สรุปประเด็นสำคัญ
- มาตรการเปลี่ยนแปลงระบบเงินบำนาญเกษียณ (superannuation) จะเริ่มมีผลตั้งแต่ต้นปีงบประมาณใหม่
- ผู้ที่มีเงินสะสมในกองทุนซูเปอร์จำนวนมากจะเป็นกลุ่มที่ได้รับผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงนี้มากที่สุด
ร่างกฎหมายปฏิรูประบบเงินบำนาญเกษียณหรือซูเปอร์แอนนูเอชัน (superannuation) ของรัฐบาลออสเตรเลียเตรียมมีผลบังคับใช้ในเร็ว ๆ นี้ หลังผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาเมื่อคืนวันอังคาร (10 มี.ค.) โดยมาตรการสำคัญจะส่งผลต่อผู้มีรายได้น้อย และผู้ที่มีเงินสะสมในกองทุนซูเปอร์มากกว่า 3 ล้านดอลลาร์
ร่างกฎหมาย Treasury Laws Amendment (Building a Stronger and Fairer Super System) 2026 ผ่านความเห็นชอบโดยไม่มีการแก้ไข หลังพรรคกรีนส์ยอมถอยจากข้อเรียกร้องที่ต้องการให้พรรคแรงงานเดินหน้าปฏิรูปมากกว่านี้
ขณะที่พรรคเสรีนิยมและพรรคเนชันแนลลงมติคัดค้าน ทำให้รัฐบาลแรงงานต้องเจรจากับพรรคกรีนส์เพื่อให้ร่างกฎหมายผ่านวุฒิสภา
รัฐบาลระบุว่าการปฏิรูปครั้งนี้มีเป้าหมายเพื่อช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย และทำให้ระบบซูเปอร์ฯ มีความเป็นธรรมมากขึ้น โดยเฉพาะการเพิ่มภาษีสำหรับผู้ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก
จิม ชาลเมอร์ส รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออสเตรเลีย กล่าวว่า
“มาตรการนี้จะช่วยให้ผู้มีรายได้น้อยมีเงินซูเปอร์ฯ เพิ่มขึ้น และทำให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ที่มีเงินสะสมจำนวนมากมีความยั่งยืนมากขึ้น”
อ่านเพิ่มเติม

Settlement Guide: ระบบเงินซูเปอร์เป็นอย่างไร?
กระทรวงการคลังออสเตรเลียประเมินว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้จะช่วยเพิ่มเงินสะสมในกองทุนซูเปอร์ฯ ให้กับชาวออสเตรเลียประมาณ 1.3 ล้านคน โดยส่วนใหญ่เป็นผู้หญิงและผู้ที่มีอายุต่ำกว่า 30 ปี
ในขณะเดียวกัน รัฐบาลระบุว่าการลดสิทธิประโยชน์ทางภาษีสำหรับผู้ที่มีเงินสะสมในซูเปอร์ฯ ระดับสูง จะส่งผลกระทบต่อประชากรไม่ถึงร้อยละ 0.5 ในปีงบประมาณหน้า
แม้จะมีข้อกังวลบางประการ แต่นิค แมคคิม วุฒิสมาชิกจากพรรคกรีนส์ กล่าวว่า พรรคตัดสินใจสนับสนุนร่างกฎหมายนี้ เพราะมองว่าเป็น “ก้าวแรกของการปฏิรูปภาษีแบบก้าวหน้าอย่างแท้จริง” ที่อาจเกิดขึ้นในงบประมาณฉบับถัดไป
“งบประมาณครั้งนี้เป็นโอกาสสำคัญที่อาจเกิดขึ้นเพียงครั้งเดียวในรอบหลายทศวรรษ สำหรับการปฏิรูปภาษีอย่างจริงจัง และเรากำลังเปิดทางให้รัฐบาลแรงงานเดินหน้าทำงานในเรื่องนี้ต่อ” เขากล่าว
อย่างไรก็ตาม เขาเสริมว่า ร่างกฎหมายฉบับนี้ “ยังเป็นเพียงจุดเริ่มต้นเล็ก ๆ” และยังไม่เพียงพอที่จะแก้ไขปัญหาระบบภาษีที่ทำให้ความเหลื่อมล้ำระหว่างคนต่างรุ่นเพิ่มขึ้น
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคลังออสเตรเลีย จิม ชาลเมอร์ส กล่าวขอบคุณพรรคกรีนส์ที่มีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์ในการผลักดันร่างกฎหมายฉบับนี้ ที่ถูกเสนอต่อสภาครั้งแรกในปี 2023
เขากล่าวว่า
“เรากำลังช่วยให้แรงงานมีรายได้มากขึ้น เก็บเงินที่หามาได้มากขึ้น และมีเงินเพียงพอมากขึ้นเมื่อเกษียณ ขณะเดียวกันก็ทำให้ระบบซูเปอร์ฯ ของออสเตรเลียซึ่งถือว่าเป็นหนึ่งในระบบที่ดีที่สุดในโลกมีความแข็งแกร่งมากขึ้น”
การเปลี่ยนแปลงสำคัญของระบบซูเปอร์
ร่างกฎหมายฉบับนี้ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญในวิธีการจัดเก็บภาษีสำหรับบัญชีซูเปอร์ฯ ที่มีเงินสะสมจำนวนมาก ขณะเดียวกันก็มีมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อย สิ่งที่จะเปลี่ยนแปลงมีอะไรบ้าง
เปลี่ยนกฎภาษี Division 296 สำหรับบัญชีซูเปอร์ฯ ขนาดใหญ่
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมปีนี้ อัตราภาษีจากผลตอบแทนการลงทุนในกองทุนซูเปอร์ฯ สำหรับผู้ที่มีเงินสะสมมากกว่า 3 ล้านดอลลาร์ จะเพิ่มขึ้นเป็นสองเท่า จากร้อยละ 15 เป็นร้อยละ 30

