Thai Voice: สิทธิ เสรีภาพ และการเมือง: ภาพสะท้อนสิทธิมนุษยชนไทยปี 2026

_Human right watch  header  Sawasdee radio of ALC Header Cutout.jpg

การรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนโลกประจำปี 2026 (World Report 2026) ที่กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ 2569 Credit: Supplied/Human Rights Watch

คุยกับ สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศไทย ถึงทิศทางสิทธิมนุษยชนไทย หลังการเลือกตั้ง ท่ามกลางกระแสอำนาจนิยมในภูมิภาคและทั่วโลก


การรายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนโลกประจำปี 2026 (World Report 2026) ที่กรุงเทพฯ ปิดฉากลงเมื่อวันที่ 4 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีการสรุปภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนในประเทศต่าง ๆ ทั่วโลก

เรามาสำรวจว่าท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางการเมือง สังคม และสิ่งแวดล้อม ทิศทางของ “สิทธิมนุษยชน” ในประเทศไทยกำลังมุ่งไปทางใด

สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศไทย ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอสไทยว่า หากเปรียบเทียบกับเมื่อ 5 หรือ 10 ปีก่อน ภาพรวมสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทยยังคงมีลักษณะ “ย้อนแย้ง”

“รัฐบาลไทยให้คำมั่นในหลายเวทีระหว่างประเทศว่าจะส่งเสริมและเคารพสิทธิมนุษยชน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในทางปฏิบัติกลับสะท้อนแนวโน้มอีกด้านหนึ่ง”

เขาระบุว่า ลักษณะเช่นนี้เกิดขึ้นต่อเนื่อง ไม่ว่าจะเปลี่ยนผ่านรัฐบาลใด

epaselect THAILAND POLITICS PROTEST
ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลเดินขบวนมุ่งหน้าไปยังศาลอาญา ระหว่างการชุมนุมเรียกร้องให้ปล่อยตัวแกนนำที่ถูกคุมขัง และยกเลิกกฎหมายหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ (มาตรา 112) บริเวณหน้าศาลอาญา กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 6 มีนาคม 2564 Credit: EPA/DIEGO AZUBEL/AAP Image

มุมมองจากรัฐบาลไทย

รัฐบาลไทยระบุในรายงานแห่งชาติที่ยื่นต่อคณะมนตรีสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ ภายใต้กระบวนการ UPR ว่า ไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมและคุ้มครองสิทธิมนุษยชนในทุกมิติ โดยเน้นการบูรณาการหลักสิทธิมนุษยชนเข้ากับแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ตลอดจนแผนสิทธิมนุษยชนแห่งชาติฉบับต่าง ๆ

รายงานดังกล่าวยังชี้ว่า ไทยได้เข้าร่วมเป็นภาคีในอนุสัญญาระหว่างประเทศหลายฉบับ และให้ความร่วมมือกับกลไกพิเศษของสหประชาชาติ

รวมถึงเปิดรับการเยือนของผู้รายงานพิเศษในบางประเด็น ขณะเดียวกัน ไทยยังมีบทบาทในกรอบความร่วมมือระดับภูมิภาค ผ่านกลไกด้านสิทธิมนุษยชนของอาเซียน

ในประเด็นกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับความมั่นคง รัฐบาลยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมาย เช่น กฎหมายอาญา มาตรา 112 และกฎหมายความมั่นคงอื่น ๆ เป็นไปตามกระบวนการยุติธรรม

ด้าน กระทรวงการต่างประเทศของไทยยังได้ออกแถลงการณ์ตอบโต้ข้อกังวลจากองค์กรสิทธิมนุษยชนระหว่างประเทศ โดยชี้แจงว่า บริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทยแตกต่างจากบางประเทศ และการประเมินสถานการณ์ควรคำนึงถึงกรอบรัฐธรรมนูญและกฎหมายภายในประเทศด้วย

อย่างไรก็ตาม ประเด็นดังกล่าวกลับมาอยู่ในความสนใจของสาธารณะอีกครั้ง หลังคำพิพากษาศาลฎีกาเมื่อวันที่ 18 ก.พ. ที่ลงโทษจำคุกชายวัย 31 ปี เป็นเวลา 3 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา ในคดีตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112

ศาลวินิจฉัยว่าการแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการสวรรคตของรัชกาลที่ 8 เข้าข่ายหมิ่นอดีตพระมหากษัตริย์ ซึ่งยังอยู่ภายใต้การคุ้มครองตามกฎหมาย

ขณะที่รัฐบาลไทยยืนยันว่า การบังคับใช้กฎหมายเป็นไปตามกระบวนการยุติธรรมและหลักนิติรัฐ ซึ่งมีความจำเป็นต่อการรักษาความสงบเรียบร้อย ความมั่นคงของรัฐ และความปลอดภัยของประชาชน

