Watch FIFA World Cup 2026™

LIVE, FREE and EXCLUSIVE

The Big Brief: ราคาบ้านออสเตรเลียเริ่มชะลอตัว ผู้ซื้อบ้านหลังแรกมีลุ้น นักลงทุนเจอแรงกดดัน

Housing downturn Copy of The Big Brief HEADER .jpg

สำหรับผู้ซื้อบางราย ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถซื้อบ้านที่เคยคิดว่าไกลเกินเอื้อมได้


Published

By Alexandra Koster

Presented by Chayada Powell

Source: SBS



Share this with family and friends


สำหรับผู้ซื้อบางราย ภาวะตลาดอสังหาริมทรัพย์ที่ชะลอตัวลงอาจเปิดโอกาสให้พวกเขาสามารถซื้อบ้านที่เคยคิดว่าไกลเกินเอื้อมได้


ฟังพอดคาสต์ในเรื่องอื่นๆ ของเราได้ที่นี่

เมื่อเมห์ดีเดินทางมาออสเตรเลียในฐานะผู้ลี้ภัย เขาไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้มีบ้านเป็นของตัวเอง

ชายชาวอิหร่านวัย 43 ปีรายนี้ เช่าอพาร์ตเมนต์ในเมลเบิร์นมาหลายปี แต่สำหรับผู้ที่สูญเสียขาข้างหนึ่งอย่างเขา ที่พักดังกล่าวทำให้การใช้ชีวิตประจำวันยากลำบากกว่าคนทั่วไปมาก

"มันไม่สะดวกเลยเพราะต้องขึ้นลงบันได บางครั้งมันลำบากมาก" เขาบอกกับ เอสบีเอส นิวส์

"เมื่อสองสามปีก่อน ตอนที่ผมเข้ารับการผ่าตัด ผมเกือบเสียหัวเข่าไป ผมอยากซื้อของเข้าบ้าน แต่มันยากมากเวลาต้องใช้ขาเทียมและเดินขึ้นลงบันได"

"ผมอยากได้บ้านชั้นเดียว"

หลังใช้เวลาดูบ้านประมาณหนึ่งปี สัปดาห์นี้เมห์ดีได้รับการตอบรับข้อเสนอซื้อบ้านสามห้องนอนในพื้นที่รอบนอกทางตอนเหนือของนครเมลเบิร์น ซึ่งเขาระบุว่าเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้เพราะตลาดที่อยู่อาศัยเริ่มชะลอตัวลง

"ในช่วงสามเดือนที่ผ่านมา สถานการณ์เปลี่ยนไป ผมรู้สึกว่าตัวเองมีโอกาส แต่ต้องรีบตัดสินใจให้เร็วที่สุด" เขากล่าว

 "ตอนนี้มีตัวเลือกมากขึ้นเพราะภาวะตลาด คนที่ซื้ออสังหาริมทรัพย์ลดลงไปบ้างเพราะอัตราดอกเบี้ย"

คาดตลาดอสังหาฯ ชะลอตัว

การคาดการณ์ล่าสุดจากโดเมน (Domain) ระบุว่า ราคาบ้านในนครซิดนีย์อาจปรับลดลงสูงสุดร้อยละ 7 และในช่วง 12 เดือนข้างหน้า นครเมลเบิร์นอาจลดลงสูงสุดร้อยละ 8 จากแรงกดดันของอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับสูง มาตรการปฏิรูปภาษีในงบประมาณรัฐบาลกลาง และความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลก

ขณะที่กรุงแคนเบอร์ราก็มีแนวโน้มที่ตลาดจะชะลอตัวลงเช่นกัน ส่วนราคาบ้านในบริสเบน แอดิเลด และเพิร์ธ คาดว่าจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้น โดยมีปัจจัยหนุนจากอุปทานที่อยู่อาศัยตึงตัว และความต้องการซื้อที่ยังคงสูงกว่าหัวเมืองใหญ่ทางตอนใต้ของประเทศ

