จากกรณีพนักงานสายการบินชาวไทยถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติด หลังเจ้าหน้าที่ออสเตรเลียตรวจพบสิ่งต้องสงสัยในสัมภาระที่สนามบินเมลเบิร์น เอสบีเอส ไทยพูดคุยกับศุภชัย โอส่าห์กิจ ทนายความไทยในออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพื่ออธิบายขั้นตอนกฎหมาย การประกันตัว การคุมขังระหว่างรอคดี และสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหา โดยข้อกล่าวหายังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม
ฟังพอดคาสต์เรื่องอื่นของเอสบีเอสไทยที่นี่
จากกรณีพนักงานสายการบินชาวไทยถูกตั้งข้อหานำเข้าและครอบครองยาเสพติดที่ท่าอากาศยานทัลลามารีน สนามบินนานาชาติ ในเมืองเมลเบิร์น ออสเตรเลีย
หลังการจับกุมแล้ว กระบวนการยุติธรรมของออสเตรเลียจะเดินไปอย่างไร ผู้ต้องหาจะถูกนำตัวขึ้นศาลเมื่อใด มีโอกาสขอประกันตัวหรือไม่ และการถูกคุมขังระหว่างรอคดี หรือ ‘remand in custody’ หมายความว่าอย่างไร
เอสบีเอส ไทยพูดคุยกับศุภชัย โอส่าห์กิจ ทนายความคนไทยในออสเตรเลีย ซึ่งไม่ได้มีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีนี้ เพื่ออธิบายภาพรวมของขั้นตอนทางกฎหมาย ตั้งแต่การตรวจสัมภาระและการสอบสวน การขึ้นศาลครั้งแรก การประกันตัว การคุมขังระหว่างรอคดี ไปจนถึงสิทธิพื้นฐานของผู้ต้องหา
หมายเหตุ: เนื้อหาเป็นคำอธิบายทั่วไป ไม่ได้กล่าวถึงข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานในคดีที่กำลังอยู่ระหว่างกระบวนการยุติธรรม
เมื่อสัมภาระถูกตั้งข้อสงสัย ใครเข้ามาเกี่ยวข้องบ้าง
สำหรับผู้เดินทางหลายคน จุดเริ่มต้นอาจอยู่ที่การตรวจสัมภาระภายในสนามบิน โดยกองกำลังพิทักษ์ชายแดนออสเตรเลีย (Australian Border Force หรือ ABF) เป็นหน่วยงานที่มีหน้าที่ตรวจสอบสัมภาระและสิ่งของที่นำเข้าประเทศ

หากเจ้าหน้าที่พบสิ่งต้องสงสัย เรื่องอาจถูกส่งต่อไปยังกรมตำรวจสหพันธรัฐออสเตรเลีย (Australian Federal Police หรือ AFP) เพื่อสอบสวนต่อ และหากตำรวจเห็นว่ามีพยานหลักฐานเพียงพอ บุคคลนั้นอาจถูกแจ้งข้อหาอย่างเป็นทางการก่อนถูกนำตัวขึ้นศาลครั้งแรก
การขึ้นศาลครั้งแรกมักเกิดขึ้นที่ Magistrates’ Court หรือศาลชั้นต้น แต่ยังไม่ใช่วันพิจารณาคดีเต็มรูปแบบ โดยศาลจะพิจารณาประเด็นเบื้องต้น เช่น ข้อกล่าวหา การยืนยันตัวบุคคล และสถานการณ์ประกันตัว
ขึ้นศาลครั้งแรก: ได้ประกันตัว หรือถูกคุมขังระหว่างรอคดี
