ตะวันออกกลางตึงเครียด ผู้เชี่ยวชาญเตือนอาจกระทบราคาน้ำมันและเศรษฐกิจออสเตรเลีย

BS cover-Interview-Petrol and logistic .jpg

ดร.วันนิวัต ปันสุวงค์ จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด และจารุวดี วัฒนารมย์ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกในออสเตรเลีย วิเคราะห์ผลกระทบจากความผันผวนของราคาน้ำมันโลก Credit: 200mm/Getty Images, Supplied

ความตึงเครียดในตะวันออกกลางทำให้หลายฝ่ายจับตาความเสี่ยงต่อเส้นทางขนส่งน้ำมันของโลก ขณะที่ออสเตรเลียมีน้ำมันสำรองในประเทศเพียงประมาณหนึ่งเดือน หากการนำเข้าหยุดชะงัก เอสบีเอส ไทยสอบถามนักเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัยแอดิเลด และผู้ประกอบการในออสเตรเลียถึงผลกระทบที่อาจเกิดขึ้นต่อเศรษฐกิจและค่าครองชีพ


สถานการณ์ความตึงเครียดในตะวันออกกลางปะทุขึ้นตั้งแต่วันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา หลังสหรัฐฯ และอิสราเอลเปิดปฏิบัติการโจมตีทางอากาศต่ออิหร่าน ก่อนที่อิหร่านจะตอบโต้ด้วยการยิงขีปนาวุธและโดรน ส่งผลให้ความขัดแย้งลุกลามในภูมิภาค และสร้างความกังวลต่อความมั่นคงด้านพลังงานของโลก

สถานการณ์ดังกล่าวทำให้ราคาน้ำมันในตลาดโลกปรับตัวสูงขึ้น โดยนักวิเคราะห์พลังงานระบุว่าความไม่แน่นอนด้านภูมิรัฐศาสตร์อาจทำให้ราคาน้ำมันผันผวนต่อเนื่อง หากการขนส่งผ่านเส้นทางสำคัญของโลกได้รับผลกระทบ

Iran US Israel
กลุ่มควันพวยพุ่งขึ้นเหนือกรุงเตหะราน ประเทศอิหร่าน หลังเกิดการโจมตี เมื่อวันจันทร์ที่ 2 มีนาคม 2026 Source: AP / Mohsen Ganji/AP

นักเศรษฐศาสตร์ชี้ว่า หากความขัดแย้งยืดเยื้อ ผลกระทบอาจไม่ได้จำกัดอยู่เพียงตลาดพลังงาน แต่ยังอาจลุกลามไปสู่ต้นทุนธุรกิจ เงินเฟ้อ และค่าครองชีพของประชาชนในหลายประเทศ รวมถึงออสเตรเลีย ซึ่งยังต้องพึ่งพาการนำเข้าน้ำมันจากต่างประเทศเป็นหลัก

เส้นทางน้ำมันโลกที่ถูกจับตา

หนึ่งในจุดที่ตลาดพลังงานกำลังติดตามอย่างใกล้ชิดคือสถานการณ์ในช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีการลำเลียงน้ำมันประมาณหนึ่งในห้าของปริมาณน้ำมันที่ซื้อขายในตลาดโลก

หากความขัดแย้งในภูมิภาคส่งผลให้การเดินเรือผ่านเส้นทางนี้ถูกจำกัด ไม่ว่าจะจากความเสี่ยงด้านความปลอดภัยหรือการปิดเส้นทางเดินเรือ ก็อาจทำให้ปริมาณน้ำมันในตลาดโลกลดลงและดันราคาพลังงานให้สูงขึ้น

Photo-Wanniwat 02.jfif
ดร. วันนิวัต ปันสุวงค์ อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแอดิเลด Credit: Dr. Wanniwat Pansuwong

ดร.วันนิวัต ปันสุวงค์ อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแอดิเลดกล่าวว่า เส้นทางดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อระบบพลังงานโลก

ช่องแคบฮอร์มุซเป็นบริเวณที่มีการส่งผ่านน้ำมันประมาณ 20% ของปริมาณน้ำมันโลก เพราะฉะนั้นถ้าการเดินเรือถูกจำกัด ก็มีนัยสำคัญต่อราคาน้ำมันแน่นอน
ดร.วันนิวัตกล่าว

ออสเตรเลียยังพึ่งพาการนำเข้าน้ำมัน

แม้ออสเตรเลียจะเป็นประเทศผู้ผลิตพลังงานรายใหญ่ แต่ในด้านน้ำมันเชื้อเพลิงสำหรับการใช้งานภายในประเทศยังต้องพึ่งพาการนำเข้าจากตลาดต่างประเทศ