Table 1.jpg

นิโคลา พาวเวลล์ หัวหน้านักเศรษฐศาสตร์ด้านที่อยู่อาศัยของ Domain กล่าวว่า ความแตกต่างของแนวโน้มราคาบ้านในแต่ละเมืองมีสาเหตุหลักมาจากความอ่อนไหวต่อการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ย

เธออธิบายว่า เมืองอย่างซิดนีย์ เมลเบิร์น และแคนเบอร์ราได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงของอัตราดอกเบี้ยมากกว่า เนื่องจากผู้ซื้อบ้านในเมืองเหล่านี้มักกู้ยืมเงินในวงเงินที่สูงกว่า ขณะเดียวกันก็สามารถเพิ่มอุปทานที่อยู่อาศัยได้มากกว่าเมืองอื่น

ในทางกลับกัน บริสเบน แอดิเลด และเพิร์ธ ยังคงเผชิญภาวะอุปทานที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอต่อความต้องการ ส่งผลให้ราคาบ้านยังมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้น แม้อัตราการเติบโตจะชะลอลงก็ตาม

ขณะที่รายงาน Pain and Gain ประจำเดือนมิถุนายนของโคทาลิตี (Cotality) ซึ่งให้ข้อมูลและวิเคราะห์ตลาดอสังหาริมทรัพย์ ระบุว่า ราคาที่อยู่อาศัยทั่วประเทศในเดือนพฤษภาคมแทบไม่เปลี่ยนแปลง โดยตลาดในซิดนีย์และเมลเบิร์นเริ่มปรับตัวลดลงแล้ว

อย่างไรก็ตาม แม้ตลาดจะชะลอตัว แต่การขายต่อที่อยู่อาศัยในช่วงไตรมาสแรกของปีถึงร้อยละ 96 และยังคงทำกำไรได้ในเชิงมูลค่า (nominal profit) ซึ่งนับเป็นสัดส่วนสูงที่สุดนับตั้งแต่ปี 2005 โดยได้รับแรงหนุนจากการปรับตัวขึ้นของราคาบ้านในช่วงหลายปีที่ผ่านมา

Table 2.jpg

จากการที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายแล้ว 3 ครั้งในช่วงครึ่งแรกของปี 2026 ส่งผลให้อัตราดอกเบี้ยเงินสด (cash rate) อยู่ที่ร้อยละ 4.35 เท่ากับเป็นการลบล้างการปรับลดดอกเบี้ยทั้ง 3 ครั้งที่เกิดขึ้นในปี 2025 และเป็นการเพิ่มแรงกดดันต่อตลาดที่อยู่อาศัย

คาเมรอน คูเชอร์ นักเศรษฐศาสตร์ด้านอสังหาริมทรัพย์อิสระ กล่าวว่า สัญญาณการชะลอตัวของตลาดปรากฏให้เห็นในข้อมูลรายเดือนแล้ว แม้ก่อนที่ Domain จะเผยแพร่รายงานฉบับล่าสุด และเชื่อว่าสถานการณ์อาจชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ไว้

"ข้อมูลรายเดือนแสดงให้เห็นว่าราคาบ้านในซิดนีย์และเมลเบิร์นปรับตัวลดลงมาตลอดทั้งปี ขณะที่เมืองหลวงอื่น ๆ แม้ราคายังเพิ่มขึ้น แต่อัตราการเติบโตก็เริ่มชะลอลง" เขากล่าวกับเอสบีเอส นิวส์

คูเชอร์ยังมองว่า เมืองหลวงบางแห่งที่ Domain คาดว่าราคาบ้านจะยังปรับตัวสูงขึ้น อาจเผชิญกับการลดลงของราคาในช่วง 12 เดือนข้างหน้าเช่นกัน

