อัปเดตเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 68
ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์แถลงเมื่อวันพุธว่า ได้มีการตั้งข้อหาต่อนายนาวีด อัคราม วัย 24 ปี ผู้ต้องสงสัยว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีที่หาดบอนไดเมื่อวันอาทิตย์ร่วมกับบิดาของเขาแล้ว
โดยอัครามถูกตั้งข้อหา 59 กระทงจากหน่วยงานต่อต้านการก่อการร้ายของรัฐนิวเซาท์เวลส์ รวมถึงข้อหาฆาตกรรมอีก 15 กระทง (ต่อเหยื่อ 1 ราย) และข้อหาก่อการร้าย 1 กระทง
นอกจากนี้เขายังถูกตั้งข้อหาเจตนาฆ่า 40 กระทง และข้อหายิงปืนในที่สาธารณะ แสดงสัญลักษณ์ก่อการร้ายต้องห้ามในที่สาธารณะ และวางระเบิดในหรือใกล้ตัวอาคารโดยเจตนาทำร้ายร่างกาย
เจ้าหน้าที่ระบุว่า เขาปฏิเสธที่จะให้ปากคำกับตำรวจ
ขณะนี้อัครามอยู่ในอาการวิกฤตในโรงพยาบาลและอยู่ภายใต้การเฝ้าระวังของตำรวจนับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์สังหารหมู่
ตำรวจระบุว่า ซาจิด อัคราม พ่อวัย 50 ปีของอัคราม ซึ่งถูกตำรวจยิงเสียชีวิตระหว่างการโจมตีนั้น ได้ซื้อปืนที่ใช้ในการโจมตีมาอย่างถูกกฎหมาย
ณ บ่ายวันพุธ ยังมีผู้บาดเจ็บอีก 20 คนยังคงรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล
เจ้าหน้าที่กล่าวในแถลงการณ์ว่า "ผู้เสียชีวิตยังอยู่ในระหว่างการระบุตัวตนอย่างเป็นทางการ แต่ตำรวจเชื่อว่าอายุของผู้เสียชีวิตอยู่ระหว่าง 10 ถึง 87 ปี"
"ตำรวจจะกล่าวต่อศาลว่าชายคนดังกล่าวมีพฤติกรรมที่ทำให้มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บสาหัส และเป็นอันตรายถึงชีวิต เพื่อผลประโยชน์ทางศาสนาและสร้างความหวาดกลัวในชุมชน
เบื้องต้นบ่งชี้ว่าเป็นการโจมตีของผู้ก่อการร้ายที่ได้รับแรงบันดาลใจจากกลุ่มไอเอส ซึ่งเป็นองค์กรก่อการร้ายที่ถูกขึ้นบัญชีไว้ในออสเตรเลีย ตามข้อมูลของตำรวจ
ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ตำรวจหนุ่มที่ถูกยิงที่ศีรษะระหว่างการโจมตีที่หาดบอนได ได้รับคำมั่นสัญญาว่าจะได้กลับไปทำงาน แม้จะได้รับบาดเจ็บที่ตาอย่างรุนแรง
ตำรวจฝึกหัด แจ็ค ฮิบเบิร์ต เพิ่งเข้าร่วมกองกำลังตำรวจได้เพียงสี่เดือนเมื่อเขาถูกยิงที่ศีรษะและไหล่ขณะลาดตระเวนที่หาดบอนได
แม้จะได้รับบาดเจ็บ แต่ชายหนุ่มวัย 22 ปีก็ยังคงช่วยเหลือผู้คนรอบข้างจนกระทั่งร่างกายของเขาไม่สามารถทำต่อไปได้
เจ้าหน้าที่หนุ่มอีกคนหนึ่ง ตำรวจ สก็อต ไดสัน ได้รับบาดเจ็บสาหัสจากการโจมตี
ตำรวจนายนี้ซึ่งอยู่ในกองกำลังตำรวจมา 18 เดือน เข้ารับการผ่าตัดเมื่อวันพุธและอยู่ในอาการวิกฤตแต่ทรงตัวในโรงพยาบาล"
ตำรวจระบุว่า พ่อและลูกชายเป็นผู้ก่อเหตุกราดยิงที่หาดบอนได ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตในเหตุการณ์นี้ทั้งสิ้นรวม 16 ราย
เพื่อนร่วมงานของผู้ต้องสงสัยที่เป็นลูกชายได้อธิบายว่าเขาเป็นคน "แปลก" และมักเก็บตัวเงียบๆ ในที่ทำงาน แต่ในความเห็นของเขา ไม่ได้แสดงท่าทีสุดโต่งหรือต้องการทำร้ายผู้อื่น