ดร.วันนิวัตระบุว่า ออสเตรเลียไม่ได้ซื้อขายน้ำมันกับประเทศผู้ผลิตโดยตรง แต่ผ่านศูนย์กลางการค้าพลังงานในภูมิภาค เช่น สิงคโปร์ ทำให้ราคาน้ำมันภายในประเทศยังคงผูกกับราคาตลาดโลก

“ออสเตรเลียไม่ได้ซื้อขายน้ำมันกับกลุ่มโอเปกโดยตรง แต่ซื้อผ่านประเทศคนกลาง เช่น สิงคโปร์ เพราะฉะนั้นแม้เราไม่ได้ดีลกับโอเปกโดยตรง แต่เราก็ยังได้รับผลกระทบจากราคาน้ำมันโลกอยู่ดี”

ปัจจุบันออสเตรเลียมีน้ำมันสำรองในประเทศเพียงพอสำหรับการใช้งานประมาณหนึ่งเดือน หากการนำเข้าหยุดชะงักเป็นเวลานาน ก็อาจสร้างแรงกดดันต่อระบบพลังงานของประเทศ

ธุรกิจโลจิสติกส์เริ่มจับตาต้นทุนเพิ่ม

ผู้ประกอบการด้านการนำเข้า–ส่งออกในออสเตรเลียเริ่มจับตาผลกระทบจากราคาพลังงานที่เพิ่มขึ้น เนื่องจากต้นทุนด้านโลจิสติกส์มีความเชื่อมโยงโดยตรงกับราคาน้ำมัน

เมื่อราคาพลังงานเพิ่มขึ้น ต้นทุนการขนส่งสินค้าและค่าระวางเรือก็มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นตาม ซึ่งอาจส่งผลต่อราคาสินค้าในห่วงโซ่อุปทาน

จารุวดี วัฒนารมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจโลจิสติกส์ในออสเตรเลียระบุว่า ต้นทุนด้านการขนส่งมีแนวโน้มได้รับผลกระทบเป็นลูกโซ่

“ธุรกิจโลจิสติกส์เป็นส่วนหนึ่งของซัพพลายเชนทั้งหมด เมื่อราคาน้ำมันหรือค่าระวางเพิ่มขึ้น ทุกอย่างก็จะกระทบกันเป็นลูกโซ่”

Photo-Jaruvadee (1).jfif
จารุวดี วัฒนารมย์ ผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้า-ส่งออกในออสเตรเลีย Credit: Jaruvadee Vattanarom

เธอกล่าวว่า ในอุตสาหกรรมขนส่งระหว่างประเทศเริ่มมีการพูดถึงการปรับค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมจากสถานการณ์ความขัดแย้ง

ตอนนี้ในวงการขนส่งเริ่มมีการคุยกันแล้วว่าลูกค้าอาจต้องเจอ war surcharge หรือค่าธรรมเนียมพิเศษจากสงคราม ซึ่งจะทำให้ต้นทุนขนส่งเพิ่มขึ้น
จารุวดีกล่าว

ราคาพลังงานอาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ

ราคาพลังงานถือเป็นหนึ่งในต้นทุนสำคัญของระบบเศรษฐกิจ เมื่อราคาน้ำมันปรับตัวสูงขึ้น ต้นทุนการขนส่ง การผลิต และราคาสินค้าก็มีแนวโน้มเพิ่มขึ้นตาม

นักเศรษฐศาสตร์ระบุว่า หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อ อัตราเงินเฟ้อในออสเตรเลีย ซึ่งส่งผลต่อค่าครองชีพของประชาชนและการใช้จ่ายของครัวเรือน

“เมื่อราคาน้ำมันสูงขึ้น ต้นทุนสินค้าและบริการก็จะเพิ่มขึ้น และสุดท้ายผู้บริโภคก็ต้องจ่ายแพงขึ้น” ดร.วันนิวัตกล่าว

จับตา RBA และงบประมาณรัฐบาล

สถานการณ์ราคาพลังงานที่ผันผวนทำให้นักวิเคราะห์เศรษฐกิจจับตาการตัดสินใจของ ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia) อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อยังคงเป็นประเด็นสำคัญของเศรษฐกิจ

หากราคาพลังงานปรับตัวสูงขึ้นต่อเนื่อง อาจเพิ่มแรงกดดันต่อเงินเฟ้อ และอาจส่งผลต่อการตัดสินใจของธนาคารกลางว่าจะปรับอัตราดอกเบี้ยเพิ่มเติมหรือไม่

ขณะเดียวกัน รัฐบาลออสเตรเลียเตรียมประกาศงบประมาณรัฐบาลกลางครั้งถัดไปในเดือนพฤษภาคม ซึ่งอาจมีมาตรการช่วยเหลือด้านค่าครองชีพหรือพลังงานเพิ่มเติม หากราคาพลังงานยังคงผันผวนในตลาดโลก

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ | เฟซบุ๊ก | อินสตาแกรม

 


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now