ผู้ได้ประโยชน์และผู้ได้รับผลกระทบ

ผู้ซื้อบ้านหลังแรกกำลังกลายเป็นกลุ่มที่ได้รับประโยชน์จากการชะลอตัวของตลาด โดยคูเชอร์ระบุว่า การแข่งขันจากนักลงทุนลดลง หลังรัฐบาลกลางปรับเปลี่ยนนโยบายรายจ่ายของอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนเกินกว่าผลตอบแทนที่ได้รับ (negative gearing) และส่วนลดภาษีกำไรจากการขายสินทรัพย์ (capital gains tax discount)

เขาอธิบายว่า นักลงทุนและผู้ซื้อบ้านหลังแรกมักแข่งขันซื้ออสังหาริมทรัพย์ประเภทเดียวกัน ดังนั้นเมื่อจำนวนนักลงทุนลดลง ผู้ซื้อบ้านหลังแรกจึงมีโอกาสเข้าสู่ตลาดได้ง่ายขึ้น

"หากคุณอยู่ในสถานะที่พร้อมซื้อบ้านหลังแรก ตอนนี้ถือว่าเป็นช่วงเวลาที่ซื้อได้ง่ายกว่าที่ผ่านมา" เขากล่าว

คาเมรอน คูเชอร์ ระบุว่า ตลาดอพาร์ตเมนต์ในย่านใจกลางเมืองกำลังเป็นโอกาสที่น่าจับตามอง โดยคาดว่าจะมีอสังหาริมทรัพย์เข้าสู่ตลาดมากขึ้น เมื่อความสนใจจากนักลงทุนเริ่มลดลง อย่างไรก็ตาม เขาเตือนผู้ซื้อว่าไม่ควรรีบตัดสินใจ

"หากคุณซื้อบ้านตอนนี้ มูลค่าของอสังหาริมทรัพย์อาจปรับลดลงในช่วงระยะเวลาหนึ่ง" เขากล่าว

เขาแนะนำว่า ไม่ควรพยายามรอจังหวะซื้อในช่วงที่ราคาต่ำที่สุดของตลาด เพราะเป็นเรื่องที่ทำได้ยากมาก แต่หากพบอสังหาริมทรัพย์ที่เหมาะสมในราคาที่เหมาะสม ก็ถือเป็นช่วงเวลาที่สามารถต่อรองราคาได้ดี

ด้านเมแกน ลิว นักวิเคราะห์จาก REA Group กล่าวว่า แม้กิจกรรมการค้นหาบ้านของผู้ซื้อจะชะลอลงจากระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในปีที่ผ่านมา แต่ยังคงสูงกว่าค่าเฉลี่ยในช่วงปี 2024–2025 สะท้อนว่าความต้องการซื้อยังคงมีอยู่ แม้ตลาดจะชะลอตัว

เธอกล่าวว่า ขณะนี้ยังมีช่องว่างระหว่างความคาดหวังด้านราคาของผู้ซื้อและผู้ขาย ซึ่งอาจทำให้ผู้ซื้อมีอำนาจต่อรองมากขึ้น เมื่อภาวะตลาดเริ่มกลับเข้าสู่สมดุล และผู้ขายทยอยปรับความคาดหวังด้านราคาให้สอดคล้องกับสภาพตลาดมากขึ้น

สำหรับผู้ที่อาจได้รับผลกระทบมากที่สุด คาเมรอน คูเชอร์ มองว่าเป็นกลุ่มนักลงทุนและผู้ที่มีภาระหนี้สินสูง

"ผู้ที่เสียประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มนักลงทุน เพราะมีการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ในมาตรการภาษี" เขากล่าว

เขาเสริมว่า ผู้ที่มีหนี้สินจำนวนมากก็ได้รับผลกระทบเช่นกัน เนื่องจากต้องเผชิญทั้งอัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้นและมูลค่าทรัพย์สินที่ลดลง

"ผมคิดว่าผู้ที่ได้รับประโยชน์มากที่สุดคือกลุ่มผู้ซื้อบ้านหลังแรก"

