The Big Brief: ทำไมการเป็นโสดในออสเตรเลียมีต้นทุนชีวิตแพงกว่าคนมีคู่

Single    ALC THAI THE BIG BRIEF - BSP HEADER.jpg

Credit: FRANCK ROBICHON/EPA

การเป็นโสดในออสเตรเลียมาพร้อมต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มทำให้ผู้ที่ไม่ได้อยู่ในความสัมพันธ์มีค่าใช้จ่ายมากกว่าหลายพันดอลลาร์


สรุปประเด็น
  • การใช้ชีวิตโสดในออสเตรเลียมีค่าใช้จ่ายสูง
  • คนโสดต้องแบกรับ “ต้นทุนเพิ่ม” ทำให้มีภาระค่าใช้จ่ายมากกว่าผู้ที่มีคู่หลายพันดอลลาร์

ในแถบชานเมือง รัฐควีนส์แลนด์ คุณแม่เลี้ยงเดี่ยว อย่าง สเตซีย์ เกรย์ ต้องทำงานถึงสองงาน เพื่อเลี้ยงดูลูกชายวัย 9 ขวบและให้มีเงินพอใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน

เธอบอกกับเอสบีเอส นิวส์ ว่า

“ถ้าไม่ทำงานสองงาน ฉันคงไม่สามารถจ่ายค่าครองชีพได้”

“ต้องเลือกว่าระหว่างสิ่งที่จำเป็นกับสิ่งที่อยากได้ ถ้าต้องเลือกระหว่างของเล่นชิ้นใหม่กับการเรียนพิเศษ แน่นอนว่าก็ต้องเลือกเรียนพิเศษ”

เธอกล่าวว่า “ตอนนี้ยิ่งยากมากขึ้นที่จะทำสิ่งต่าง ๆ ที่เมื่อไม่กี่ปีก่อนยังทำได้”

หญิงวัย 46 ปีผู้นี้อาศัยอยู่ในบ้านของครอบครัวที่ พอร์ต ดักกลาส (Port Douglas) โดยไม่มีภาระผ่อนบ้าน แต่ระบุว่ายังจำเป็นต้องทำงานล่วงเวลาเพื่อให้เพียงพอต่อค่าใช้จ่าย เธอใช้บริการดูแลเด็กก่อนและหลังเลิกเรียนสำหรับลูกชาย โดยได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาล

เธอเล่าถึงผลกระทบจากราคาน้ำมันที่ปรับตัวสูงขึ้นในช่วงที่ผ่านมาว่า

“ทั้งอัตราดอกเบี้ย ค่าน้ำมัน และราคาของใช้ในชีวิตประจำวัน พอรวมกันแล้วค่าใช้จ่ายเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว”

“เหมือนมันมีปัญหาเข้ามาไม่หยุด” เธอกล่าว

ช่องว่าง 19,260 ดอลลาร์

ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินระบุว่า การเป็นโสดในออสเตรเลียมาพร้อม “ต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่ม” ทำให้ผู้ที่ไม่มีคู่ครองมีฐานะทางการเงินด้อยกว่าหลายพันดอลลาร์

ข้อมูลจาก ฟินเดอร์ (Finder) ระบุว่า ชาวออสเตรเลียที่มีคู่ครองมีเงินออมเฉลี่ยอยู่ที่ 50,192 ดอลลาร์ ขณะที่คนโสดมีเงินออมเฉลี่ย 30,932 ดอลลาร์ หรือมีช่องว่างอยู่ที่ 19,260 ดอลลาร์

ซึ่งผู้เชี่ยวชาญอธิบายสถานการณ์นี้ว่า คล้ายกับการถูกเรียกเก็บ “ภาษีคนโสด”

ซาราห์ ซินแคลร์ รองศาสตราจารย์ด้านเศรษฐศาสตร์จากมหาวิทยาลัย อาร์ เอ็ม ไอ ที (RMIT University) ให้สัมภาษณ์กับเอสบีเอส นิวส์ ว่า