ผู้ที่มีเงินสะสมในซูเปอร์มากกว่า 10 ล้านดอลลาร์ จะถูกเก็บภาษีจากผลตอบแทนการลงทุนในอัตราร้อยละ 40 ซึ่งสูงกว่าข้อเสนอเดิมของรัฐบาล
ทั้งสองมาตรการจะมีการปรับเกณฑ์ตามดัชนี (indexation) เพื่อไม่ให้จำนวนผู้ที่ได้รับผลกระทบเพิ่มขึ้นตามมูลค่าเงินที่เพิ่มขึ้นในอนาคต
สำหรับผู้ที่มีเงินสะสมในซูเปอร์ ต่ำกว่า 3 ล้านดอลลาร์ จะยังคงเสียภาษีในอัตราเดิมที่ร้อยละ 15
การเปลี่ยนแปลงนี้จะใช้กับ ผลตอบแทนจากการลงทุนที่เกิดขึ้นจริง (realised gains) เท่านั้น ไม่รวมกำไรทางบัญชีหรือกำไรที่ยังไม่ได้ขาย (unrealised หรือ paper gains) หลังจากที่ฝ่ายค้านแสดงความกังวลต่อข้อเสนอดังกล่าว
มาตรการลดภาษีซูเปอร์สำหรับผู้มีรายได้น้อย
ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2027 เป็นต้นไป เกณฑ์รายได้สำหรับมาตรการ Low-Income Superannuation Tax Offset (LISTO) จะเพิ่มจาก 37,000 ดอลลาร์ เป็น 45,000 ดอลลาร์
ผู้ที่มีรายได้ต่ำกว่าเกณฑ์ใหม่นี้ จะได้รับการชดเชยภาษีซูเปอร์ฯ ทำให้โดยหลักแล้ว แทบไม่ต้องเสียภาษีสำหรับเงินซูเปอร์ฯ ของตน

นอกจากนี้ วงเงินสูงสุดของเงินชดเชยภาษีต่อปีจะเพิ่มจาก 500 ดอลลาร์ เป็น 810 ดอลลาร์ ซึ่งหมายความว่าผู้มีรายได้น้อยจะได้รับเงินคืนมากขึ้นในช่วงยื่นภาษี จากภาษีซูเปอร์ฯ ที่ถูกหักไว้โดยอัตโนมัติตลอดทั้งปี
การเปลี่ยนแปลงทางการเงินอื่น ๆ ที่จะเกิดขึ้น
กฎหมายฉบับใหม่นี้ยังรวมมาตรการป้องกันไม่ให้ผู้ที่ถูกตัดสินว่ามีความผิดในคดีล่วงละเมิดทางเพศเด็ก ใช้บัญชีซูเปอร์เพื่อซ่อนทรัพย์สินเพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าชดเชยตามคำสั่งศาล
นอกจากนี้ ยังมีการห้ามโฆษณากองทุนซูเปอร์ฯ เฉพาะรายในช่วงขั้นตอนการรับพนักงานใหม่ (employee onboarding) เพื่อป้องกันไม่ให้ลูกจ้างถูกชักจูงให้เลือกกองทุนที่มีผลตอบแทนต่ำกว่ามาตรฐาน
มาตรการเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของชุดนโยบายที่รัฐบาลประกาศล่วงหน้าก่อนการแถลงงบประมาณรัฐบาลกลางปี 2026–27 ซึ่งมีกำหนดประกาศในวันที่ 12 พฤษภาคม
หนึ่งในมาตรการสำคัญคือระบบ “payday super” ซึ่งเป็นกฎหมายใหม่ที่กำหนดให้นายจ้างต้องจ่ายเงินซูเปอร์ให้พนักงานในเวลาเดียวกับที่จ่ายเงินเดือน มาตรการนี้จะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม
นอกจากนี้ อัตราภาษีร้อยละ 16 สำหรับผู้มีรายได้ระหว่าง 18,201 ถึง 45,000 ดอลลาร์ จะถูกลดลงเหลือร้อยละ 15 ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคมเช่นกัน
ยังมีการจัดสรรงบประมาณเพิ่มเติมเพื่อรองรับการปรับขึ้นค่าจ้างตามคำสั่งของคณะกรรมการแฟร์เวิร์ก (Fair Work Commission) สำหรับพยาบาลในภาคการดูแลผู้สูงอายุ ซึ่งจะมีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม
ขณะเดียวกัน มีรายงานว่ากระทรวงการคลังกำลังพิจารณาปรับลดส่วนลดภาษีกำไรจากการขายทรัพย์สิน (capital gains tax discount) จากร้อยละ 50 สำหรับอสังหาริมทรัพย์เพื่อการลงทุนที่ถือครองเกิน 12 เดือน
— รายงานเพิ่มเติมโดย Australian Associated Press
ติดตามข่าวสารล่าสุดจากเอสบีเอส ไทยได้ที่ เว็บไซต์ หรือ Facebook และ Instagram