รัฐบาลโต้คาดการณ์ไม่ตรงกับข้อมูลของกระทรวงการคลัง

ขณะเดียวกัน รายงานคาดการณ์ของ Domain ได้รับเสียงตอบโต้จากรัฐบาล โดยรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เจสัน แคลร์ ไม่เห็นด้วยกับการประเมินที่ว่าราคาบ้านเฉลี่ยในนครซิดนีย์อาจลดลงสูงสุดถึง 122,000 ดอลลาร์ออสเตรเลีย พร้อมระบุว่า ตัวเลขดังกล่าวไม่สอดคล้องกับการคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง

"นั่นไม่ใช่ตัวเลขคาดการณ์ของกระทรวงการคลัง ผมมองรายงานนี้ด้วยความระมัดระวังพอสมควร" เขากล่าวกับ สำนักข่าวเอบีซี (ABC News) เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

แคลร์กล่าวว่า คำแนะนำจากกระทรวงการคลังคือ ราคาที่อยู่อาศัยจะยังคงปรับตัวเพิ่มขึ้นต่อไป แต่จะเป็นการเติบโตในระดับที่ยั่งยืนมากกว่าเดิม

ด้านเดวิด ลิตเทิลพราวด์ อดีตหัวหน้าพรรคเนชันแนลส์ กล่าวหารัฐบาลแรงงานว่าใช้นโยบายหนักมือจนกระทบตลาดที่อยู่อาศัย

เขากล่าวว่า ผู้ที่กำลังจะขายบ้านต้องสูญเสียมูลค่าทรัพย์สิน พร้อมเสนอว่า หากรัฐบาลต้องการทำให้ที่อยู่อาศัยมีราคาที่ประชาชนเข้าถึงได้ ควรลดการใช้จ่ายภาครัฐเพื่อลดแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ย และเพิ่มค่าจ้างที่แท้จริงของประชาชน ซึ่งเขามองว่ายังไม่เกิดขึ้นภายใต้รัฐบาลของนายกรัฐมนตรีแอนโทนี อัลบานีซี

'อย่างน้อยตอนนี้ผมก็มีบ้าน'

สำหรับเมห์ดี การถกเถียงทางการเมืองเหล่านี้ดูห่างไกลจากความเป็นจริงที่เขากำลังเผชิญ เมื่อเดินทางมาถึงออสเตรเลีย การมีบ้านเป็นของตัวเองไม่ใช่สิ่งที่เขาเคยนึกฝัน

"ตอนที่ผมย้ายมาใหม่ ๆ ผมป่วยมาก เดินได้ไม่ถึง 500 เมตรก็ล้มหรือเจ็บแล้ว" เขาเล่า

"ผมใช้เวลานานกว่าจะฟื้นตัวทางร่างกาย กลับมาเคลื่อนไหว ออกกำลังกาย และหางานทำได้ มันเป็นการเดินทางที่ยาวนานมาก"

ขณะนี้เมห์ดีได้วางเงินมัดจำและลงนามในสัญญาซื้อบ้านเรียบร้อยแล้ว แต่เขายอมรับว่าการตัดสินใจครั้งนี้มาพร้อมกับความกังวลและความเสี่ยง

"คุณตัดสินใจด้วยความกลัว เพราะมันเป็นภาระผูกพันระยะยาว ต้องใช้เวลาหลายปีกว่าจะผ่อนหมด แต่เมื่อถึงสถานการณ์แบบนี้ คุณก็ต้องยอมรับมัน"

เขาหวังว่าในอนาคตสถานการณ์จะดีขึ้น เพื่อให้สามารถนำเงินไปสร้างความมั่งคั่งของตัวเอง แทนที่จะจ่ายค่าผ่อนบ้านให้กับเจ้าของบ้านคนอื่น

"ผมอาจต้องทำงานหนักขึ้นเพื่อผ่อนบ้าน แต่สุดท้ายแล้ว อย่างน้อยผมก็มีบ้านของตัวเอง อย่างน้อยผมก็มีหลังคาคุ้มหัว"

ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และยูทูบ


Latest podcast episodes

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Stream now