ทั้งคู่ซึ่งถือปืนไรเฟิลยาว ากราดยิงใส่ประชาชนที่หาดบอนไดอันโด่งดังของซิดนีย์เมื่อเย็นวันอาทิตย์ ทำให้มีผู้เสียชีวิต 15 ราย และบาดเจ็บอีกหลายสิบคน ในเหตุการณ์ที่ถูกประกาศว่าเป็นเหตุการณ์ก่อการร้าย
ยอดผู้เสียชีวิตรวมอยู่ที่ 16 ราย โดยหนึ่งในสองผู้ต้องสงสัยเสียชีวิตในที่เกิดเหตุหลังจากถูกตำรวจวิสามัญ
เหตุการณ์กราดยิงเริ่มต้นขึ้นประมาณ 18.43 น. ตามเวลา AEDT เล็กน้อย โดยตำรวจกล่าวว่าทั้งคู่ตั้งเป้าหมายไปที่งานฉลองเทศกาลฮานุกกะห์ ซึ่งมีชาวยิวประมาณ 1,000 คนมารวมตัวกัน
ใครคือผู้ก่อเหตุกราดยิงที่บอนได?
มีรายงานว่าหนึ่งในผู้ต้องสงสัยคือ นาวีด อัคราม
ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ยังไม่ได้เปิดเผยชื่อผู้ก่อเหตุอย่างเป็นทางการ
ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์แถลงข่าวเมื่อเช้าวันจันทร์ว่า ผู้ก่อเหตุเป็นพ่อและลูกชาย อายุ 50 และ 24 ปี ตามลำดับ
ชายอายุ 24 ปี กำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาล ส่วนพ่อเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ
พวกเขาอาศัยอยู่ในบ้านเลขที่ในย่านบอนนีริกก์ ทางตะวันตกของซิดนีย์ แต่ขณะเกิดเหตุไปพักอยู่ที่บ้านอีกหลังในแคมป์ซี ทางตะวันตกเฉียงใต้ของซิดนีย์ เจ้าหน้าที่ได้บุกค้นบ้านทั้งสองหลังแล้ว
องค์ข่าวกรองความมั่นคงแห่งออสเตรเลีย (ASIO) ยืนยันว่า หนึ่งในผู้ก่อเหตุ ซึ่งเชื่อว่าเป็นลูกชาย เป็นที่รู้จักของหน่วยงานข่าวกรองภายในประเทศ แต่ "ไม่ได้อยู่ในสถานะที่เป็นภัยคุกคามโดยตรง"

ลอคกี้ทำงานร่วมกับผู้ต้องสงสัยวัย 24 ปีที่เป็นมือปืนในบริษัทก่ออิฐแห่งหนึ่งในซิดนีย์เป็นเวลาประมาณ 5 ปี Credit: SBS
เพื่อนร่วมงานกล่าวว่าเขา "เป็นคนแปลกๆ"
ลอคกี้ ช่างก่ออิฐวัย 28 ปี ทำงานร่วมกับชายวัย 24 ปีคนนี้มาเป็นเวลา 5 ปีแล้ว
เขาอธิบายว่าชายคนนี้เป็น "คนแปลกๆ" และเงียบๆ แต่ไม่เคยแสดงท่าทีว่าจะหัวรุนแรงหรือสุดโต่ง
ลอคกี้ กล่าวว่า มือปืนโทรหาเจ้านายของบริษัทรับเหมาก่ออิฐในซิดนีย์เมื่อเดือนที่แล้ว เพื่อบอกว่าจะกลับมาทำงานในปีใหม่หลังจากได้รับบาดเจ็บที่มือ
ก่อนที่เขาจะออกจากที่ทำงาน ลอคกี้อ้างว่าผู้ต้องสงสัยมือปืนได้บอกกับเพื่อนร่วมงานอีกคนว่าเขา "อยากให้คนจดจำเขา"
"มันเป็นคำพูดที่แปลก...แต่ผมไม่ได้คิดอะไรมาก เพราะนั่นคือตัวตนของเขา เขาเป็นคนแปลกๆ"
ลอคกี้กล่าวว่าอัคราม "บอกเอง" ว่าเขาไม่มีเพื่อนมากนัก และมักจะเก็บตัวอยู่คนเดียวที่ทำงาน
แต่บางครั้งพวกเขาก็จะพูดคุยกันเกี่ยวกับงานอดิเรกของผู้ต้องสงสัย ซึ่งลอคกี้กล่าวว่ารวมถึงการล่าสัตว์ การชกมวย และการตกปลา
"เขาเคยไปล่ากระต่ายและจิงโจ้เพื่อความสนุกสนาน เราจะคุยกันเรื่องนั้น" ลอคกี้กล่าว
"แต่ใช่ เขาไม่เคยพูดว่าฉันอยากทำร้ายใครหรืออะไรทำนองนั้น"
แรงจูงใจในการโจมตีคืออะไร?
