ทางการออสเตรเลียขอให้ประชาชนอย่าตื่นตระหนก แม้จำนวนสัตว์ติดเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ H5 จะเพิ่มขึ้น หลังตรวจพบผู้ต้องสงสัยติดเชื้อเพิ่มอีก 2 กรณี ส่งผลให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั่วประเทศเพิ่มการเฝ้าระวังสถานการณ์อย่างใกล้ชิด
สรุปประเด็นสำคัญ
- ออสเตรเลียตรวจพบเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์รุนแรง H5N1 แล้ว 8 ราย
- ยังไม่พบเชื้อในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์
ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่
พบผู้สงสัยติดเชื้อไข้หวัดนกเพิ่มอีกราย ขณะที่ทางการเน้นย้ำว่ายังไม่พบสายพันธุ์รุนแรงนี้ในสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ของออสเตรเลีย
นกยักษ์เพเทรล (Giant petrel) ตัวหนึ่งในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย มีผลตรวจเบื้องต้นเข้าข่ายน่าสงสัยว่าเป็นสายพันธุ์ H5 ส่งผลให้ทางการต้องดำเนินการตรวจทดสอบเพิ่มเติม ในขณะที่ยอดรวมผู้ติดเชื้อทั่วประเทศจ่อพุ่งสูงถึง 8 ราย
จนถึงปัจจุบัน มีการยืนยันการติดเชื้อแล้ว 6 รายในกลุ่มนกทะเลอพยพ นอกชายฝั่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย เซาท์ออสเตรเลีย และนิวเซาท์เวลส์
นกเพเทรลตัวดังกล่าวรวมถึงผู้สงสัยติดเชื้ออีกรายในรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย อาจส่งผลให้ยอดรวมสะสมของประเทศเพิ่มสูงขึ้น
เชื้อไวรัสนี้ถูกตรวจพบครั้งแรกบนแผ่นดินใหญ่ของออสเตรเลียเมื่อวันที่ 14 มิถุนายน ในนกบราวน์สกัว (Brown skua) ที่พบในเมืองเอสเพอแรนซ์ (Esperance) บริเวณชายฝั่งตอนใต้ของรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลีย
นกยักษ์เพเทรลตัวนี้ถูกพบที่อ่าวฮาร์ดวิก (Hardwicke Bay) บริเวณคาบสมุทรยอร์ก (Yorke Peninsula) ของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และได้มีการแจ้งไปยังสายด่วนรายงานโรค ก่อนที่เจ้าหน้าที่จากกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิและภูมิภาคของรัฐจะเข้าจัดเก็บและนำตัวอย่างไปตรวจ
ตัวอย่างที่ให้ผลตรวจเบื้องต้นเป็นที่น่าสงสัย ได้ถูกส่งไปยังศูนย์เตรียมความพร้อมรับมือโรคแห่งออสเตรเลียของ CSIRO ในเมืองจีลอง (Geelong) เพื่อทำการตรวจยืนยันผลเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
หากผลการตรวจได้รับการยืนยัน จะถือเป็นผู้ติดเชื้อที่ได้รับการยืนยันรายที่สองของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย
แคลร์ สคริเวน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมขั้นปฐมภูมิของรัฐเซาท์ออสเตรเลีย กล่าวว่า การตรวจพบครั้งนี้เป็นเรื่องที่น่าผิดหวัง แต่ก็ไม่ใช่เรื่องที่เหนือความคาดหมาย เมื่อพิจารณาจากเส้นทางที่เชื้อสายพันธุ์นี้แพร่กระจายเข้าสู่ประเทศออสเตรเลียผ่านทางนกอพยพตามธรรมชาติ