คำที่ปรากฏบ่อยในรายงานข่าวคดีอาญาคือ ‘remand in custody’ หรือการถูกคุมขังระหว่างรอคดี หลายคนอาจเข้าใจว่าเท่ากับถูกตัดสินจำคุกแล้ว แต่ในทางกฎหมายไม่ใช่สิ่งเดียวกัน
การ remand หมายถึง ศาลมีคำสั่งให้ควบคุมตัวผู้ต้องหาไว้ระหว่างที่คดียังดำเนินอยู่ เพราะในเวลานั้นศาลเห็นว่ายังไม่เหมาะสมที่จะปล่อยตัวออกไป

ศุภชัยอธิบายว่า “ยังไม่ได้ถูกตัดสินว่าผิดหรือไม่ผิด แต่ศาลเห็นว่ายังไม่สมควรประกันตัวออกไปใช้ชีวิตข้างนอก ระหว่างรอพิจารณาคดีก็จะสั่งควบคุมตัวไว้ก่อน”
กล่าวอีกอย่างหนึ่งคือ การถูกคุมขังระหว่างรอคดีไม่ใช่คำพิพากษา และไม่ได้หมายความว่าผู้ต้องหามีความผิดแล้ว
ขอประกันตัวได้ไหม ศาลมองอะไรบ้าง
การประกันตัว หรือ ‘bail’ เป็นอีกขั้นตอนสำคัญ โดยเฉพาะในคดีร้ายแรงที่เกี่ยวข้องกับการนำยาเสพติดข้ามพรมแดน ซึ่งอาจทำให้การขอประกันตัวมีความซับซ้อนขึ้น
ศาลจะพิจารณาข้อเท็จจริงเฉพาะของแต่ละคดี รวมถึงความเสี่ยงที่ผู้ต้องหาอาจไม่มาปรากฏตัวต่อศาล ความเสี่ยงที่จะเดินทางออกนอกประเทศ และเงื่อนไขที่อาจช่วยลดความเสี่ยงเหล่านั้นได้
“ศาลจะดูความร้ายแรงของข้อกล่าวหา น้ำหนักพยานหลักฐาน มีครอบครัวหรือมีที่อยู่ในออสเตรเลียหรือเปล่า มีความสัมพันธ์ในครอบครัวเป็นแบบไหน และมีความเสี่ยงที่จะหลบหนีมากน้อยเพียงใด” ศุภชัยกล่าว
หากศาลอนุญาตให้ประกันตัว อาจกำหนดเงื่อนไข เช่น การยึดหนังสือเดินทาง การรายงานตัวกับตำรวจ การอยู่ภายใต้เคอร์ฟิว หรือการมีผู้ค้ำประกัน ทั้งนี้ ไม่ใช่ทุกคดีจะได้รับประกันตัว และไม่มีเงื่อนไขใดใช้เหมือนกันทุกกรณี
ทำไมคดีลักษณะนี้อาจใช้เวลาหลายเดือน หรือหลายปี
คดีอาญาร้ายแรงไม่ได้จบลงในการขึ้นศาลครั้งแรก หลังจากนั้นคดีอาจผ่านกระบวนการอื่น เช่น committal proceedings (ขั้นตอนกลั่นกรองคดีก่อนส่งต่อศาลชั้นสูงกว่า) เป็นต้น
ระยะเวลาของคดีอาจขึ้นอยู่กับผลตรวจพิสูจน์ของกลาง ปริมาณพยานหลักฐานที่ฝ่ายอัยการต้องรวบรวมและเปิดเผยให้ฝ่ายจำเลย รวมถึงการตัดสินใจว่าจะรับสารภาพหรือสู้คดี
“ยิ่งคดีซับซ้อนมากเท่าไหร่ ก็จะยิ่งใช้เวลามากขึ้นเท่านั้น” คุณศุภชัยกล่าว พร้อมระบุว่า “คดีในลักษณะนี้ในออสเตรเลียมักใช้เวลาตั้งแต่หลายเดือน หรือเป็นปีก็ยังมี”
ถูกตั้งข้อหา ไม่ได้แปลว่ามีความผิด
หลักสำคัญของกระบวนการยุติธรรมออสเตรเลียคือ ผู้ที่ถูกตั้งข้อหายังคงได้รับการสันนิษฐานว่าเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าศาลจะพิจารณาพยานหลักฐานและมีคำวินิจฉัย
ผู้ต้องหายังมีสิทธิพื้นฐาน เช่น สิทธิไม่ให้การ สิทธิขอทนายความ และสิทธิขอล่าม หากไม่สามารถสื่อสารภาษาอังกฤษได้คล่อง
