หลายท่านอาจไม่รู้ว่าออสเตรเลียเป็นอีกหนึ่งประเทศที่มีสัดส่วนประชากรเชื้อสายเอเชียตะวันออกไม่น้อย จากข้อมูลสำมะโนประชากรปี 2021 ชาวออสเตรเลียจำนวน 1.3 ล้านคนระบุว่าตนเองมีเชื้อสายจีน คิดเป็นร้อยละ 5.5 ของประชากรทั้งหมด
ยังไม่รวมประชากรจากชุมชนเอเชียที่เฉลิมฉลองเทศกาลตรุษจีน อย่าง ชุมชนเวียดนาม ชุมชนไทย ชุมชนเกาหลี และชุมชนจีน-มาเลย์ เป็นต้น
ดังนั้นเทศกาลตรุษจีนในนครต่างๆ ที่ออสเตรเลียจึงจัดอย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้นครอื่นๆ ของโลก
ร้านรวงในย่านไชนาทาวน์ต่างประดับประดาด้วยโคมสีแดงประทับตัวอักษรจีนสีทองที่แสดงความหมายมงคล เหล่าผู้อพยพเชื้อสายจีนและลูกหลานก็ออกมาจับจ่ายอาหารมงคลเพื่อนำไปไหว้เจ้าหรือบรรพบุรุษ
และปฏิเสธไม่ได้ว่าอาหารและขนมมงคลก็เป็นองค์ประกอบที่ขาดไม่ได้ในช่วงเทศกาลตรุษจีน กานต์ ตฤติยศิริ ทายาทร้านขนมเปี๊ยะเก่าแก่ แต้เล่าจิ้นเส็ง ให้สัมภาษณ์ว่า การไหว้ในช่วงตรุษจีนของคนไทยเชื้อสายจีน โดยทั่วไปแบ่งออกเป็นสามขั้นตอนด้วยกัน
ขั้นแรกเป็นการไหว้เทพเจ้าและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ ทั้งเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ศาลเจ้าประจำบ้านหรือตี่จู้เอี๊ยะ หรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่คุ้มครองดูแลครอบครัว
ช่วงที่สองคือการไหว้บรรพบุรุษ อากง อาม่า ปู่ย่าตายายที่ล่วงลับ
และช่วงที่สาม ซึ่งพบได้เด่นชัดในชุมชนจีนโพ้นทะเลในประเทศไทย คือการไหว้ “ผีไม่มีญาติ” หรือดวงวิญญาณของผู้ล่วงลับที่ไม่มีญาติดูแล โดยมีที่มาจากประวัติศาสตร์การอพยพของชาวจีนที่เดินทางมาตั้งถิ่นฐานต่างแดนเพียงลำพัง
“คนจีนโพ้นทะเลบางคนเดินทางมาคนเดียว เสียชีวิตในต่างประเทศ ไม่มีญาติอยู่ใกล้ ๆ การไหว้ผีไม่มีญาติจึงเป็นการแสดงความเมตตาและแบ่งปัน” นายกานต์อธิบาย

ขนมมงคลกับความหมายทางวัฒนธรรม
สำหรับของไหว้ดั้งเดิม ขนมจันอับถือเป็นขนมสำคัญที่อยู่คู่สังคมไทยมาตั้งแต่สมัยกรุงศรีอยุธยา มีบันทึกการใช้ในพิธีกรรมและงานมงคลต่าง ๆ ขนมหนึ่งชุดประกอบด้วยขนมห้าชนิด ได้แก่ ถั่วตัด งาตัด ข้าวพอง ฟักเชื่อม และ ซกซา หรือถั่วลิสงเคลือบน้ำตาลสีขาวชมพู
“จันอับทำจากธัญพืชทั้งหมด ผมมองว่าเป็นเหมือนการขอบคุณผืนดินหรือพระแม่ธรณีไปในตัว เพราะทุกอย่างปลูกจากแผ่นดิน” นายกานต์กล่าว พร้อมระบุว่าขนมชนิดนี้ใช้ได้แทบทุกพิธี ทั้งไหว้เจ้า ไหว้บรรพบุรุษ งานแต่งงาน และเทศกาลสำคัญอื่น ๆ
ส่วนขนมเปี๊ยะ ลักษณะเป็นก้อนกลมมีตราประทับสีแดงด้านหน้า สื่อถึงความสมบูรณ์พูนสุข ความมั่งคั่ง และความเจริญรุ่งเรือง ไส้ดั้งเดิมคือไส้ถั่วหรือไส้ฟักเชื่อม ซึ่งสื่อถึงความอุดมสมบูรณ์ทางการเงิน
“เปี๊ยะใช้ไหว้ได้ตลอดปี ไม่ใช่แค่ตรุษจีน ทั้งเชงเม้ง สารทจีน ไหว้พระจันทร์ หรือแม้แต่งานมงคลต่าง ๆ” เขากล่าว
นายกานต์อธิบายเพิ่มเติมว่า ในปฏิทินจีนมีวันไหว้จำนวนมากตลอดปี อาทิ วันส่งเจ้าขึ้นสวรรค์ก่อนตรุษจีน วันรับเจ้า เชงเม้ง สารทจีน เทศกาลไหว้พระจันทร์ รวมถึงเทศกาลกินเจ โดยหลายเทศกาลยังคงใช้ขนมมงคลเป็นองค์ประกอบสำคัญของพิธี
“บางเทศกาลจะมีขนมเฉพาะ เช่น ช่วงเชงเม้งก็จะมีขนมที่ทำเฉพาะช่วงนั้น แต่จันอับกับเปี๊ยะถือว่าใช้ได้ครอบคลุมที่สุด” เขากล่าว