เธอกล่าวว่า ผู้สงสัยติดเชื้อรายใหม่นี้ถือเป็นกรณีที่เกิดขึ้นเฉพาะจุด (Isolated case) และยังไม่มีสัญญาณของการแพร่กระจายเข้าสู่สัตว์ป่าในท้องถิ่นแต่อย่างใด
"สิ่งสำคัญที่ต้องตระหนักคือ เรายังไม่พบการติดเชื้อใดๆ ในฝูงสัตว์ปีกเชิงพาณิชย์ นกที่เลี้ยงไว้ หรือนกชนิดอื่นๆ ในรัฐเซาท์ออสเตรเลีย และเชื้อนี้ยังไม่ได้กลายเป็นโรคประจำถิ่นในส่วนใดของออสเตรเลียเลย" สคริเวนกล่าวกับผู้สื่อข่าวในเมืองแอดิเลดเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา
'ไม่ต้องตื่นตระหนก'
ด้านรัฐนิวเซาท์เวลส์ ทางการยืนยันว่าไม่ได้กำลังเผชิญกับวิกฤตไข้หวัดนก และไม่มีความจำเป็นต้องตื่นตระหนก แม้ว่าจะพบจำนวนนกตามแนวชายฝั่งของออสเตรเลียจะตรวจพบเชื้อไวรัสนี้เพิ่มมากขึ้นเรื่อยก็ตาม
ฟาร์มสัตว์ปีกต่าง ๆ ได้รับคำขอให้พิจารณา นำสัตว์ปีกเข้ามาเลี้ยงภายในโรงเรือนระบบปิด หลังจากที่มีการตรวจพบผู้ติดเชื้อสายพันธุ์ H5N1 ที่ได้รับการยืนยันเป็นรายแรกของรัฐนิวเซาท์เวลส์ ในนกตัวหนึ่งบริเวณชายฝั่งตอนกลางตอนเหนือ (Mid North Coast) ของรัฐ
เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ทารา โมริอาร์ตี (Tara Moriarty) รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตร ได้ออกมาเรียกร้องให้ประชาชนอย่าเพิ่งตื่นตระหนก
"เราต้องการเน้นย้ำว่านี่เป็นเพียงครั้งแรกที่มีการตรวจพบ และมีนกที่ผลตรวจเป็นบวกเพียงแค่ตัวเดียวเท่านั้น" โมริอาร์ตีกล่าวกับผู้สื่อข่าว
"ยังไม่วิกฤตและไม่มีความจำเป็นที่จะต้องตื่นตระหนก"
นอกจากนี้ ทางการยังกระตุ้นเตือนให้ผู้บริโภคเลือกซื้อเนื้อสัตว์ปีกและไข่ไก่ตามปกติเช่นเดิม
ทางการระบุว่า ความเสี่ยงในทันทีต่อสาธารณชนยังคงอยู่ในระดับต่ำ
อย่างไรก็ตาม พวกเขาได้เตือนประชาชนว่า ห้ามสัมผัส นกหรือสัตว์ป่าที่ป่วยหรือตายโดยเด็ดขาด ควรกำหนดให้สัตว์เลี้ยงอยู่ห่าง ๆ และช่วยบันทึกวัน เวลา สถานที่ รวมถึงจำนวนของสัตว์ที่ได้รับผลกระทบ
ด้านกลุ่มอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมได้เรียกร้องขอเงินทุนสนับสนุนเพิ่มเติมจากรัฐบาลกลาง เพื่อเสริมสร้างภูมิต้านทานให้แก่สัตว์ป่าและปรับปรุงระบบการเฝ้าระวังให้ดียิ่งขึ้น โดยเตือนว่าการพึ่งพาเพียงแค่การตรวจตราตรวจจับอย่างเดียวอาจไม่เพียงพอ หากเชื้อ H5 แพร่กระจายเข้าสู่สัตว์สายพันธุ์ท้องถิ่น
หากพบกรณีที่ต้องสงสัยสามารถรายงานไปที่สายด่วนโรคสัตว์ฉุกเฉิน (Emergency Animal Disease Hotline) ที่หมายเลข 1800 675 888
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรมและ ยูทูบ





