร้างแรงสั่นสะเทือนทางการเมืองอย่างมีนัยสำคัญ เมื่อพรรคภูมิใจไทยคว้าชัยชนะเกินความคาดหมายกลายเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาล

ท่ามกลางบริบทความตึงเครียดระหว่างไทย–กัมพูชา และความนิยมพรรคภูมิใจที่แทรกซึมไปยังรากหญ้าทั่วประเทศไทย

นักวิชาการต่างประเทศชี้ ปัจจัย “ชาตินิยม ความมั่นคง และเครือข่ายอำนาจระดับท้องถิ่น”

อาจเป็นกุญแจสำคัญที่อธิบายชัยชนะครั้งนี้ พร้อมตั้งคำถามถึงทิศทางประชาธิปไตย เศรษฐกิจ และบทบาทของไทยในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ในระยะต่อไป

ผศ.ดร.เกรก เรยมอนด์ อาจารย์อาวุโส ประจำศูนย์ศึกษายุทธศาสตร์และการป้องกันประเทศ (Strategic and Defence Studies Centre) จากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลีย (Australian National University: ANU)

เปิดเผยกับเอสบีเอส ไทย ว่าขัยชนะของพรรคภูมิใจไทยครั้งนี้มีความหมายกับการเมืองไทย และสถานการณ์ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ภาคพื้นดินอย่างไร

Thailand Election
ผู้มีสิทธิเลือกตั้งหย่อนบัตรลงคะแนนที่หน่วยเลือกตั้ง ระหว่างการเลือกตั้งทั่วไปในกรุงเทพฯ เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 (AP Photo/Sakchai Lalit) Source: AP / Sakchai Lalit/AP

ผศ.ดร.เรยมอนด์มองว่า ชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยในการเลือกตั้งครั้งล่าสุดเป็นผลลัพธ์ที่เกินความคาดหมาย แม้จะเป็นที่รับรู้กันก่อนหน้าแล้วว่าพรรคมีฐานเสียงแข็งแกร่งและมีโอกาสเป็นพรรคอันดับหนึ่ง

แต่จำนวนที่นั่งที่ทิ้งห่างพรรคประชาชนอย่างชัดเจนสะท้อนว่ากระแสสนับสนุนพรรคภูมิใจไทยขยายตัวมากกว่าที่นักวิเคราะห์ส่วนใหญ่ประเมินไว้ โดยเฉพาะในพื้นที่นอกเขตเมืองใหญ่

ในการเลือกตั้งครั้งที่ผ่านมา ภูมิใจไทยมีคะแนนนำในภาคอีสานตอนล่างและพื้นที่บ้านใหญ่เป็นหลัก

แต่ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ยืนยันว่าความนิยมของพรรคภูมิใจไทยกระจายไปทั่วประเทศ แม้แต่ในภาคใต้ที่ได้ขึ้นชื่อว่าเป็นฐานที่มั่นของสส.แบบแบ่งเขตพรรคประชาธิปัตย์

ก็ยังพ่ายแพ้ให้จำนวนสส.ของพรรคภูมิใจไทยที่ได้คะแนนถึง 31 ที่นั่งจาก 59 เขต

หนึ่งในปัจจัยสำคัญที่อ.เกรกชี้ให้เห็น คือบริบทความตึงเครียดระหว่างไทยกับกัมพูชาที่เกิดขึ้นในช่วงก่อนการเลือกตั้ง

ซึ่งถูกนำมาใช้เป็นประเด็นหลักในการหาเสียงของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่แสดงจุดยืนชาตินิยมอย่างแข็งกร้าว

ตั้งแต่การพูดถึงการยกเลิกบันทึกความเข้าใจ (MOU) การปกป้องอธิปไตย ไปจนถึงการโจมตีฝ่ายการเมืองอื่นว่ามีท่าทีอ่อนข้อหรือใกล้ชิดกับผู้นำกัมพูชา

สาร์นเหล่านี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางในพื้นที่จังหวัดใกล้ชิดชายแดนไทย-กัมพูชา

