"ออฟไลน์ คลับ" พื้นที่สำหรับการเชื่อมต่อไร้หน้าจอ

Creative activities underway at the phone-free Posthoornkerk basilica (AP).jpg

กิจกรรมภายในมหาวิหารโพสต์ฮอร์นเคิร์ก ที่งดใช้โทรศัพท์ Source: AP

สโมสรรูปแบบใหม่ได้ถือกำเนิดขึ้นในกรุงอัมสเตอร์ดัม ที่ซึ่งสมาชิกจะสานสัมพันธ์แบบออฟไลน์ ห่างจากโทรศัพท์และอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ สะท้อนกระแสใหม่ในกลุ่มวัยรุ่นที่พยายามถอยห่างจากหน้าจอ และกลับมาเชื่อมโยงกับผู้อื่น รวมถึงกับตัวเองด้วย


ที่วิหารโพสต์ฮอร์นเคิร์ก สร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ในกรุงอัมสเตอร์ดัม ผู้คนราว 200 คน เบียดเสียดกันในนั้น

บ้างยืนรายล้อมโต๊ะยาวสามตัว ขณะหญิงสาวคนหนึ่งบรรเลงแกรนด์เปียโน พวกเขาไม่ได้มาที่นี่เพื่อเข้าพิธีทางศาสนา

ทุกคนต่างก้มหน้าอยู่กับกระดาษ ปากกา สี ดินสอสี และกรรไกร

ไม่มีใครสักคนในห้องที่มองโทรศัพท์ของตัวเอง เพราะทุกคนต้องฝากโทรศัพท์ไว้ที่ทางเข้า ก่อนจะเข้าสู่กิจกรรมยาวสองชั่วโมง

นี่คือกิจกรรมล่าสุดของ ออฟไลน์ คลับ ซึ่งเริ่มต้นขึ้นในปี 2024 จากความคิดริเริ่มเล็ก ๆ ของนักศึกษา 3 คนในกรุงอัมสเตอร์ดัม

อิลยา คเนพเพิลเฮาต์ เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง

"เราสร้างอีเวนต์และการรวมตัวภายใต้ธีมที่แตกต่างกัน หนึ่งในนั้นคือการเชื่อมต่อกับตัวเอง ผ่านกิจกรรมสร้างสรรค์ การอ่าน การเขียน หรือการต่อปริศนา เป็นกิจกรรมที่ทำให้คุณช้าลง ได้ทบทวน และหันกลับเข้าไปข้างในตัวเอง แล้วก็ยังมีอีเวนต์ที่เน้นการเชื่อมต่อกับคนอื่นมากขึ้น ที่คุณจะได้พูดคุยกับผู้คน เล่นบอร์ดเกม หรือออกไปเดินเล่นแบบออฟไลน์ท่ามกลางธรรมชาติ อย่างเช่น ได้พบเจอผู้คนในบรรยากาศที่เป็นธรรมชาติและมีชีวิตชีวา"

เดิมทีสโมสรนี้เริ่มจากการนัดพบกันแบบสบาย ๆ ในร้านกาแฟ ก่อนจะพัฒนาเป็นเครือข่ายกิจกรรมออฟไลน์ที่ขยายตัวทั่วทวีปยุโรป

โดยขณะนี้มีผู้จัดกิจกรรมใน 18 เมือง และสโมสรแห่งนี้มีผู้ติดตามบนอินสตาแกรมราว 600,000 คน

กิจกรรมในอัมสเตอร์ดัมเริ่มต้นด้วยการแสดงเปียโนสดของ เซซิล ชูลเทอ นักประพันธ์เพลงและนักเปียโน ก่อนที่ผู้เข้าร่วมจะทำกิจกรรมออฟไลน์หลากหลายรูปแบบ ทั้งงานประดิษฐ์และแบบฝึกเขียน เช่น การเตรียมคำกล่าวสำหรับงานวันเกิดอายุ 80 ปีของตัวเองในอนาคต

เบอร์นาร์ด คัปเปเลอ นักวิจัยด้านประสบการณ์ผู้ใช้วัย 27 ปี กลายเป็นผู้เข้าร่วมประจำไปแล้ว

"ผมคิดว่ามันดีนะ ที่ได้จรดปากกากับกระดาษ องค์ประกอบทางกายภาพแบบนั้นมันทำให้เรารู้สึกมั่นคงขึ้น และแน่นอนว่าเมื่อมองย้อนกลับไป ตอนเป็นเด็กผมก็ชอบวาดรูปอะไรทำนองนั้นอยู่เสมอ มันเลยเหมือนกับได้เชื่อมกับเด็กข้างในตัวเรา ที่ไม่อยากอยู่หลังหน้าจอ หรือออนไลน์ตลอดเวลา"

Community spirit
เมื่อการเชื่อมต่อที่แท้จริง อาจเริ่มจากการวางโทรศัพท์ลงสักพัก Credit: Pexels

สำหรับบัตรเข้าร่วมกิจกรรมในอัมสเตอร์ดัม มีราคาประมาณ 49 ดอลลาร์ออสเตรเลีย และด้วยความนิยมที่เพิ่มขึ้น ทำให้สโมสรมีแผนจัดกิจกรรมเพิ่มอีก 8 ครั้งในอัมสเตอร์ดัม ตลอดเดือนเมษายน

