ตั้งแต่รถยนต์ อาหาร ไปจนถึงสินค้าสุขภาพและความงาม กว่า 20 ปีของ TAFTA หรือข้อตกลงการค้าเสรีไทย-ออสเตรเลีย ซึ่งช่วยให้สินค้าไทยมีบทบาทมากขึ้นในตลาดออสเตรเลีย โดยภรภัทร พันธ์งอก จากสำนักงานส่งเสริมการค้าไทย ณ นครซิดนีย์ชี้ว่า ผู้ประกอบการยังต้องแข่งขันด้วยคุณภาพ มาตรฐาน และความเข้าใจกฎระเบียบของออสเตรเลีย
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
ตลอดกว่า 20 ปีที่ผ่านมา ข้อตกลงการค้าเสรีไทย–ออสเตรเลีย หรือ TAFTA ไม่ได้มีแค่การลดภาษี แต่ยังช่วยเชื่อมโยงสินค้า บริการ และการลงทุนของสองประเทศให้ใกล้ชิดกันมากขึ้น
ผู้บริโภคในออสเตรเลียอาจเห็นผลของความสัมพันธ์นี้ผ่านสินค้าไทยในชีวิตประจำวัน ตั้งแต่รถยนต์ เครื่องปรับอากาศ ข้าว ซอส อาหารทะเลกระป๋อง อาหารพร้อมรับประทาน อาหารสัตว์เลี้ยง ไปจนถึงสินค้าสุขภาพและความงาม

ภรภัทร พันธ์งอก ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าไทย ณ นครซิดนีย์ กล่าวว่า แม้ TAFTA จะเปิดโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงตลาดออสเตรเลียมากขึ้น แต่การเติบโตระยะยาวยังขึ้นอยู่กับคุณภาพ มาตรฐาน และความสามารถในการแข่งขันของผู้ประกอบการไทย
สินค้าไทยกลุ่มใดมีศักยภาพในออสเตรเลีย
สินค้าอุตสาหกรรมยังเป็นกลุ่มส่งออกหลักของไทยในออสเตรเลีย โดยเฉพาะรถยนต์ รถกระบะ ชิ้นส่วนยานยนต์ เครื่องปรับอากาศ เครื่องใช้ไฟฟ้า คอมพิวเตอร์ เม็ดพลาสติก และบรรจุภัณฑ์
ไทยมีจุดแข็งจากการเป็นฐานการผลิตสำคัญของภูมิภาค และสามารถผลิตสินค้าให้ได้มาตรฐานสากล ทั้งภายใต้แบรนด์ไทยและแบรนด์ต่างประเทศ

สินค้าอาหารก็ยังมีโอกาสเติบโต ทั้งข้าว อาหารทะเลกระป๋อง ซอส เครื่องปรุง อาหารพร้อมรับประทาน และอาหารสัตว์เลี้ยง ซึ่งเข้าถึงผู้บริโภคได้ผ่านร้านเอเชีย ร้านอาหารไทย และซูเปอร์มาร์เก็ตกระแสหลัก
อัญมณี เครื่องประดับ รวมถึงสินค้าสุขภาพและความงามที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นอีกกลุ่มที่น่าจับตาในตลาดออสเตรเลีย
“ไทยผลิตสินค้าอุตสาหกรรมที่มีคุณภาพและได้มาตรฐานสากล จึงดึงดูดการลงทุนจากต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง”
เหตุใดสินค้าไทยจึงแข่งขันได้
สิทธิประโยชน์ภายใต้ TAFTA ช่วยลดอุปสรรคทางการค้า แต่ความสามารถในการแข่งขันของสินค้าไทยไม่ได้ขึ้นอยู่กับภาษีเพียงอย่างเดียว
ไทยมีความพร้อมทั้งด้านการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และอาหารแปรรูป รวมถึงแรงงานที่มีทักษะและประสบการณ์ในการผลิตสินค้าสำหรับตลาดต่างประเทศ
ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยและออสเตรเลียยังไม่ได้จำกัดอยู่แค่การส่งออกสินค้า แต่รวมถึงการลงทุนและความร่วมมือระหว่างภาคธุรกิจของทั้งสองประเทศด้วย
ไทยเป็นฐานการผลิตสินค้าอุตสาหกรรม เกษตร และอาหารแปรรูปที่มีศักยภาพ สินค้าของเราได้มาตรฐานระดับโลกและเป็นที่ยอมรับในระดับสากลภรภัทรกล่าว