"ผลงานของอนุทินช่วงน้ำท่วมทางภาคใต้ของประเทศไทยเมื่อเดือนธันวาคมปีที่แล้วถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนัก ดูไม่ทุกข์ร้อนว่ามีเรื่องเร่งด่วนต้องรีบแก้ วิธีรับมือน้ำท่วมครั้งร้ายแรงนั้นก็ดูวุ่นวาย ซึ่งเหตุภัยพิบัติครั้งนั้นคร่าชีวิตคนไทยไปมากกว่าความขัดแย้งระหว่างไทยกับกัมพูชาเสียอีก"

ดูเหมือนว่าประชาชนจะให้น้ำหนักกับเหตุข้อพิพาทชายแดนมากกว่า เพราะอาจเป็นประเด็นที่ปลุกปั่นความรู้สึกเป็นปรปักษ์ที่มีต่อกัมพูชามาอย่างยาวนาน
อ.เกรกวิเคราะห์

เขายังมองว่าความสำเร็จของพรรคภูมิใจไทยสะท้อนความแข็งแกร่งของโครงสร้างทางการเมืองระดับฐานราก พรรคสามารถใช้เครือข่ายท้องถิ่นและความเชื่อมโยงกับกลไกรัฐ

โดยเฉพาะจากบทบาทเดิมของนายอนุทินในตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย เพื่อสร้างความได้เปรียบในหลายจังหวัด

แตกต่างจากพรรคประชาชนที่ประสบความสำเร็จอย่างชัดเจนในเขตเมืองและกรุงเทพมหานคร แต่ยังไม่สามารถเจาะฐานเสียงในชนบทได้อย่างมีประสิทธิภาพ

People's Party campaign rally ahead of Thailand's general elections
ณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและแคนดิเดตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วย ศิริกัญญา ตันสกุล และวีระยุทธ กาญจนชูฉัตร ถ่ายภาพร่วมกันระหว่างการปราศรัยหาเสียงโค้งสุดท้ายในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 6 กุมภาพันธ์ 2026 ก่อนการเลือกตั้งทั่วไปวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งจัดพร้อมกับการลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ EPA/NARONG SANGNAK Source: EPA / NARONG SANGNAK/EPA

ทิศทางการเมืองไทยภายใต้รัฐบาลภูมิใจไทย

นักวิชาการจากมหาวิทยาลัยแห่งชาติออสเตรเลียประเมินว่า รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มจะเป็นรัฐบาลอนุรักษนิยมที่ยึดโครงสร้างอำนาจเดิมเป็นหลัก โดยเฉพาะในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของประเทศ

ไม่ว่าจะเป็นกองทัพหรือสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งจะไม่ได้เผชิญกับแรงกดดันการปฏิรูปอย่างจริงจัง รัฐบาลชุดใหม่น่าจะมุ่งรักษาสถานะเดิม (status quo) และสร้างความมั่นใจให้กับชนชั้นนำและกองทัพว่าผลการเลือกตั้งครั้งนี้จะไม่กระทบต่อดุลอำนาจที่ดำรงอยู่

รัฐบาลภูมิใจไทยมีแนวโน้มปล่อยให้กองทัพดำเนินบทบาทตามกรอบเดิมต่อไป อาจไม่แตะเรื่องการยกเลิกหรือปรับเปลี่ยนการเกณฑ์ทหาร การลดบทบาททางการเมืองของกองทัพ

หรือการตรวจสอบงบประมาณด้านความมั่นคงอย่างจริงจัง เพื่อแลกกับเสถียรภาพทางการเมืองและการไม่แทรกแซงจากนอกระบบ ซึ่งสะท้อนการประนีประนอมระหว่างรัฐบาลพลเรือนกับอำนาจทหารที่ดำรงมายาวนานในระบบการเมืองไทย

