Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

The Big Brief : ออสเตรเลียเพิ่มเฝ้าระวังไข้หวัดนก H5 ขอประชาชนอย่าตื่นตระหนก

bird flu Copy of The Big Brief HEADER .jpg
ทางการออสเตรเลียขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จำนวนสัตว์ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 จะเพิ่มขึ้น Credit: Ezra Bailey/Getty Images

ทางการออสเตรเลียขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จำนวนสัตว์ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 จะเพิ่มขึ้น หลังตรวจพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มอีก 2 กรณี ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเพิ่มการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


Published

By AAP

Presented by Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


ทางการออสเตรเลียขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จำนวนสัตว์ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 จะเพิ่มขึ้น หลังตรวจพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มอีก 2 กรณี ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเพิ่มการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด


สรุปประเด็นสำคัญ

  • ออสเตรเลียตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง H5N1 แล้ว 8 ราย
  • ยังไม่พบเชื้อในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์

ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

พบผู้สงสัยติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มอีกราย ขณะที่ทางการเน้นย้ำว่ายังไม่พบสายพันธุ์รุนแรงนี้ในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของออสเตรเลีย

นกยักษ์เพเทรล (Giant petrel) ตัวหนึ่งในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย มีผลตรวจเบื้องต้นเข้าข่ายน่าสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ H5 ส่งผลให้ทางการต้องดำเนินการตรวจทดสอบเพิ่มเติม ในขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศจ่อพุ่งสูงถึง 8 ราย

จนถึงปัจจุบัน มีการยืนยันการติดเชื้อแล้ว 6 รายในกลุ่มนกทะเลอพยพ นอกชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เซาท์ออสเตรเลีย และนิวเซาท์เวลส์

นกเพเทรลตัวดังกล่าวรวมถึงผู้สงสัยติดเชื้ออีกรายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย อาจส่งผลให้ยอดรวมสะสมของประเทศเพิ่มสูงขึ้น

เชื้อไวรัสนี้ถูกตรวจพบครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ในนกบราวน์สกัว (Brown skua) ที่พบในเมืองเอสเพอแรนซ์ (Esperance) บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย

นกยักษ์เพเทรลตัวนี้ถูกพบที่อ่าวฮาร์ดวิก (Hardwicke Bay) บริเวณคาบสมุทรยอร์ก (Yorke Peninsula) ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และได้มีการแจ้งไปยังสายด่วนรายงานโรค ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิและภูมิภาคของรัฐจะเข้าจัดเก็บและนำตัวอย่างไปตรวจ

ตัวอย่างที่ให้ผลตรวจเบื้องต้นเป็นที่น่าสงสัย ได้ถูกส่งไปยังศูนย์เตรียมความพร้อมรับมือโรคแห่งออสเตรเลียของ CSIRO ในเมืองจีลอง (Geelong) เพื่อทำการตรวจยืนยันผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

หากผลการตรวจได้รับการยืนยัน จะถือเป็นผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันรายที่สองของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย

แคลร์ สคริเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า การตรวจพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เมื่อพิจารณาจากเส้นทางที่เชื้อสายพันธุ์นี้แพร่กระจายเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียผ่านทางนกอพยพตามธรรมชาติ

เธอกล่าวว่า ผู้สงสัยติดเชื้อรายใหม่นี้ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด (Isolated case) และยังไม่มีสัญญาณของการแพร่กระจายเข้าสู่สัตว์ป่าในท้องถิ่นแต่อย่างใด

"สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ เรายังไม่พบการติดเชื้อใดๆ ในฝูงสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ นกที่เลี้ยงไว้ หรือนกชนิดอื่นๆ ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และเชื้อนี้ยังไม่ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในส่วนใดของออสเตรเลียเลย" สคริเวนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองแอดิเลดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา

'ไม่ต้องตื่นตระหนก'

ด้านรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางการยืนยันว่าไม่ได้กำลังเผชิญกับวิกฤตไข้หวัดนก และไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก แม้ว่าจะพบจำนวนนกตามแนวชายฝั่งของออสเตรเลียจะตรวจพบเชื้อไวรัสนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยก็ตาม

 

ฟาร์มสัตว์ปีกต่าง ๆ ได้รับคำขอให้พิจารณา นำสัตว์ปีกเข้ามาเลี้ยงภายในโรงเรือนระบบปิด หลังจากที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ H5N1 ที่ได้รับการยืนยันเป็นรายแรกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในนกตัวหนึ่งบริเวณชายฝั่งตอนกลางตอนเหนือ (Mid North Coast) ของรัฐ

เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทารา โมริอาร์ตี (Tara Moriarty) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก

"เราต้องการเน้นย้ำว่านี่เป็นเพียงครั้งแรกที่มีการตรวจพบ และมีนกที่ผลตรวจเป็นบวกเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น" โมริอาร์ตีกล่าวกับผู้สื่อข่าว

"ยังไม่วิกฤตและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนก"

นอกจากนี้ ทางการยังกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปีกและไข่ไก่ตามปกติเช่นเดิม

ทางการระบุว่า ความเสี่ยงในทันทีต่อสาธารณชนยังคงอยู่ในระดับต่ำ

อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้เตือนประชาชนว่า ห้ามสัมผัส นกหรือสัตว์ป่าที่ป่วยหรือตายโดยเด็ดขาด ควรกำหนดให้สัตว์เลี้ยงอยู่ห่าง ๆ และช่วยบันทึกวัน เวลา สถานที่ รวมถึงจำนวนของสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ

ด้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้เรียกร้องขอเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลาง เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่สัตว์ป่าและปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังให้ดียิ่งขึ้น โดยเตือนว่าการพึ่งพาเพียงแค่การตรวจตราตรวจจับอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเชื้อ H5 แพร่กระจายเข้าสู่สัตว์สายพันธุ์ท้องถิ่น

หากพบกรณีที่ต้องสงสัยสามารถรายงานไปที่สายด่วนโรคสัตว์ฉุกเฉิน (Emergency Animal Disease Hotline) ที่หมายเลข 1800 675 888

 ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now