ความแตกต่างของมุมมองนี้ยังคงเป็นประเด็นถกเถียง ทั้งในเวทีระหว่างประเทศและภายในประเทศ

Human right 1 Copy of 01 FB 4x5 HEADLINE WITH FRAME ALC.jpg
สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศไทย รายงานสถานการณ์สิทธิมนุษยชนไทย ในปี 2026 Credit: Supplied/Human Rights Watch

การเลือกตั้งกับประเด็นที่ถูกละเลย

ผลการเลือกตั้งล่าสุดเมื่อสองสัปดาห์ที่ผ่านมา ชี้ว่าพรรคภูมิใจไทยในขั้วอนุรักษนิยมได้คะแนนเสียงสูงสุด และมีแนวโน้มเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลใหม่ ท่ามกลางการดีลจัดตั้งรัฐบาลที่ยังไม่ลงตัว

อย่างไรก็ตาม สุนัยตั้งข้อสังเกตว่า ประเด็นสิทธิมนุษยชนไม่ได้ถูกหยิบยกเป็นวาระสำคัญของพรรคการเมืองใด ๆ ในการเลือกตั้งครั้งนี้

“ประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนไม่ได้เป็นสาระสำคัญของพรรคการเมือง ที่กำลังช่วงชิงคะแนนนิยมกันอยู่ เราเห็นข้อจำกัดทั้งในส่วนที่เป็นคำสั่งทางกฎหมาย เช่น คำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญที่ไม่ให้พูดถึงประเด็นเกี่ยวข้องกับสถาบันกษัตริย์ การพูดถึงประเด็นเกี่ยวกับ ม.112 ในการรณรงค์หาเสียงเลือกตั้ง”

เขายังกล่าวเพิ่มเติมว่า

ที่น่ากังวลคือการที่พรรคการเมืองต่างๆ เซนเซอร์ตัวเองเพราะกลัวว่าประเด็นเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชนจะ (กลาย) เป็นเรื่องอ่อนไหวทางการเมือง แล้วจะเสียคะแนนนิยม
สุนัย ผาสุก
epaselect THAILAND POLITICS PROTEST
ผู้ประท้วงต่อต้านรัฐบาลระหว่างการชุมนุมเรียกร้องการปฏิรูปสถาบันกษัตริย์ บริเวณหน้าสำนักงานใหญ่ธนาคารไทยพาณิชย์ ในกรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน 2563 Credit: EPA/DIEGO AZUBEL/AAP Image

“ปัญหาที่ไม่มีใครกล้าแตะ”

สุนัยมองว่าข้อจำกัดทั้งในเชิงโครงสร้างสังคมและกฎหมาย สะท้อนถึงขอบเขตสิทธิและเสรีภาพในการแสดงความคิดเห็นของประชาชน

เขาระบุว่า แม้ไทยจะมีการเลือกตั้งและรัฐบาลพลเรือนบริหารประเทศ แต่โครงสร้างทางกฎหมายบางประการที่ถูกวิจารณ์มาตั้งแต่หลังรัฐประหารปี 2557 ยังคงมีผลบังคับใช้ และถูกนำมาใช้ในบริบทการเมืองปัจจุบัน ขณะเดียวกัน คดีความที่เกี่ยวข้องกับการแสดงออกทางการเมืองยังคงเกิดขึ้นต่อเนื่อง

ปัจจุบันยังมีประชาชนจำนวนหนึ่งถูกดำเนินคดีจากการชุมนุมทางการเมืองในช่วงหลายปีที่ผ่านมา รวมถึงคดีที่เกี่ยวข้องกับมาตรการฉุกเฉินในช่วงโควิด-19 แม้มาตรการดังกล่าวถูกยกเลิกแล้ว แต่บางคดียังคงอยู่ในกระบวนการยุติธรรม

“ปัจจุบันมีคนเกือบจะ 2000 คน ที่ยังถูกดำเนินคดีเกี่ยวข้องกับมาตรการฉุกเฉินควบคุมโรคโควิด ทั้ง ๆ ที่มาตรการดังกล่าวถูกยกเลิกไปแล้ว ถ้าไม่มีกฎหมาย ก็ไม่ควรต้องดำเนินคดี แต่ว่า ไม่มีใครกล้าแตะ”

Sunial Phasuk.jpeg
สุนัย ผาสุข ที่ปรึกษาฮิวแมนไรท์วอทช์ประจำประเทศไทย Credit: Supplies/ Sunai Phasuk

