เมื่อวันที่ 1 เมษายน นายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี แห่งออสเตรเลีย ได้กล่าวสุทรพจน์ระดับชาติ ท่ามกลางความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจที่ทวีความรุนแรงขึ้นจากการที่อิหร่านปิดกั้นช่องแคบฮอร์มุซ
เขากล่าวว่าผลกระทบทางเศรษฐกิจจากสงครามในตะวันออกกลางจะคงอยู่เป็นเวลาหลายเดือน โดยอธิบายว่าเป็นช่วงเวลาที่ไม่แน่นอน
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

นายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ชาวออสเตรเลีย "ทำหน้าที่ของตน" ในสุนทรพจน์ระดับชาติ
ทาเฮรา นัสรัต ประธานมูลนิธิสันติภาพอัฟกัน ซึ่งเป็นองค์กรไม่แสวงหาผลกำไรที่ให้การสนับสนุนผู้ลี้ภัยและผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสงครามและการถูกกดขี่ข่มเหงเป็นพิเศษ และเธอยังเป็นตัวแทนด้านภาษีด้วย
เธอกล่าวว่าชุมชนผู้อพยพที่ได้รับผลกระทบจากสงครามในตะวันออกกลางโดยตรง กำลังเผชิญกับความเครียดที่มากกว่าแค่ค่าครองชีพ รวมถึงผู้เสียภาษีที่ไม่ใช่พลเมืองเองก็กำลังถูกมองข้าม
“ปัญหาแรกในตอนนี้คือความบอบช้ำทางจิตใจ เพราะครึ่งหนึ่งของครอบครัวพวกเขาอยู่ต่างประเทศ และตอนนี้พวกเขาไม่มีสมาธิกับธุรกิจหรือวิถีชีวิตปกติเลย พวกเขากังวลเรื่องครอบครัวเพราะขาดการติดต่อหรือไม่มีโอกาสได้พบปะกับครอบครัวเนื่องจากสงครามในต่างประเทศ”
เธอกล่าวว่าเธอได้ให้การสนับสนุนและคำแนะนำแก่ผู้อพยพและผู้ลี้ภัยทั่วประเทศ เธอคาดหวังว่าในแถลงระดับชาติจะมีแนวทางแก้ไขระยะยาวใหม่ๆ ที่เธอสามารถแบ่งปันกับลูกค้าที่กำลังมองหาความช่วยเหลือระยะสั้นได้
เธอกล่าวว่าผลกระทบโดยเฉพาะต่อชุมชนผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ ทำให้บางคนต้องใช้เงินออมเพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น อาหาร ทำให้พวกเขาเป็นหนี้ภาษีอย่างกะทันหันโดยไม่รู้จะไปขอคำแนะนำได้จากที่ไหน
“เมื่อดิฉันให้บริการลูกค้าที่มาที่สำนักงาน พวกเขาเริ่มสูญเสียการใช้ชีวิตปกติไปเพราะความเครียดทางจิตใจ ค่าครองชีพที่สูงขึ้น ทำให้พวกเขาลำบากและต้องขอความช่วยเหลือ วิธีแก้ปัญหาชั่วคราวอาจใช้ได้แค่สามเดือน แต่ถ้าหากคนในพื้นที่ ผู้อพยพ หรือแม้แต่ประชาชนทั่วไป ต้องควักเงินออมของตนเองมาใช้จ่ายค่าต่างๆ จะเกิดอะไรขึ้นหลังจากนั้น มันส่งผลกระทบระยะยาวต่อทุกคนในออสเตรเลีย”
โฆษกรัฐบาลตอบคำถามของ เอสบีเอส นิวส์ เกี่ยวกับการสุนทรพจน์ระดับชาติที่เผยแพร่และออกอากาศทั่วออสเตรเลีย รวมถึงช่องภาษาต่างๆ ของ เอสบีเอส ด้วย
แถลงการณ์ดังกล่าวเป็นการตอบสนองต่อข้อกังวลที่แสดงออกมาโดยตัวแทนของชุมชนผู้อพยพและผู้ลี้ภัย