“เมื่อเราพูดถึง ‘ภาษีคนโสด’ เราหมายถึงกลุ่มคนที่ไม่มีคู่และอาศัยอยู่เพียงลำพัง ต้นทุนนี้เป็นค่าใช้จ่ายโดยตรงที่พวกเขาต้องเผชิญ ขณะที่คนอื่นไม่ต้องจ่าย”

เธออธิบายเพิ่มเติมว่า

“คนโสดยังเสียโอกาสในเรื่องการประหยัดต่อขนาด การรวมรายได้ และการกระจายความเสี่ยงภายในครัวเรือน”

รายงาน Finder’s Singles Tax Report 2026 ระบุว่า โดยเฉลี่ยแล้ว คนโสดสามารถออมเงินได้เดือนละ 651 ดอลลาร์ ขณะที่ผู้ที่มีคู่สามารถออมได้สูงถึง 1,086 ดอลลาร์ต่อเดือน

ขณะเดียวกัน โดยเฉลี่ยแล้ว คนโสดสามารถใช้เงินออมเลี้ยงชีพได้ประมาณ 15.9 สัปดาห์ ในขณะที่ผู้ที่มีคู่สามารถอยู่ได้ยาวนานกว่าที่ 17.4 สัปดาห์

“ต้นทุนของการอยู่คนเดียว”

ซินแคลร์ระบุว่า ค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมที่คนโสดต้องเผชิญ ส่วนใหญ่เกิดจากค่าใช้จ่ายพื้นฐาน เช่น ค่าที่อยู่อาศัย ค่าสาธารณูปโภค และค่าประกัน

“ค่าใช้จ่ายเหล่านี้เป็นต้นทุนคงที่ในระดับครัวเรือน ดังนั้นเมื่อมีผู้อยู่อาศัยหลายคน ก็สามารถช่วยกันแบ่งเบาภาระได้ โดยปกติแล้ว การอยู่คนเดียวมีต้นทุนที่ต้องจ่ายเพิ่มจากค่าใช้จ่ายโดยตรงเหล่านี้” เธอกล่าว

แม้คนโสดอาจมีค่าใช้จ่ายรวมต่ำกว่าคู่รัก แต่ค่าใช้จ่ายต่อคนกลับสูงกว่า

ตัวอย่างเช่น รายงานของ Finder ระบุว่า คนโสดมีค่าใช้จ่ายด้านของชำเฉลี่ย 165 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์ ขณะที่ผู้ที่มีคู่ใช้จ่ายอยู่ที่ 237 ดอลลาร์ต่อสัปดาห์

รายงานยังระบุว่า ค่าเช่า ค่าอาหาร และค่าสาธารณูปโภค เป็นค่าใช้จ่ายที่มีความท้าทายมากที่สุดสำหรับทั้งผู้ที่มีคู่และคนโสดในออสเตรเลีย

ท่ามกลางวิกฤตค่าครองชีพที่ชาวออสเตรเลียจำนวนมากกำลังเผชิญ สถานการณ์อาจยิ่งเลวร้ายลงสำหรับผู้ที่อาศัยอยู่เพียงลำพัง

ซินแคลร์ระบุว่า “เมื่อค่าใช้จ่ายในชีวิตประจำวันเพิ่มสูงขึ้น ต้นทุนทั้งหมดก็ยิ่งทวีความรุนแรงขึ้น”

“และเมื่อราคาปรับตัวสูงขึ้น ภาระเหล่านั้นจะตกอยู่กับคนเพียงคนเดียวที่มีรายได้เพียงทางเดียว ต่างจากกรณีที่สามารถแบ่งเบาค่าใช้จ่ายระหว่างหลายรายได้”

ภาระสินเชื่อที่ต้องรับคนเดียว

รายงานของ Finder ระบุว่า คนโสดยังเสียเปรียบในการซื้อที่อยู่อาศัย จากพื้นที่ชานเมือง 4,493 แห่งที่มีการซื้อขายอสังหาริมทรัพย์ในช่วง 12 เดือนของปี 2025 พบว่า มีเพียงร้อยละ 31 เท่านั้นที่ยังอยู่ในระดับ “ซื้อไหว”

โดยไม่ทำให้ผู้ซื้อเผชิญภาวะตึงตัวทางการเงินจากภาระสินเชื่อ ขณะที่คู่รักที่มีรายได้สองทางมีความเสี่ยงในด้านนี้ต่ำกว่า