ยังไม่ชัดเจนในขณะนี้ แต่ตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์กล่าวว่าจะตรวจสอบแรงจูงใจเบื้องหลังการโจมตี โดยยืนยันว่าการสอบสวนจะเป็นไปอย่าง "ละเอียดถี่ถ้วน"
ผู้บัญชาการตำรวจรัฐนิวเซาท์เวลส์ มัล แลนยอน กล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า "ไม่มีข้อบ่งชี้" ว่าชายทั้งสองคนที่เกี่ยวข้องกับการได้วางแผนการโจมตีไว้ล่วงหน้า
"เราต้องการทำความเข้าใจแรงจูงใจเบื้องหลัง เราต้องการทำความเข้าใจการกระทำที่เกิดขึ้นอย่างแน่นอน" เขากล่าว
ทำไมพวกเขาถึงมีปืน?
ตำรวจกล่าวว่าชายวัย 50 ปีเป็นผู้มีใบอนุญาตครอบครองอาวุธปืน โดยมีปืนที่ได้รับอนุญาตให้ครอบครอง 6 กระบอก
ปืนทั้งหกกระบอกถูกเก็บกู้จากที่เกิดเหตุ
แลนยอนกล่าวเมื่อบ่ายวันจันทร์ว่า ชายคนดังกล่าวมีคุณสมบัติตรงตามเกณฑ์การขอใบอนุญาต และเป็นใบอนุญาตล่าสัตว์เพื่อการพักผ่อนหย่อนใจ เขากล่าวว่าเขาเป็นสมาชิกของชมรมปืน และมีสิทธิ์ได้รับใบอนุญาตภายใต้พระราชบัญญัติอาวุธปืน
ตามที่แลนยอนกล่าว ใบอนุญาตดังกล่าวเป็นใบอนุญาตประเภท AB ซึ่งทำให้เขามีสิทธิ์ครอบครองอาวุธปืนลำกล้องยาวที่ถูกยึดได้
มือปืนอาจถูกตั้งข้อหาอะไรบ้าง?
ในส่วนของการตั้งข้อหาชายวัย 24 ปี แลนยอนกล่าวว่า "จากสภาพทางการแพทย์ของเขา มีความเป็นไปได้ที่บุคคลนั้นอาจถูกตั้งข้อหาทางอาญา"
เขายังเรียกร้องให้ทุกคนใจเย็น โดยกล่าวว่า "การแก้แค้นหรือการกระทำใดๆ ต่อส่วนใดส่วนหนึ่งของชุมชนจะไม่เป็นที่ยอมรับ"
"เราจะมีกำลังตำรวจจำนวนมาก นี่เป็นเวลาที่ชุมชนต้องร่วมมือกัน นี่เป็นเวลาที่ตำรวจจะดำเนินการเพื่อให้แน่ใจว่าชุมชนรู้สึกปลอดภัย"
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากออสเตรเลียและทั่วโลกเป็นภาษาไทยจากเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram
เรื่องอื่นๆ ที่น่าสนใจ
รายงานสดจากชายแดนไทย–กัมพูชา: การสู้รบรุนแรงต่อเนื่อง ปชช. อพยพแล้วเกิน 5 แสนคน















