“การมาอยู่ออสเตรเลียสอนให้มุกรู้ว่า บางครั้งชีวิตก็ไม่ได้เป็นไปตามแผน 1 2 3 4 ที่เราวางไว้ และสุดท้ายแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นอาจกลายเป็นสิ่งที่เหมาะกับเราที่สุดก็ได้”
ชุติมณฑน์ สิงห์เขียว หรือหมอมุก เป็นแพทย์คนไทยที่เคยทำงานในประเทศไทย ก่อนย้ายมาเรียนต่อและเริ่มต้นเส้นทางใหม่ในฐานะแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไป หรือ GP (General Practitioner) ที่รัฐวิกตอเรีย ประเทศออสเตรเลีย

ประสบการณ์ของเธอไม่เพียงสะท้อนการเริ่มต้นใหม่ของแพทย์ต่างชาติในระบบสุขภาพอีกประเทศ แต่ยังเปิดมุมมองถึงความแตกต่างระหว่างระบบการรักษาในไทยกับออสเตรเลีย ตั้งแต่บทบาทของ GP การเข้าถึงแพทย์ ไปจนถึงแนวคิดการดูแลสุขภาพเชิงป้องกันด้วย
จากเส้นทางที่ไม่ได้วางไว้ตั้งแต่ต้น ชุติมณฑน์ค่อย ๆ พบว่าการทำงานในออสเตรเลียทำให้เธอได้ใช้ทั้งความรู้ด้านการรักษาและการป้องกันโรคร่วมกัน พร้อมทั้งมีโอกาสช่วยคนไทยในชุมชนที่ยังไม่คุ้นกับระบบสุขภาพที่นี่
จากหมอไทย สู่การเริ่มต้นใหม่ในออสเตรเลีย
ก่อนมาทำงานในออสเตรเลีย ชุติมณฑน์เคยทำงานด้านการป้องกันโรค การสอบสวนโรค และงานวิจัยในประเทศไทย โดยเฉพาะในช่วงโควิด-19 ซึ่งยิ่งทำให้เธอสนใจงานด้านสาธารณสุขมากขึ้น และตัดสินใจมาเรียนต่อที่มหาวิทยาลัยเมลเบิร์น

เดิมทีเธอไม่ได้วางแผนว่าจะกลับมาทำงานในสายคลินิก แต่ด้วยคำแนะนำจากคนรอบตัว ทำให้เธอสมัครเป็นแพทย์ทั่วไปหรือ General Practitioner ในออสเตรเลีย และเห็นว่าสิ่งนี้อาจเป็นจุดที่สามารถเชื่อมทั้งความรู้ด้านการแพทย์และการป้องกันโรคเข้าด้วยกันได้อย่างลงตัว
“ตอนนั้นมุกคิดเลยว่า เราจะเดินต่ออย่างไร เพราะนี่ไม่ใช่สิ่งที่วางแผนไว้ พอสอบผ่านแล้วก็ยิ่งเครียดว่า จากนี้ต้องทำอะไรต่อ เพราะก่อนหน้านั้นแทบไม่ได้หาข้อมูลเลยว่าการจะมาเป็นหมอที่นี่ต้องผ่านอะไรบ้าง”
ปัจจุบันชุติมณฑน์ทำงานที่คลินิกในเมืองทรารัลกอน รัฐวิกตอเรีย และมองบทบาทใหม่นี้ว่ามีความหมายทั้งในฐานะแพทย์และคนไทยในต่างแดน
GP ด่านแรกของระบบสุขภาพออสเตรเลีย
หนึ่งในความแตกต่างสำคัญระหว่างไทยกับออสเตรเลีย คือบทบาทของแพทย์เวชปฏิบัติทั่วไปในประเทศไทย ซึ่งคนไข้จำนวนมากคุ้นกับการเข้าพบแพทย์โดยไม่นัดหมายก่อน หรือเลือกพบแพทย์เฉพาะทางได้ค่อนข้างสะดวกกว่า แต่ในออสเตรเลีย GP ทำหน้าที่เป็นประตูด่านแรกของระบบสุขภาพ
นั่นหมายความว่า GP ไม่ได้เพียงตรวจอาการทั่วไป แต่ต้องประเมินอาการ สั่งตรวจเบื้องต้น ติดตามความเสี่ยง และพิจารณาว่าคนไข้ควรได้รับการส่งต่อไปพบแพทย์เฉพาะทางหรือไม่ ซึ่งบางกรณีก็ยังต้องรอการคัดกรองและจัดลำดับความเร่งด่วนอีกชั้นหนึ่ง
“ที่ออสเตรเลีย คนไข้ไม่สามารถไปพบแพทย์เฉพาะทางได้โดยตรง แต่ต้องเริ่มจาก GP ก่อน ซึ่ง GP จะเป็นคนตรวจ ประเมิน และดูว่าคนไข้เข้าเกณฑ์ที่จะส่งต่อไปหาแพทย์เฉพาะทางหรือไม่”
ในมุมของชุติมณฑน์ บทบาทนี้ทำให้ GP ต้องดูแลคนไข้ในภาพรวมมากพอที่จะช่วยป้องกันไม่ให้อาการลุกลามหรือเกิดภาวะแทรกซ้อน ระหว่างที่คนไข้รอการรักษาในระบบอื่น