ในปี 2025 ผู้ซื้อบ้านหลังแรก ร้อยละ 56 ซื้อร่วมกับคู่ครอง ร้อยละ 39 ซื้อเพียงลำพัง และอีกร้อยละ 5 ซื้อร่วมกับสมาชิกในครอบครัวหรือเพื่อน

ขณะเดียวกัน สัดส่วนผู้ซื้อบ้านครั้งแรกที่เป็นคนโสดลดลงร้อยละ 6 ระหว่างปี 2021 ถึง 2025

รีเบคกา ไพก์ ผู้เชี่ยวชาญด้านการเงินจาก Finder และหนึ่งในผู้เขียนรายงาน ระบุว่า

“การก้าวเข้าสู่ตลาดอสังหาริมทรัพย์เป็นอีกตัวอย่างที่สะท้อน ‘ภาษีคนโสด’ อย่างชัดเจน”

“ต่างจากคู่รัก ผู้ซื้อที่เป็นโสดต้องเก็บเงินดาวน์ในจำนวนเท่ากันโดยไม่มีรายได้สองทางมาช่วย และยังต้องพิสูจน์ความสามารถในการผ่อนชำระสินเชื่อเพียงลำพัง ซึ่งทำให้กำลังการกู้ลดลงอย่างมาก และจำกัดตัวเลือกของอสังหาริมทรัพย์ที่สามารถเข้าถึงได้”

สถานการณ์ดังกล่าวอาจส่งผลกระทบระยะยาวต่อฐานะทางการเงินของคนโสด

ซินแคลร์ระบุว่า การมีเงินออมที่น้อยลง ทำให้สามารถสะสมทรัพย์สินได้ลดลงตลอดช่วงชีวิต

“พวกเขาต้องพึ่งพารายได้ของตัวเองเป็นหลัก และเมื่ออายุมากขึ้น ก็อาจเข้าถึงเครือข่ายการดูแลแบบไม่เป็นทางการได้น้อยลง ซึ่งเพิ่มความเปราะบางในระยะยาว” เธอกล่าว

เธอยังตั้งข้อสังเกตว่า อาจถึงเวลาต้องพิจารณาการออกแบบนโยบาย เช่น การเพิ่มที่อยู่อาศัยที่เหมาะกับคนโสด

“มีหลายแนวทางที่สามารถพิจารณาได้ ประเด็นสำคัญคือ จะจัดการโครงสร้างต้นทุนอย่างไร เพื่อลดภาระเพิ่มเติมของครัวเรือนที่อยู่คนเดียว”

ช่องว่างด้านความสุข

รายงานยังชี้ว่า นอกจากความท้าทายด้านการเงินแล้ว ยังพบ “ช่องว่างด้านความสุข” ระหว่างคนโสดกับผู้ที่มีคู่

ข้อมูลระบุว่า ร้อยละ 61 ของผู้ที่ไม่มีคู่รายงานว่ารู้สึกมีความสุขในเดือนมีนาคม เทียบกับร้อยละ 82 ของผู้ที่มีคู่

ไพก์ระบุว่า “แม้ความสุขจะขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย แต่ความมั่นคงทางการเงินก็มีบทบาทสำคัญ”

รายงานยังพบว่า ช่องว่างดังกล่าวยิ่งชัดเจนในบางช่วงเวลา เช่น เทศกาลคริสต์มาส โดยในเดือนธันวาคม 2025 ร้อยละ 70 ของคนโสด มีรายงานว่ามีความสุข เทียบกับร้อยละ 86 ของผู้ที่มีคู่

“ช่วงวันหยุดมักเกี่ยวข้องกับความสัมพันธ์ทางสังคมและความทรงจำที่ดี ซึ่งอาจกระตุ้นความรู้สึกหนักใจสำหรับผู้ที่ไม่มีคู่” ไพก์กล่าว

อย่างไรก็ตาม เธอเน้นย้ำว่า ความสุข “ไม่ควร และไม่จำเป็นต้องขึ้นอยู่กับสถานะความสัมพันธ์เพียงอย่างเดียว”

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now