ผู้ต้องหาทุกคนถือว่าบริสุทธิ์อยู่ จนกว่าอัยการจะสามารถพิสูจน์ได้ต่อศาลว่ามีความผิดอย่างปราศจากข้อสงสัย (beyond reasonable doubt)ศุภชัยกล่าว
ผู้ต้องหาที่ไม่มีทนายความอาจขอความช่วยเหลือเบื้องต้นจาก Victoria Legal Aid ซึ่งมีบริการทนายเวร หรือ duty lawyer ในศาลหลายแห่งของรัฐวิกตอเรีย รวมถึงข้อมูลและคำแนะนำก่อนขึ้นศาลในคดีอาญา
การได้รับทนายเพื่อดูแลคดีต่อเนื่องไม่ใช่สิทธิที่ได้รับโดยอัตโนมัติ แต่ขึ้นอยู่กับประเภทคดี สถานการณ์ และเกณฑ์คุณสมบัติของแต่ละบุคคล ผู้ที่ไม่ถนัดภาษาอังกฤษยังสามารถขอล่ามเพื่อช่วยสื่อสารได้ด้วย
ข้อควรจำสำหรับคนเดินทาง
นอกจากขั้นตอนทางกฎหมายแล้ว ศุภชัยยังฝากข้อเตือนใจถึงผู้เดินทาง รวมถึงผู้ที่ทำงานในอุตสาหกรรมการบินว่า ไม่ควรรับฝากกระเป๋า พัสดุ หรือสิ่งของจากผู้อื่น หากไม่สามารถตรวจสอบเนื้อหาภายในได้ด้วยตนเอง
“ถ้าไม่ใช่ของของเราเอง หรือเราตรวจสอบเนื้อหาข้างในไม่ได้ทั้งหมด ก็ไม่ควรรับฝากให้ใครโดยเด็ดขาด”
หมายเหตุ: เนื้อหานี้เป็นข้อมูลทั่วไป ไม่ใช่คำแนะนำทางกฎหมาย ผู้ที่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับสถานการณ์ของตนเองควรขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญด้านกฎหมายโดยตรง
ช่องทางขอความช่วยเหลือสำหรับคนไทยในออสเตรเลีย
- ผู้ที่อยู่ในรัฐนิวเซาท์เวลส์ สามารถติดต่อ สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์ ซึ่งมีทนายอาสาให้ข้อมูลและคำแนะนำเบื้องต้นด้านกฎหมายโทร. +61 2 9241 2542-3LINE: @thaiconsulatesydFacebook สถานกงสุลใหญ่ ณ นครซิดนีย์
- ผู้ที่อยู่ในรัฐวิกตอเรีย, ออสเตรเลียน แคพิทอลเทร์ริทอรี, ควีนส์แลนด์, เวสเทิร์นออสเตรเลีย, แทสเมเนีย, เซาท์ออสเตรเลีย และนอร์เทิร์นเทริทอรี สามารถติดต่อ สถานเอกอัครราชทูตไทย ณ กรุงแคนเบอร์รา เพื่อขอความช่วยเหลือด้านกงสุลสำหรับคนไทยที่ประสบปัญหาโทร. +61 2 6206 0100 อีเมล: consular.can@mfa.go.th กรณีฉุกเฉินนอกเวลาทำการ: 0402 735 642Facebook สถานเอกอัคราชทูต ณ กรุงแคนเบอร์รา
หน่วยงานและข้อมูลที่เกี่ยวข้อง:
- Australian Border Force: สิ่งของต้องห้ามและข้อจำกัดในการนำเข้าออสเตรเลีย
- Australian Federal Police: อาชญากรรมด้านยาเสพติด
- Magistrates’ Court of Victoria: กระบวนการคดีอาญา
- Victoria Legal Aid: ข้อมูลและความช่วยเหลือก่อนขึ้นศาล
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก อินสตาแกรม และ ยูทูบ