อยากเข้าตลาดออสเตรเลีย ต้องเตรียมอะไรบ้าง
ผู้ประกอบการไทยที่ต้องการขยายตลาดมายังออสเตรเลีย ต้องเข้าใจทั้งความต้องการของผู้บริโภค สภาพการแข่งขัน และกฎระเบียบเฉพาะของตลาด
การพัฒนาแบรนด์ ออกแบบบรรจุภัณฑ์ และสร้างจุดขายที่แตกต่าง เป็นส่วนสำคัญในการเพิ่มมูลค่าให้สินค้าและทำให้แข่งขันได้มากขึ้น
ผู้ประกอบการควรศึกษาสิทธิประโยชน์ภายใต้ TAFTA เงื่อนไขด้านแหล่งกำเนิดสินค้า เอกสารการส่งออก และความน่าเชื่อถือของผู้นำเข้าหรือคู่ค้า

สำหรับสินค้าเกษตร อาหาร ประมง และปศุสัตว์ ต้องให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับข้อกำหนดด้านความปลอดภัยอาหาร การปิดฉลาก สารตกค้าง และ biosecurity ของออสเตรเลีย
“ผู้ประกอบการต้องศึกษาแนวโน้มความต้องการสินค้า พฤติกรรมผู้บริโภค และสภาพการแข่งขันในตลาด รวมถึงรู้จุดแข็งและจุดขายของสินค้าหรือบริการของตนเอง”
จากการค้าสู่การลงทุนและนวัตกรรมร่วมกัน
ในอนาคต ความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจไทย–ออสเตรเลียอาจต่อยอดไปไกลกว่าการซื้อขายสินค้า สู่การลงทุน การวิจัย การพัฒนาเทคโนโลยี และการเชื่อมโยงห่วงโซ่อุปทานร่วมกัน
ออสเตรเลียมีจุดแข็งด้านทรัพยากรธรรมชาติ วัตถุดิบ พลังงาน และเทคโนโลยีการเกษตร ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการผลิตและการแปรรูปสินค้าเกษตร อาหาร และสินค้าอุตสาหกรรม
ความร่วมมือในอนาคตอาจครอบคลุมการเกษตรยั่งยืน นวัตกรรมอาหาร เทคโนโลยีการเกษตร และธุรกิจใหม่ เช่น ฟินเทค เอ็ดเทค และเมดเทค
“ออสเตรเลียเป็นแหล่งวัตถุดิบสำคัญต่ออุตสาหกรรมการผลิตของไทย ขณะที่ไทยมีศักยภาพด้านการแปรรูปและการผลิตสินค้าสำเร็จรูป เราจึงสามารถเป็นส่วนหนึ่งของห่วงโซ่อุปทานของกันและกันได้”
TAFTA จึงไม่ใช่เพียงข้อตกลงลดภาษี แต่เป็นประตูที่เชื่อมสินค้า ธุรกิจ การลงทุน และโอกาสใหม่ระหว่างไทยกับออสเตรเลีย
สำหรับผู้ประกอบการไทย โอกาสจาก FTA จะเกิดผลได้เต็มที่เมื่อมาพร้อมคุณภาพ มาตรฐาน การสร้างแบรนด์ และความเข้าใจตลาดออสเตรเลียอย่างรอบด้าน
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ





