Thai Voice: ปรับขึ้นดอกเบี้ยในรอบสองปี สิ่งนี้กระทบใครบ้าง? ฟังผู้เชี่ยวชาญคนไทยวิเคราะห์เศรษฐกิจออสเตรเลีย

BS cover-Interview-Interest rate rise.jpg

ดอกเบี้ยปรับขึ้นอีกครั้ง ฟังนักเศรษฐศาสตร์และนายหน้าสินเชื่อที่อยู่อาศัยคนไทยวิเคราะห์หนทางรับมือ Credit: Cottonbro/Pexels

ธนาคารกลางออสเตรเลียปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกในรอบเกือบ 2 ปี สิ่งนี้กำลังสร้างแรงกดดัน โดยเฉพาะผู้ที่มีภาระผ่อนบ้าน ฟังดร.วันนิวัต ปันสุวงค์ อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแอดิเลด มองภาพรวมเศรษฐกิจและทิศทางดอกเบี้ย พร้อมคำแนะนำจาก พรธิพา ปานเพ็ชร มอร์เกจ โบรกเกอร์ในออสเตรเลีย ถึงทางเลือกของผู้ที่กำลังผ่อนบ้าน


หลังจากที่ธนาคารกลางออสเตรเลีย (Reserve Bank of Australia หรือ RBA) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเป็น 3.85% เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2026 ซึ่งถือเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบเกือบสองปี นับตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ในปี 2023

การตัดสินใจดังกล่าวเกิดขึ้นท่ามกลางแรงกดดันจากอัตราเงินเฟ้อที่ปรับสูงขึ้นและยังอยู่เหนือกรอบเป้าหมายของธนาคารกลาง

ก่อนหน้านี้ RBA เคยปรับลดอัตราดอกเบี้ยลงมาอยู่ที่ 3.60% ในปี 2025 โดยมีการปรับลดต่อเนื่องตลอดทั้งปี อย่างไรก็ตาม สถานการณ์เงินเฟ้อที่กลับมาเพิ่มขึ้นได้สร้างความไม่แน่นอนต่อภาระหนี้ครัวเรือน และทำให้ทิศทางนโยบายดอกเบี้ยกลับมาเป็นประเด็นที่ถูกจับตาอีกครั้ง

เอสบีเอสไทยสอบถามมุมมองจาก ดร.วันนิวัต ปันสุวงค์ อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแอดิเลด ถึงภาพรวมเศรษฐกิจออสเตรเลีย พร้อมทั้งพูดคุยกับพรธิพา ปานเพ็ชร นายหน้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย (mortgage broker) ในออสเตรเลีย ถึงคำแนะนำด้านสินเชื่อสำหรับผู้ที่กำลังผ่อนสินเชื่อ ในช่วงดอกเบี้ยขาขึ้นนี้

ดอกเบี้ยขึ้นเพื่อสกัดเงินเฟ้อ เครื่องมือจำเป็นของธนาคารกลาง

ดร.วันนิวัต ปันสุวงค์ อาจารย์อาวุโส มหาวิทยาลัยแอดิเลดอธิบายว่า การปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางออสเตรเลียมีเป้าหมายหลักเพื่อควบคุมอัตราเงินเฟ้อที่ยังอยู่ในระดับสูง โดยใช้ดอกเบี้ยเป็นกลไกชะลอการใช้จ่ายของประชาชนและลดแรงกดดันด้านราคาในระบบเศรษฐกิจ

Photo-Wanniwat 01.jfif
"ทิศทางดอกเบี้ยจากนี้ยังขึ้นอยู่กับสถานการณ์เงินเฟ้อเป็นหลัก" ดร.วันนิวัต อาจารย์อาวุโสจากมหาวิทยาลัยแอดิเลดกล่าว Credit: Wanniwat Pansuwong

“การขึ้นดอกเบี้ยเป็นเครื่องมือที่ธนาคารกลางใช้เพื่อควบคุมเสถียรภาพของระบบเศรษฐกิจ โดยเฉพาะในช่วงที่เงินเฟ้อยังเพิ่มสูงอย่างต่อเนื่อง”

เขาระบุว่า หากไม่ดำเนินการควบคุมเงินเฟ้อ ค่าใช้จ่ายด้านสินค้าและบริการอาจเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อประชาชนในวงกว้างมากกว่าในระยะยาว

ครัวเรือนที่มีหนี้รับแรงกดดันก่อน ดอกเบี้ยอาจยังไม่ลด

ดร.วันนิวัตชี้ว่า ผลกระทบจากดอกเบี้ยที่สูงขึ้นจะสะท้อนชัดเจนในกลุ่มครัวเรือนที่มีภาระหนี้ โดยเฉพาะผู้ที่ผ่อนบ้านหรือพึ่งพาเงินกู้เป็นหลัก แม้ภาพรวมเศรษฐกิจออสเตรเลียยังไม่เข้าสู่ภาวะถดถอย แต่แรงกดดันด้านค่าครองชีพจะยังคงอยู่

แม้เศรษฐกิจโดยรวมจะยังทรงตัวได้ แต่ประชาชนอาจต้องอดทนกับความเจ็บปวดด้านค่าครองชีพในช่วงหนึ่ง
ดร.วันนิวัตกล่าว