ขนมอีกหนึ่งชนิดที่ขาดไม่ได้บนโต๊ะไหว้ตรุษจีน คือ ขนมเข่ง หรือที่ชาวจีนเรียกว่า Nian Gao ซึ่งมีความหมายมงคลโดยตรงจากชื่อ “เหนียน” แปลว่า ปี และ “เกา” แปลว่าสูงขึ้น สื่อถึงความก้าวหน้า เลื่อนขั้น เลื่อนตำแหน่ง หรือชีวิตที่ดีขึ้นในทุกปี ขนมเข่งจึงเป็นสัญลักษณ์ของความเจริญงอกงามและความสำเร็จที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ตามคำอวยพรรับปีใหม่จีน
ลักษณะของขนมเข่งเป็นขนมเนื้อเหนียวนุ่ม ทำจากแป้งข้าวเหนียว น้ำตาล และนึ่งใบตองห่อเป็นวงกลม สีออกน้ำตาลเข้มหรือเหลืองอำพัน เนื้อเหนียวหนึบของขนมเข่งยังมีนัยถึงความรักความผูกพันในครอบครัวที่แน่นแฟ้น ไม่แตกแยก ซึ่งสอดคล้องกับหัวใจของเทศกาลตรุษจีนที่ให้ความสำคัญกับสมาชิกครอบครัวที่กลับมาพร้อมหน้าพร้อมตา
ตามธรรมเนียม ขนมเข่งมักใช้ไหว้ทั้งเทพเจ้าและบรรพบุรุษในช่วงวันไหว้ตรุษจีน และยังพบในเทศกาลสำคัญอื่นของชาวจีน โดยเฉพาะช่วงต้นปี นอกจากใช้เป็นของไหว้แล้ว หลังเสร็จพิธีนิยมตัดเป็นชิ้นชุบไข่ทอด รับประทานร่วมกันในครอบครัว เปรียบเสมือนการแบ่งปันความเป็นสิริมงคลให้กันและกัน

คนรุ่นใหม่ปรับเปลี่ยน แต่ไม่ทิ้งราก
แม้ขนบธรรมเนียมดั้งเดิมยังได้รับความนิยมในกลุ่มอากงอาม่าและคนรุ่นมิลเลนเนียลบางส่วน แต่นายกานต์ยอมรับว่า ลูกค้ารุ่นใหม่โดยเฉพาะคนกลุ่มเจนซี (Generation Z) มีแนวโน้มเลือกไหว้ด้วยขนมที่ตนเองชอบรับประทาน มากกว่าจะยึดตามแบบแผนเคร่งครัด
“ทุกวันนี้เห็นเต็มโซเชียลเลย บางบ้านไหว้คริสปีครีม บางคนไหว้เคเอฟซี หรือขนมสมัยใหม่ ผมมองว่าไม่ผิด เพราะอย่างน้อยเขายังให้ความสำคัญกับการไหว้” เขากล่าว
เขายังแนะนำลูกค้าว่า หากกังวลเรื่องอาหารเหลือทิ้ง ควรเลือกไหว้สิ่งที่ตนเองรับประทานได้จริง เพื่อลดขยะอาหาร และเริ่มต้นปีใหม่ด้วยการทานอาหารที่ชอบอย่างมีความสุข
ในฐานะทายาทร้านขนมมงคล นายกานต์สะท้อนมุมมองส่วนตัวว่า ประเพณีทุกเชื้อชาติเป็นสิ่งงดงามและควรค่าแก่การรักษา
“ขนมเปี๊ยะ ขนมจันอับ อยู่คู่สังคมไทยมานานมาก ผมไม่อยากให้มันหายไป อย่างน้อยเราก็เป็นส่วนเล็ก ๆ ที่ช่วยสืบต่อวัฒนธรรมนี้ไว้” เขากล่าว
ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้ที่ เว็บไซต์ เฟซบุ๊ก และ อินสตาแกรม