ขณะที่ด้านเศรษฐกิจ อ.เกรกแสดงความกังวลว่ารัฐบาลภูมิใจไทยอาจไม่มีวาระปฏิรูปเชิงลึกเพื่อแก้ปัญหาโครงสร้างเศรษฐกิจที่ซบเซาและผูกขาด ไม่ว่าจะเป็นการจัดการกับกลุ่มทุนขนาดใหญ่หรือการส่งเสริมผู้ประกอบการรายย่อยอย่างเป็นระบบ

พรรคภูมิใจไทยจะไม่แข่งขันกับกลุ่มธุรกิจผูกขาดที่มีอยู่เดิม ซึ่งเป็นปัญหาในประเทศไทย และเป็นอุปสรรคขัดขวางการเติบโตของธุรกิจขนาดเล็กและขนาดกลาง ส่งผลให้การเติบโตทางเศรษฐกิจชะงักมาหลายปีแล้ว

อย่างไรก็ตาม รัฐบาลชุดใหม่อาจสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักลงทุนต่างชาติในแง่เสถียรภาพและความต่อเนื่องของนโยบาย แม้จะแลกมากับโอกาสในการผลักดันการเปลี่ยนแปลงเชิงก้าวหน้าที่สังคมบางส่วนคาดหวังไว้ก็ตาม

Thailand's PM Charnvirakul holds a press conference after the general election
อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและแคนดิเดตนายกฯ พรรคภูมิใจไทย เดินผ่านสื่อมวลชนหลังแถลงข่าวภายหลังปิดหีบเลือกตั้ง ที่สำนักงานใหญ่พรรคในกรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2026 โดยการเลือกตั้งครั้งนี้มีผู้มีสิทธิเลือกตั้งลงทะเบียนกว่า 52.9 ล้านคน เพื่อเลือกสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และร่วมลงประชามติแก้ไขรัฐธรรมนูญ EPA/NARONG SANGNAK Source: EPA / NARONG SANGNAK/EPA

การเมืองไทยและสถานการณ์เพื่อนบ้าน

ในระดับภูมิภาค อ.เกรกมองว่ารัฐบาลภูมิใจไทยจะดำเนินนโยบายต่างประเทศในแนวอนุรักษนิยมและยึดหลักความมั่นคงของรัฐเป็นศูนย์กลาง โดยเฉพาะในอาเซียน

ไทยมีแนวโน้มจะไม่ผลักดันวาระประชาธิปไตยหรือสิทธิมนุษยชนอย่างแข็งขัน แต่จะเลือกแนวทางที่หลีกเลี่ยงความขัดแย้งกับรัฐบาลประเทศเพื่อนบ้าน และรักษาความสัมพันธ์กับชนชั้นนำทางการเมืองและกองทัพในภูมิภาคเป็นหลัก

สำหรับสถานการณ์ในเมียนมา อ.เกรกประเมินว่ารัฐบาลไทยภายใต้การนำของพรรคภูมิใจไทยจะมีท่าทีสอดคล้องกับแนวทางเดิมของอาเซียนแบบ “ไม่แทรกแซงกิจการภายใน”

และอาจเปิดพื้นที่ให้ความชอบธรรมกับกระบวนการเลือกตั้งของรัฐบาลทหารเมียนมา มากกว่าการสนับสนุนฝ่ายต่อต้านหรือกลุ่มประชาธิปไตย

ซึ่งอาจสร้างแรงเสียดทานกับภาคประชาสังคมและกลุ่มต่อต้านรัฐบาลทหารในภูมิภาค แต่จะช่วยลดแรงปะทะทางการทูตในระยะสั้น

ขณะที่ความสัมพันธ์ไทย–กัมพูชา แม้นายอนุทินจะใช้ท่าทีแข็งกร้าวด้านอธิปไตยและชาตินิยมเป็นเครื่องมือทางการเมืองในช่วงเลือกตั้ง

แต่เมื่อได้อำนาจแล้ว รัฐบาลไทยอาจปรับจุดยืนให้รอบคอบมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ไทยมีแนวโน้มปล่อยให้กองทัพมีบทบาทนำในการกำหนดท่าทีด้านความมั่นคงชายแดน ซึ่งจะทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างสองประเทศยังคงเปราะบางและต้องจับตาอย่างใกล้ชิดในระยะต่อไป