กระแสอำนาจนิยมในภูมิภาค

สุนัยชี้ว่า หากมองในระดับภูมิภาค เอเชียตะวันออกเฉียงใต้กำลังเผชิญสิ่งที่หลายฝ่ายเรียกว่า “การถดถอยของประชาธิปไตย”

เป็นที่น่าเสียใจที่เอเชียตะวันออกเฉียงใต้อยู่ในภาวะถดถอย เพราะความเป็นอำนาจนิยมมาแรงขึ้นในหลายหลายประเทศ ที่เป็นเผด็จการอยู่แล้วก็เป็นเผด็จการเข้มข้นขึ้น สิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานถูกปิดกั้นมากขึ้น
สุนัย ผาสุก

เขายังกล่าวถึงกรณีผู้ลี้ภัยทางการเมือง โดยตั้งข้อสังเกตถึงสถานการณ์ที่คล้ายกับ “ตลาดแลกเปลี่ยน” ระหว่างรัฐที่มีแนวคิดคล้ายกัน

“มันเหมือนกับมีข้อตกลงบางอย่างที่ไทยแลกเปลี่ยนกับรัฐบาลเผด็จการต่างชาติในการช่วยไล่ล่า ติดตาม คนที่รัฐเหล่านั้นต้องการตัว ขณะเดียวกันไทยก็ได้รับความช่วยเหลือให้ไปไล่ล่า ติดตามคนที่เป็นปรปักษ์กับรัฐบาลไทยที่ลี้ภัยในต่างประเทศด้วย”

สถานการณ์ความขัดแย้งชายแดนระหว่าง ไทย-กัมพูชา ก็เป็นอีกสถานการณ์หนึ่งที่องค์กรสิทธิมนุษยชนมีความกังวล

เนื่องจากพลเรือนตกเป็นเป้าหมายของการโจมตี และได้รับผลกระทบทั้งชีวิตและทรัพย์สินหลายแสนคนโดยไร้ความรับผิดชอบจากรัฐบาลของสองประเทศอย่างเป็นรูปธรรม สุนัยชี้ว่า

“ทั้งสองฝ่ายกล่าวหากันแต่ไม่มีการตรวจสอบที่เป็นกลางและโปร่งใส ทำให้ขาดความรับผิดชอบและการเยียวยา นอกจากนี้ยังมีการใช้ทุ่นระเบิดสังหารบุคคล ซึ่งผิดอนุสัญญาออตตาวา แต่ทั้งสองประเทศยังคงละเมิดและไม่มีการตรวจสอบจากนานาชาติที่มีผลในทางปฏิบัติ”

สิทธิชุมชน และสิ่งแวดล้อม

สุนัยชี้ว่า การจำกัดเสรีภาพทางการเมืองส่งผลเชื่อมโยงไปถึงสิทธิมนุษยชนในมิติอื่น ๆ รวมถึงสิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม

โครงการพัฒนาและการลงทุนขนาดใหญ่ในภูมิภาคลุ่มน้ำโขง เช่น การทำเหมืองแร่หายาก

ที่ส่งผลกระทบข้ามพรมแดน หลังตรวจพบสารหนูปริมาณสูงอันตรายในแม่น้ำสายสำคัญในภูมิภาคหลายสาย

โดยนักสิ่งแวดล้อมเตือนว่า สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบอาจไปทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในขณะที่กลไกระดับภูมิภาคยังมีข้อจำกัดในการตรวจสอบและความรับผิดชอบ

“พื้นที่ของการเรียกร้องสิทธิในการปกป้องสิ่งแวดล้อมหรือสิทธิชุมชน ไม่ได้รับการตอบสนองอย่างปลอดภัย กลายเป็นว่าถ้าเรียกร้องถูกฟ้องกลับหรือถูกขู่ฆ่าก็มี”

ยังมีความหวังหรือไม่?

แม้จะมีข้อกังวลหลายด้าน สุนัยกล่าวว่ายังมีความหวัง หากเกิดเจตจำนงทางการเมืองที่ชัดเจน

“ยังคงมีความหวังอยู่บ้าง อาจจะเป็นก้าวเล็ก ๆ แต่ต้องอาศัยเจตจำนงความมุ่งมั่นในทางการเมืองของทุกภาคส่วน ให้เห็นว่ามีปัญหาอยู่จริงในเรื่องของการปิดกั้นสิทธิเสรีภาพ แล้วก็คลี่คลายโดยการนิรโทษกรรมให้ผู้ที่ถูกดำเนินคดีในปัจจุบัน เพื่อแสดงให้เห็นว่าสังคมไทยกำลังจะหาทางออกร่วมกัน”

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ เฟซบุ๊ก และ Instagram


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now