อีกจุดที่แตกต่างชัดเจนคือภาระงานและเวลาที่ให้กับคนไข้ โดยระบบออสเตรเลียมีการจัดเวลาอย่างเป็นระบบมากกว่า เพื่อให้แพทย์สามารถอธิบายข้อมูล ทางเลือกการรักษา และดูแลคนไข้อย่างรอบด้าน
เมื่ออุปสรรคของคนไทย อาจไม่ใช่แค่ระบบ แต่คือภาษา
สำหรับคนไทยจำนวนไม่น้อยในออสเตรเลีย ความรู้สึกว่าการพบแพทย์เป็นเรื่องยาก อาจไม่ได้มาจากระบบนัดหมายเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากความกังวลเรื่องภาษาและการสื่อสารด้วย

ชุติมณฑน์เล่าว่า คนไทยบางคนไม่มั่นใจว่าจะอธิบายอาการได้ชัดเจนหรือไม่ บางคนกังวลว่าจะไม่เข้าใจเรื่องยา วิธีใช้ยา หรือคำแนะนำจากแพทย์ จึงหลีกเลี่ยงการพบแพทย์ไปก่อน แม้เริ่มมีปัญหาสุขภาพแล้วก็ตาม
“มุกเองก็ค่อนข้างเซอร์ไพรส์เหมือนกันว่า บางคนยอมนั่งรถสองถึงสามชั่วโมง หรือเดินทางไกลเพื่อมาหาแพทย์ไทย เพราะเขารู้สึกสบายใจขึ้น และกลัวว่าจะสื่อสารกับหมอไม่เข้าใจ”
เธอมองว่า การมีแพทย์ที่พูดภาษาไทยได้และเข้าใจบริบทวัฒนธรรมไทย ช่วยให้คนไข้รู้สึกสบายใจขึ้น กล้าพูดเรื่องสุขภาพมากขึ้น และลดช่องว่างที่อาจทำให้ปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ กลายเป็นภาวะแทรกซ้อนในระยะยาว
การรักษาเชิงป้องกัน และระบบสุขภาพที่เอื้ออำนวยในออสเตรเลีย
อีกประเด็นที่ชุติมณฑน์อยากให้คนไทยเข้าใจ คือระบบสุขภาพออสเตรเลียให้ความสำคัญกับการป้องกันโรคอย่างมาก
โดย ผู้ที่มีเมดิแคร์สามารถเข้าถึงการตรวจสุขภาพ การตรวจคัดกรองบางโรค และการวางแผนดูแลโรคเรื้อรังร่วมกับบุคลากรสหวิชาชีพ เช่น นักกายภาพบำบัด หรือนักโภชนาการ ซึ่งเป็นสิทธิ์ที่หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าตนเองสามารถใช้ได้
อยากให้คนไทยรู้ว่า สิ่งเหล่านี้เป็นสิทธิ์ของเรา อย่างการตรวจคัดกรองบางโรคก็สามารถทำได้ฟรี และยิ่งรู้เร็ว ก็ยิ่งป้องกันหรือรักษาได้เร็วขึ้นชุติมณฑน์แพทย์ GP คนไทยกล่าว
สำหรับชุติมณฑน์ การทำงานในออสเตรเลียจึงไม่ใช่แค่การรักษาคนไข้เมื่อป่วย แต่ยังหมายถึงการช่วยให้คนไข้เข้าใจระบบ เห็นความสำคัญของการตรวจคัดกรอง และเข้าถึงการดูแลสุขภาพได้ตั้งแต่ระยะแรก