ทำไมน้ำเงินเบียดส้มจนล้มแชมป์ได้

อ.เกรกมองว่าความได้เปรียบของพรรคภูมิใจไทยในพื้นที่ชนบทมาจากความสามารถในการทำงานผ่านเครือข่ายการเมืองระดับฐานรากที่สั่งสมมาอย่างยาวนาน

พรรคมีโครงสร้างที่เชื่อมโยงกับผู้นำท้องถิ่น หัวคะแนน และกลไกการบริหารระดับจังหวัด ที่สอดคล้องกับโครงสร้างสังคมชนบท แตกต่างจากพรรคประชาชนที่อาศัยการรณรงค์ผ่านสื่อออนไลน์และกระแสอุดมการณ์เป็นหลัก

นโยบายและสาสน์ทางการเมืองของพรรคประชาชน แม้จะได้รับความนิยมสูงในเขตเมือง แต่กลับไม่สามารถแปลให้สอดคล้องกับชีวิตของผู้มีสิทธิเลือกตั้งในชนบท

โดยเฉพาะประเด็นต่อต้านคอร์รัปชัน การรื้อโครงสร้างอำนาจ หรือการแก้ปัญหาอาชญากรรมข้ามชาติ ซึ่งเป็นประเด็นเชิงนามธรรมและรับรู้ได้ยากในชีวิตประจำวันของประชาชนในพื้นที่ห่างไกล เมื่อเทียบกับสารของพรรคภูมิใจไทยที่เน้นภาพผู้นำเข้มแข็ง ความมั่นคง และการปกป้องผลประโยชน์ของชาติ

นโยบายหาเสียงของพรรคก้าวไกลในปี 2023 คือมีเราไม่มีลุง แล้วตอนนี้เปลี่ยนเป็น มีเราไม่มีเทา ผมคิดว่าจุดขายการปราบคอรัปชันและกำจัดนายพลทรงอำนาจนั้นเอาชนะใจชาวบ้านไม่ได้ โดยเฉพาะชาวบ้านในชนบท

และในสถานการณ์ที่ประชาชนยังฝังใจกับเหตุปะทะไทย-กัมพูชาล่าสุด ท่าทีของพรรคประชาชนที่เน้นความสง สันติ และการเจรจาทางการทูตระหว่างประเทศ หักคะแนนนิยมของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

"ผมสังเกตว่าบางจังหวัดที่ได้รับผลกระทบจากความขัดแย้งกับกัมพูชามากที่สุด กลับถูกทิ้งระเบิดอย่างไม่เลือกเป้าหมาย ต้องอพยพไปอยู่ในศูนย์ผู้ลี้ภัย

อาจเป็นเพราะคนเหล่านั้นรู้สึกโกรธแค้นกับสิ่งที่เกิดขึ้น และต้องการให้ประเทศไทยแสดงท่าทีแข็งกร้าว นี่เป็นวิธีการที่ง่ายที่สุด เก่าแก่ที่สุด และเป็นวิธีที่ใช้ได้ผลในทางการเมือง คือ ไม่เลือกเราเขามาแน่"

ในมุมมองของอ.เกรก ผลการเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ได้เป็นเพียงชัยชนะของพรรคภูมิใจไทยเท่านั้น หากแต่สะท้อนรอยแยกเชิงโครงสร้างของการเมืองไทยระหว่างเมืองกับชนบท ระหว่างการเมืองเชิงอุดมการณ์กับการเมืองเชิงเครือข่าย

รัฐบาลที่นำโดยพรรคภูมิใจไทยมีแนวโน้มเลือกแนวทางที่ให้ความสำคัญกับเสถียรภาพ ความต่อเนื่องของนโยบาย

และความสัมพันธ์กับโครงสร้างอำนาจเดิม ขณะที่ฝ่ายการเมืองเชิงปฏิรูปยังคงมีพื้นที่และบทบาทสำคัญในฐานะฝ่ายค้าน

ฟังสัมภาษณ์เรื่องนี้ได้ที่นี่:

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now