บางกิจกรรมเน้นกิจกรรมเดี่ยว เช่น การอ่าน การเขียน หรือการต่อปริศนา ขณะที่บางกิจกรรมเน้นการเข้าสังคม เช่น การเล่นบอร์ดเกม หรือการเดินเป็นกลุ่ม

สำหรับ เพนนี สตีนบีก ผู้เชี่ยวชาญด้านการตลาดวัย 29 ปี สิ่งที่เธอรู้สึกว่าสร้างแรงบันดาลใจเป็นพิเศษ คือมิติทางสังคมของกิจกรรมนี้

"สิ่งที่ฉันชอบมากจริง ๆ คือคุณได้ผ่อนคลาย และได้ผ่อนคลายไปพร้อมกับคนอื่นด้วย เพราะเวลาคุณอยู่บ้าน คุณก็อยู่คนเดียว แล้วก็จะคิดว่า โอเค ตอนนี้ฉันใช้โทรศัพท์ไม่ได้ หรือฉันควรพักได้แล้ว ซึ่งมันยากกว่า แต่พอคุณได้ออกมาข้างนอก มายังสถานที่แบบนี้ แล้วรายล้อมไปด้วยผู้คนที่อยู่ในอารมณ์เดียวกัน มันเป็นความรู้สึกที่พิเศษจริง ๆ"

A teenager uses his mobile phone to access social media
ในวันที่หลายคนจดจ่อกับหน้าจอเกือบตลอดเวลา พื้นที่ออฟไลน์กำลังกลายเป็นที่พักใจของคนรุ่นใหม่ Source: AAP / Dean Lewins

นิโคลา โคลเฮอร์ตี ที่ปรึกษาวัย 41 ปี กล่าวว่า การเข้าร่วมกิจกรรมของออฟไลน์ คลับ ทำให้เธอนึกถึงชีวิตยุคก่อนดิจิทัล

"การที่ฉันอายุเกือบ 42 ปี และได้ใช้ชีวิตมาทั้งในยุคที่มีเทคโนโลยีกับอุปกรณ์เหล่านี้ และในยุคที่ยังไม่มี มันทำให้ฉันได้กลับไปสู่วิถีชีวิตที่เรียบง่ายกว่า และความสุขแบบที่ฉันเคยสัมผัสตอนเป็นเด็ก"

การเติบโตของออฟไลน์ คลับ ขยายความนิยมมากขึ้น โดยเฉพาะในหมู่คนรุ่นใหม่ ที่ต้องการใช้เวลาบนแพลตฟอร์มดิจิทัลให้น้อยลง

แนวโน้มนี้ยังเห็นได้ชัดบนโลกออนไลน์ด้วย โดยผู้ใช้โซเชียลมีเดียจำนวนมากต่างแชร์แผนการที่จะลดหรือเลิกใช้งาน ในช่วงไม่กี่ปีข้างหน้า

สำหรับ สุรยา กาเยต์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการทดลองเชิงจิตวิทยาแห่งมหาวิทยาลัยอูเทรคต์ระบุว่า วิธีการออกแบบแอปพลิเคชัน ทำให้การเลิกพฤติกรรมการใช้งานแบบเคยชินเป็นเรื่องยาก

แอปเหล่านั้นถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อทำให้คุณอยู่กับมันให้นานที่สุด ด้วยการให้รางวัลระยะสั้น อย่างเช่น ฉันเลื่อนไปดูภาพถัดไป โอ้ ภาพนี้ดีนะ แล้วคุณก็ได้ความรู้สึกพุ่งขึ้นมาเหมือนได้รางวัลอยู่ 10 วินาที จากนั้นก็จะคิดต่อว่า แล้วภาพต่อไปล่ะ แล้วมันก็ทำงานในลักษณะที่ดึงให้คุณเกาะอยู่กับแอปนี้ต่อไป ผ่านรางวัลระยะสั้น หรือทำให้คุณรู้สึกว่าตัวเองกำลังพลาดอะไรบางอย่างไป หากไม่ได้อยู่บนแอป
สุรยา ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการทดลองเชิงจิตวิทยากล่าว

ด้านไบรอัน เฮอร์เมลจิน ศิลปินวัย 31 ปี กล่าวว่า ออฟไลน์ คลับ มอบจังหวะชีวิตที่สดใหม่ให้กับเขา

"ผมคิดว่าการตัดขาดทางดิจิทัลนั้นสำคัญ สำหรับตัวผมเอง ผมพบว่าตัวเองใช้เวลาอยู่บนอินเทอร์เน็ตบ่อยมาก รวมถึงไถหน้าจออยู่เรื่อย ๆ กิจกรรมแบบนี้จึงทำให้ผมเข้าใจอย่างแท้จริงว่าการอยู่กับปัจจุบันหมายถึงอะไร และยังช่วยให้ความคิดของเราช้าลงด้วย เพราะปกติแล้วมันไม่เคยหยุด มันจะวิ่งต่อไปเรื่อย ๆ จนกว่าคุณจะได้มีเวลาให้ตัวเอง"

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now