เขาเสริมว่า ทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไปยังขึ้นอยู่กับความสามารถในการควบคุมเงินเฟ้อ หากเงินเฟ้อยังไม่กลับเข้าสู่กรอบเป้าหมาย ก็ยังมีโอกาสที่อัตราดอกเบี้ยจะถูกคงไว้หรือปรับขึ้นต่อ

แนวโน้มในการปรับลดอัตราดอกเบี้ย

ดร.วันนิวัตมองว่า ทิศทางดอกเบี้ยในระยะต่อไปยังไม่สามารถสรุปได้ชัดเจนในเวลานี้ โดยต้องรอประเมินสถานการณ์ในช่วงกลางปีเป็นสำคัญ

หากมาตรการดอกเบี้ยที่ปรับขึ้นสามารถชะลอการใช้จ่ายและกดอัตราเงินเฟ้อให้ลดลงได้ ธนาคารกลางอาจไม่จำเป็นต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยเพิ่มเติม แต่หากเงินเฟ้อยังอยู่เหนือกรอบเป้าหมาย ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่ดอกเบี้ยจะถูกคงไว้ในระดับสูง หรือปรับขึ้นอีกครั้งในช่วงถัดไป

“ตอนนี้ต้องรอดูกลางปีว่าเงินเฟ้อจะถูกควบคุมได้ดีแค่ไหน ถ้ายังไม่ลดลง ก็อาจมีโอกาสเห็นการปรับดอกเบี้ยขึ้นอีก”

โบรกเกอร์ชี้ กระทบ single income และ first home buyer ที่สุด

พรธิพา ปานเพ็ชร นายหน้าสินเชื่อที่อยู่อาศัย (mortgage broker) ในออสเตรเลียระบุว่า กลุ่มที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดจากการขึ้นดอกเบี้ยคือผู้ที่มีรายได้เพียงทางเดียว (single income) เนื่องจากไม่มีรายได้สำรองมาช่วยรองรับภาระผ่อนบ้านที่เพิ่มขึ้น

Photo-Porntipa Panphet 01.jpg
"คนที่มีรายได้ทางเดียวจะรับแรงกระแทกจากดอกเบี้ยได้จำกัดกว่ากลุ่มอื่น" พรธิพา มอร์เกจ โบรกเกอร์กล่าว Credit: Porntipa Panphet

ขณะที่ผู้ซื้อบ้านหลังแรก (first home buyer) มักใช้เงินส่วนใหญ่ไปกับเงินดาวน์ ทำให้เงินสำรองเหลือน้อย

เธอเตือนว่า หากเกิดเหตุไม่คาดคิด เช่น รายได้ลดลงหรือชั่วโมงการทำงานเปลี่ยนแปลง อาจกระทบความสามารถในการผ่อนชำระได้ทันที

ทางเลือกบรรเทาภาระ และการประเมินสถานการณ์ให้รอบคอบ

แม้ดอกเบี้ยจะอยู่ในช่วงขาขึ้น พรธิพาชี้ว่ายังมีแนวทางช่วยลดแรงกดดัน เช่น การตรวจสอบอัตราดอกเบี้ยเทียบกับตลาด การรีไฟแนนซ์ การใช้บัญชี offset หรือการจัดโครงสร้างสินเชื่อให้เหมาะกับสถานการณ์ของแต่ละคน

สิ่งสำคัญคือการกลับมาทำบัดเจ็ตใหม่ และประเมินให้ได้ว่าหากดอกเบี้ยขึ้นอีก เรายังผ่อนไหวหรือไม่
พรธิพากล่าว

เธอเน้นว่า ผู้กู้ควรวางแผนเผื่อกรณีดอกเบี้ยปรับขึ้นเพิ่มเติม เพื่อหลีกเลี่ยงความเสี่ยงด้านสภาพคล่องในระยะยาว

สำหรับผู้ที่กำลังจะซื้อบ้าน พรธิพาแนะนำให้ประเมินความสามารถในการผ่อนชำระอย่างรอบคอบ โดยควรเผื่อกรณีดอกเบี้ยอาจปรับขึ้นอีก และควรมีเงินสำรองเพียงพอเพื่อรับมือกับภาระค่าใช้จ่ายที่เพิ่มขึ้นในช่วงดอกเบี้ยผันผวน

*หมายเหตุ: เนื้อหาและความคิดเห็นในรายงานนี้จัดทำขึ้นเพื่อให้ข้อมูลทั่วไปเท่านั้น ไม่ถือเป็นคำแนะนำด้านการเงิน การลงทุน หรือสินเชื่อเฉพาะบุคคล ผู้รับสารควรพิจารณาความเหมาะสมกับสถานการณ์ของตนเอง และขอคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญที่ได้รับอนุญาตก่อนตัดสินใจ

ฟังผู้เชี่ยวชาญวิเคราะห์เศรษฐกิจออสเตรเลียโดยละเอียดได้ในพอดคาสต์ด้านล่าง

ติดตามเอสบีเอส ไทย ได้อีกทาง เว็บไซต์ | เฟซบุ๊ก | อินสตาแกรม


Share

Follow SBS Thai

Download our apps

Watch on SBS

Thai News

Watch now