“สิ่งสำคัญอันดับหนึ่งของรัฐบาลอัลบานีซีคือการช่วยเหลือประชาชนในเรื่องค่าครองชีพ ความขัดแย้งนี้เกิดขึ้นอีกฟากหนึ่งของโลก แต่ส่งผลกระทบอย่างต่อชาวออสเตรเลีย รัฐบาลอัลบานีซีกำลังดำเนินมาตรการที่เหมาะสมทุกอย่างที่จำเป็นเพื่อปกป้องประเทศและงบประมาณครัวเรือนของเราจากความไม่แน่นอนที่เลวร้ายที่สุดของโลก”
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

อัตราดอกเบี้ยขึ้นอีกเป็นครั้งที่ 10
เมื่อถูกถามเพิ่มเติมเกี่ยวกับความคิดเห็นเฉพาะเจาะจงเกี่ยวกับชุมชนผู้อพยพและผู้ลี้ภัย ทางเอสบีเอส นิวส์ ได้รับคำตอบว่าความคิดเห็นเหล่านี้เพียงพอแล้ว
นอกเหนือจากผลกระทบทางเศรษฐกิจแล้ว นัสรัตกล่าวว่าเธอกังวลว่าการขาดแนวทางแก้ไขระยะยาวที่ชัดเจนจะส่งผลให้ชุมชนผู้อพยพและผู้ลี้ภัยเผชิญกับการเลือกปฏิบัติที่เพิ่มมากขึ้น
“น่าเสียดายที่ชุมชนผู้ลี้ภัยมักถูกมองว่าเป็นความผิดพลาดทางการเมือง ทั้งๆ ที่ออสเตรเลียเป็นประเทศพหุวัฒนธรรมและเรามีสังคมพหุวัฒนธรรม และชุมชนพหุวัฒนธรรมมีส่วนสำคัญอย่างมากต่อธุรกิจต่างๆ ทั่วประเทศ”
ในเดือนตุลาคม 2024 การสอบสวนอิสระเกี่ยวกับการการรับมือระดับชาติต่อการระบาดใหญ่ของโควิด 19 เสร็จสิ้นลงพร้อมการส่งมอบข้อค้นพบของคณะทำงานต่อรัฐ ซึ่งมีจุดมุ่งหมายเพื่อให้ข้อมูลที่ดีขึ้นสำหรับการตอบสนองต่อเหตุฉุกเฉินด้านสุขภาพในอนาคต
เรื่องที่เกี่ยวข้อง

พบนศ.ต่างชาติไม่น้อยถูกเหยียดเชื้อชาติช่วงโควิด
ในรายงานนั้น คณะทำงานได้ระบุรายละเอียดว่าความล่าช้าในการแก้ไขความต้องการของประชาชนจากชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมและภาษา นำไปสู่ผลลัพธ์ที่แย่ลง โดยเฉพาะอย่างยิ่งในช่วงเริ่มต้นของการระบาดใหญ่
คณะผู้เชี่ยวชาญพบว่าชุมชนที่มีความหลากหลายทางวัฒนธรรมประสบกับปัญหาการเหยียดเชื้อชาติที่เพิ่มขึ้น และความท้าทายที่รุนแรงขึ้นเกี่ยวกับเศรษฐกิจและสุขภาพจิตในช่วงการระบาดใหญ่
ผลการวิจัยเผยให้เห็นช่องว่างในการมีส่วนร่วมกับชุมชนพหุวัฒนธรรม และหลักฐานที่แสดงให้เห็นว่าเมื่อชุมชนมีส่วนร่วม ผลลัพธ์ก็ดีขึ้น
ดร. สุรจิต ธันจิ นักวิจัยประจำสถาบันออสเตรเลีย-อินเดีย มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น ซึ่งทำงานร่วมกับชุมชนชาวอินเดียพลัดถิ่นในออสเตรเลีย กล่าวว่า การระบาดใหญ่แสดงให้เห็นว่าความเสี่ยงต่อข้อมูลเท็จเพิ่มขึ้นเมื่อขาดการสื่อสารในประเด็นนี้
“สิ่งนี้นำไปสู่ความเข้าใจผิดว่าผู้อพยพไม่ได้ปฏิบัติตามกฎระเบียบที่รัฐบาลกำหนดในช่วงการระบาดใหญ่ และทำให้เกิดความเชื่อว่าไวรัสโควิดแพร่กระจายอย่างรวดเร็วกว่าในหมู่ชุมชนผู้อพยพ ข้อความต่างๆ ไม่ได้ถูกสื่อสารออกไปเลย จนกระทั่งรัฐบาลเริ่มดำเนินการแปลข้อมูลเหล่านั้นเป็นภาษาต่างๆ นี่เป็นตัวอย่างพื้นฐานของสิ่งที่อาจผิดพลาดได้”
ดร. ธันจิ กล่าวว่า ในการถกเถียงทางการเมือง ภาระในการเป็นตัวแทนมักตกอยู่กับชุมชนผู้อพยพที่ต้องลุกขึ้นมาเรียกร้องสิทธิของตนเอง แต่ในความเป็นจริง เสียงเหล่านี้สิ่งเหล่านี้อาจไม่สามารถสะท้อนทุกประเด็นในชุมชน และในช่วงวิกฤตค่าครองชีพ การทำงานอาสาสมัครเพิ่มเติมก็ยิ่งเป็นเรื่องที่ทำได้ยากขึ้นและไม่ค่อยสอดคล้องกับชีวิตประจำวันอีกต่อไป
“บ่อยครั้งที่ผู้ที่อยู่ในตำแหน่งผู้นำที่ทำงานอาสาสมัคร พวกเขามีงานอื่นๆ ด้วย ทุกคนเป็นผู้เสียภาษี และทุกคนจำเป็นต้องรู้สึกถึงความเป็นส่วนหนึ่งของสังคมและชุมชน ไม่ว่าจะเป็นผู้ที่เป็นผู้พำนักถาวรหรือผู้ลี้ภัยที่ทำงานทุกวันเพื่อทำสิ่งที่ดีที่สุดเท่าที่จะทำได้ พวกเขามาจากภูมิหลังที่ยากลำบาก พวกเขาพยายามสร้างชีวิต ดังนั้นใช่แล้ว การสื่อสารจำเป็นต้องปรับเปลี่ยนให้ครอบคลุมมากขึ้น แม้แต่กับผู้ที่ยังไม่ได้เป็นพลเมืองของเรา”
แจ็กกี อีวาร์ต ศาสตราจารย์ด้านการสื่อสารที่มหาวิทยาลัยกริฟฟิธ งานวิจัยของเธอเน้นเรื่องการมีส่วนร่วมของนักการเมืองในช่วงเหตุการณ์การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่รุนแรง และการนำเสนอภาพลักษณ์ของกลุ่มคนชายขอบในสื่อ
เธอกล่าวว่านักการเมืองมีบทบาทสำคัญในยามที่เกิดความไม่แน่นอน
“จำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องมีการสร้างความมั่นใจใกขึ้นจากผู้ที่ดำรงตำแหน่งรัฐบาล โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักการเมือง เพราะพวกเขาคือบุคคลที่ประชาชนทั่วไปมองหาความเป็นผู้นำในช่วงวิกฤตเช่นนี้”
เธอแสดงความกังวลว่าการพูดคุยและการอภิปรายทางการเมืองบางครั้งอาจส่งผลกระทบเชิงลบต่อชุมชนชายขอบ และยังสามารถกลายเป็นประเด็นหลักที่ครอบงำการอภิปรายสาธารณะ ส่งผลให้ชุมชนเหล่านั้นถูกจับตามองอย่างละเอียดเหมือนอยู่ใต้กล้องจุลทรรศน์
“และสำหรับชุมชนผู้ลี้ภัยและผู้อพยพ รวมถึงผู้ที่อาจเป็นชาวออสเตรเลียรุ่นที่สองหรือสาม แต่มีพื้นฐานทางวัฒนธรรมที่ไม่ใช่ชาวแองโกล-เซลติกผิวขาว นักการเมืองจำเป็นต้องให้ความมั่นใจแก่พวกเขาในเวลานี้ว่าพวกเขาไม่ใช่ตัวปัญหา”
ในขณะที่สงครามในตะวันออกกลางยังคงดำเนินต่อไป ส่งผลกระทบต่อวิกฤตค่าครองชีพ ชุมชนต่างๆ ทั่วออสเตรเลียยังคงเผชิญกับความท้าทายที่เพิ่มขึ้นท่ามกลางความไม่แน่นอน
“สิ่งสำคัญคือเราต้องให้ความสำคัญกับความกังวลของทุคนที่ได้รับผลกระทบจากค่าครองชีพ ไม่ว่าจะเป็นเกษตรกรที่กำลังลำบาก คนขับรถบรรทุกที่กำลังเผชิญความยากลำบาก หรือแม้แต่คนที่เคยคิดว่าตัวเองมีรายได้ดี ตอนนี้ก็อาจกำลังคิดอยู่ว่า จะผ่อนบ้านอย่างไรในเมื่ออัตราดอกเบี้ยเพิ่มขึ้น ดังนั้นผลกระทบนี้เกิดขึ้นกับคนทั่วไปในวงกว้าง แต่เมื่อเราคิดถึงกลุ่มคนที่ถูกกีดกัน คนชายขอบ พวกเขาอาจกำลังเผชิญกับความยากลำบากมากกว่าคนอื่นๆ”
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊กและ อินสตาแกรม




